สูตรแต่งหน้า


มือใหม่กรุณาอ่านที่นี่ - กรุณาอ่านก่อนตั้งคำถาม

วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

สูตรการปรุงเมคอัพ สำหรับแต่งหน้า เช่น foundation powder, lip stick, mineral makeup

วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

โพสต์โดย staff » จันทร์ มี.ค. 03, 2014 10:23 pm

สวัสดีค่า

วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส จริงๆแล้วง่ายนิดเดียวค่ะ

โดยส่วนประกอบ จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคะ

1.เนื้อเบส

ตรงนี้ จะแตกต่างกัน ระหว่าง Lipstick ซึ่งจะมีเนื้อแข็ง และลิปกลอส ซึ่งจะมีเนื้อเหลว

2.สี และ shimmer

ตรงนี้ แตกต่างกัน หรืออาจไม่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีที่เราใช้ คำว่าลิปกลอส อาจหมายถึง ลิปที่ให้ความเงางาม แต่จริงๆแล้ว Lipstick เองเราก็แต่งสีให้เงางามได้เช่นกัน


เริ่มจากลิปสติกก่อนนะคะ

ตัวอย่างส่วนประกอบของเบส ซึ่งต้องมีลักษณะเนื้อแข็งกำลังดี เวลาทาลงบนริมฝีปากแล้วสามารถเกลี่ยได้ง่าย ไม่แข็งจนเกินไปซึ่งทำให้เกลี่ยสียาก แต่ก็ไม่นุ่มนิ่มเกินไปเวลาทาอาจจะทำให้งอได้

1.น้ำมันธรรมชาติ ที่มีความเสถียรสูง มีอายุยืนยาว หากเก็บไว้นานไม่มีกลิ่นหืน เพื่อให้ความชุ่มชื้นริมฝีปาก 40-50%
2.Squalene ชนิดสังเคราะห์ เพื่อควบคุมความหนืด-แข็งของลิปสติก 20-30% ย้ำตรงนี้นิดนึงว่า Squalene ไม่ใช่ Squalane คะ
3.Isododecane เพื่อควบคุมความลื่นและบางเบา 15-20%
4.Wax เช่น Candelilla Wax, Carnauba wax เพื่อทำให้กลายเป็นเนื้อแข็ง 10-15%
5.สารบำรุงอื่นๆที่สามารถละลายในน้ำมัน เช่น Vitamin E Acetate บำรุงริมฝีปาก 1-5%

ตัวอย่างการเลือกส่วนผสมนะคะ

1.Jojoba Oil (Clear ชนิดใส ไม่มีสี เพื่อไม่ให้กระทบกับสีของผลิตภัณฑ์) 22%
2.Fractionated Coconut Oil 22%
[ตรงนี้ จะเห็นได้ว่า น้ำมันธรรมชาติ 44% นั้น เราเลือกชนิดที่มีความเสถียรสูง ไม่มีกลิ่นหืน อายุยืนยาว]
3.Squalene 25%
4.Isododecane 18%
5.Candelilla Wax 7%
6.Carnauba wax 5%
7.Vitamin E Acetate 1%

วิธีผสม

1.ผสม 1-6 รวมกัน แล้วนำไปอุ่นให้ได้ 70-80องศา เพื่อให้ Wax ละลาย และส่วนผสมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยๆคนให้เข้ากัน
2.ปิดความร้อน และเติม 7 เข้าไป [เนื่องจาก Vitamin E อาจจะเสื่อมได้ หากโดนความร้อนนานๆ จึงรอให้ส่วนผสมอื่นๆเข้ากันก่อน จากนั้นพอปิดความร้อนแล้วค่อยเติม Vitamin E ลงไป]

หน้าตาของลิปสติก ที่ยังละลายอยู่
melted lipstick base.jpg
melted lipstick base.jpg (54.29 KiB) เปิดดู 37513 ครั้ง


สมมุติว่าหากเราทิ้งไว้ซักพักจนเย็น เนื้อที่เหลวจะกลายเป็นแข็งขึ้นมาแบบนี้คะ
hardened lipstick base.jpg
hardened lipstick base.jpg (26.92 KiB) เปิดดู 37513 ครั้ง


แต่เราจะไม่ทิ้งไว้ให้เย็นคะ เพราะถ้าทิ้งไว้ให้เย็น เวลาเราจะแต่งสี ก็ต้องมาอุ่นให้มาใหม่ให้เหลวอีก

ดังนั้นเราจะแต่งสีเลย

สีที่เราสามารถเลือกได้ ในการแต่งสีลิปสติก มีดังนี้คะ
1.กลุ่ม Lake
สีกลุ่มนี้ จะให้สีที่เข้มข้น ให้เฉดสีที่เข้มสวยงาม โดยปกติใช้อยู่ในช่วง 0.5-3%

2.กลุ่ม Iron Oxides
สีกลุ่มนี้ จะให้เฉดสีที่เข้มข้นน้อยกว่า Lake แต่มีจุดเด่นเหนือ Lake คือ ไม่ดูดซับน้ำมัน หากใช้ Lake ในปริมาณมาก ในเบสที่มีน้ำมัน Lake อาจจะดูดซับน้ำมัน ทำให้ลิปสติกแห้งลงได้ [แต่หากไม่ใช้ Lake เกิน 3% ก็มักจะไม่มีปัญหา] โดยปกติใช้อยู่ในช่วง 0.5-3%

3.กลุ่ม Mica Shimmer
สีกลุ่มนี้ จะเน้นการให้ประกาย ความเงางาม (shimmer) โดยปกติใช้อยู่ในช่วง 1-10% ขึ้นอยู่กับสีและความเงางามที่ต้องการ

4.Titanium Dioxide Nano EasyDisperse™ ใช้เพื่อช่วยลดความเข้มของสี เนื่องจากมีลักษณะเป็นสีขาว หากเติมลงไปในสูตร สีของสูตรก็จะอ่อนลง [อย่างไรก็ตาม สามารถเลือกใช้ Pearl White Mica ช่วยให้สีของสูตรอ่อนลงได้เช่นกัน หากต้องการความเงางามร่วมด้วย

การเติมสีเข้าไปในสูตร ก็ง่ายนิดเดียวคะ ให้เติมผงสีต่างๆที่ต้องการ ลงไปในสูตร ในขณะที่ยังเป็นเนื้อเหลว[คือยังต้องให้ความร้อนให้อุ่นๆไว้ อย่าทิ้งไว้จนเย็น ไม่งั้นจะแข็งตัว] แล้วค่อยๆคนหรือปั่น ให้สีกระจายตัวให้ทั่ว ก็จะได้สีตามข้างล่างนี้คะ

ตัวอย่างการผสมสี
Lipstick color compare.jpg
Lipstick color compare.jpg (471.32 KiB) เปิดดู 37513 ครั้ง


จากตัวอย่างด้านบนนี้จะเป็นสีด้านคะ เพราะเราไม่ได้เติม Mica Shimmer ลงไป

คราวนี้มาดูตัวอย่างการทำ Lip Gloss แบบมีประกาย ด้วยการใช้ Mica Shimmer คะ

เบส จะมีความแตกต่างเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเลยคะ คือไม่ใส่ Wax แต่ส่วนอื่นๆเหมือนกันหมด และพยายามปรับให้ได้ความหนืด-เหลว [ด้วยการเพิ่ม/ลด Squalene] และปรับความชุ่มชื้น [ด้วยการเพิ่ม/ลด น้ำมันธรรมชาติ และ Isododecane] เท่านั้นเองคะ

ตัวอย่างเบสของ Lip Gloss
1.Jojoba Oil (Clear ชนิดใส) 22%
2.Fractionated Coconut Oil 29%
3.Squalene 30%
4.Isododecane 18%
5.Vitamin E Acetate 1%

การผสม เนื่องจากไม่ต้องใช้ความร้อนในการละลาย Wax เหมือน Lip Stick การผสม Lip Gloss อาจไม่ต้องใช้ความร้อนเลย แต่การใช้ความร้อน ก็ช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันง่ายขึ้น เพราะจะทำให้ส่วนผสมเหลวขึ้นคะ นอกจากนี้ จะมีประโยชน์ทางอ้อม คือฆ่าเชื้อโรค

พอได้เนื้อ Lip Gloss ซึ่งจะเหลวๆหนืดๆ ตามสูตรที่เราพยายามปรับแต่งให้ได้ความเหลว-หนืด ที่เราต้องการแล้ว ก็แต่งสีตามที่เราอยากได้ ก็จะได้แบบนี้คะ

lip gloss with Red Shimmer.jpg
lip gloss with Red Shimmer.jpg (44.05 KiB) เปิดดู 37512 ครั้ง


การปรับแต่ง:

-การเพิ่มส่วนของน้ำมันธรรมชาติ ทำให้ลิปมีความชุ่มชื้น เยิ้ม มากขึ้น แต่ถ้ามากไป ก็อาจทำให้เหนอะหนะได้เหมือนกัน
-การเพิ่มส่วนของ Isododecane ทำให้ลิป มีความเบาบางมากขึ้น แต่ถ้ามากไป ก็จะทำให้รู้สึกแห้งๆสากปากเวลาทา
-การเพิ่ม wax ทำให้เนื้อแข็งขึ้น
-สามารถเติมรสชาติ และน้ำหอมได้ แต่ต้องเลือกเฉพาะที่ผู้ผลิตอนุญาติให้สามารถผสมในลิปได้ เนื่องจากสามารถกินเข้าไปได้


ขอบคุณคะ
R&D - MySkinRecipes
ขอบคุณคะ
Staff - MySkinRecipes
staff
 
โพสต์: 10182 (คลิ๊กเพื่อดู)
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ มี.ค. 19, 2012 9:38 pm
จำนวนสูตร:

Re: วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

โพสต์โดย oat_tvdr » ศุกร์ พ.ย. 14, 2014 12:15 pm

Phenoxyethanol สามารถใช้กับ Lib Balm ไหมคะ
เนื่องจาก Lip มีส่วนผสมของน้ำมันเมล็ดองุ่น และน้ำมันสวีตอัลมอน
และ Beewax ซึ่งมีอายุเพียงไม่กี่เดือนก็เหม็นหืน

หรือจะแนะนำเป็น วิตามินอีธรรมชาติ ชนิด Tocopherol T50 มีฤทธิ์ anti-oxidant สูงสุด สำหรับป้องกันการเกิด oxidation

แต่อุณหภูมิก่อนเทลงตลับสูงมาก หากรอเย็นก็จะหนืดกลัวว่าสารละลายจะไม่ทั่วค่ะ
มือใหม่ หัดปรุง
ความบังเอิญที่แท้จริง-คือความไม่บังเอิญ-ที่พรางตาไว้ให้รู้สึกว่าบังเอิญ
รูปภาพ
oat_tvdr
 
โพสต์: 21 (คลิ๊กเพื่อดู)
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ มิ.ย. 26, 2013 11:27 am
Has thanked: 0 ครั้ง
ได้รับการขอบคุณ: 0 ครั้ง
จำนวนสูตร:

Re: วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

โพสต์โดย cosmeceutical7 » อังคาร ธ.ค. 02, 2014 12:31 am

lip balm ไม่มีส่วนผสมของน้ำ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องใส่สารกันเสีย เพราะเมื่อไม่มีน้ำ ก็ไม่มีเชื้อแบคทีเรียหรือรา (แต่ถ้าอยากจะใส่ก็ได้ ใส่เพื่อความสบายใจ แบรนด์ต่างๆเค้าก็ใส่ เพราะอย่าลืมว่า เวลาทา มันมีโอกาสที่น้ำลายเราไปเกาะอยู่บนลิปอยู่แล้ว แล้วก็อาจจะเสียขึ้นมาได้)

เรื่องหืน เกิดจาก oxidation ก็แก้ด้วยการเติม vitamin e ถูกต้องแล้ว
ขั้นตอนการทำ พยายามควบคุมความร้อนอย่าให้สุงเกินไป เอาแค่ให้มันละลายเข้ากัน เพราะถ้าร้อนมากไป พวกน้ำมันธรรมชาติจะเสียเร็ว(หืน) ไม่งั้นก็เปลี่ยนไปเลือกน้้ำมันที่อายุยืนนาน เช่น jojoba oil, fractionated coconut oil, squalane อะไรพวกนี้ 2ปีก็ไม่หืน

C7 8-)
cosmeceutical7
 
โพสต์: 2882 (คลิ๊กเพื่อดู)
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร มี.ค. 13, 2012 1:50 pm
Has thanked: 0 ครั้ง
ได้รับการขอบคุณ: 24 ครั้ง
จำนวนสูตร:

Re: วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

โพสต์โดย misslanicej.smith » ศุกร์ พ.ค. 08, 2015 4:29 pm

สวัสดีค่ะ
ขอสอบถามค่ะ ก้อนสีขาวในเนื้อลิปคืออะไรคะ
misslanicej.smith
 
โพสต์: 10 (คลิ๊กเพื่อดู)
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 05, 2015 10:20 pm
Has thanked: 0 ครั้ง
ได้รับการขอบคุณ: 0 ครั้ง
จำนวนสูตร:

Re: วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

โพสต์โดย cosmeceutical7 » พฤหัสฯ. มิ.ย. 11, 2015 12:31 am

ลูกแม่เหล็ก ที่ใช้ในเครื่อง magnetic stirrer ค่ะ เค้าคงใช้ในการปั่น แต่พอเย็นตัวเมื่อไหร่มันปั่นไม่ไปแน่ เพราะพวกนี้แรงน้อย

C7 8-)
cosmeceutical7
 
โพสต์: 2882 (คลิ๊กเพื่อดู)
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร มี.ค. 13, 2012 1:50 pm
Has thanked: 0 ครั้ง
ได้รับการขอบคุณ: 24 ครั้ง
จำนวนสูตร:

Re: วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

โพสต์โดย suelavivia669 » พุธ ก.พ. 24, 2016 4:05 am

จากสูตรนี้เมื่อลองทำแล้ว ลิปกลอสกลายเป็นน้ำมันไปเลยค่ะ

คือทาแล้วเหมือนทาน้ำมัน ไม่ถึง 2 นาทีก็แห้ง

เราว่าสูตรนี้ต้องใช้ Squalene 500 g. ถึงจะกลายเป็นลิปกลอสที่ติดทนนาน

ส่วนตัวเราสั่งส่วนผสมมาตามสูตรนี้ ผสม Squalene ไปหมด 50g.

ลิปกลอสยังเป็นน้ำมันอยู่เลย จึงสั่ง Squalene มาเพิ่ม และให้เป็นเบส

จากนั้นค่อยๆเติมที่ผสมแล้วเข้าไปทีล่ะนิดๆ รักษาความหนืดไว้
suelavivia669
 
โพสต์: 45 (คลิ๊กเพื่อดู)
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.พ. 10, 2016 7:19 pm
Has thanked: 0 ครั้ง
ได้รับการขอบคุณ: 0 ครั้ง
จำนวนสูตร:

Re: วิธีการทำ Lipstick และลิปกลอส

โพสต์โดย boosarin.noi » พุธ ธ.ค. 06, 2017 5:32 pm

สี(ทั้ง 4 กลุ่ม)ที่ใส่ในลิป ไม่ควรเกินกี่ % ของส่วนผสมทั้งหมด ถึงจะเข้าข่ายปลอดภัยคะ

(Lake, Iron Oxides, Iron Oxides และTitanium Dioxide Nano EasyDisperse)
ขอบคุณค่ะ
boosarin.noi
 
โพสต์: 1 (คลิ๊กเพื่อดู)
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ธ.ค. 04, 2017 11:19 am
Has thanked: 0 ครั้ง
ได้รับการขอบคุณ: 0 ครั้ง
จำนวนสูตร:


ย้อนกลับไปยัง สูตรแต่งหน้า

X