การตั้งตำรับ Whipped Body Butter สูตรประหยัด สำหรับแก้ปัญหาผิวแห้งและคัน

ถามโดย: berumonto เมื่อ: January 05, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

อยากทำ Whipped Body Butter เนื้อคล้ายวิปครีม ในราคาประหยัด และทำง่ายไม่ซับซ้อน มีกลิ่นหอมจาก Shea Butter เป็นเบสหลัก และมีกลิ่นหอมละมุนแนวคล้ายๆ Warm Vanilla หรือแนวมะพร้าว แต่มีความเนยๆ เป็นหลัก อยากได้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติไม่รู้สึกแสบจมูกหรือสังเคราะห์เกินไป

จุดประสงค์คือใช้บำรุงผิวหลังอาบน้ำอุ่นที่ผิวแห้งกร้านและคัน ต้องการให้กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี เลยอยากให้มีสาร Occlusives, Humectants และ Emollients ครบถ้วน ทำให้ผิวเนียนนุ่มทั้งวัน + กลิ่นผ่อนคลายหลับสบายไม่รู้สึกสังเคราะห์

อยากปรึกษาว่า:

  • สูตรนี้เป็นยังไงบ้าง ควรลดหรือเพิ่มอะไร?
  • ควรเลือกน้ำมันตัวไหนจากที่ลิสต์มาดี?
  • ระหว่าง Panthenol กับ Sodium PCA ควรเลือกตัวไหนดี?
  • สารกันเสียตัวไหนดี?
  • ถ้าสามารถใช้ส่วนผสมที่ทดแทนกันได้ ราคาถูกกว่าและทำง่ายกว่า สามารถแนะนำตัวทดแทนได้เลยค่า
  • ต้องทำแต่ละขั้นตอนยังไงบ้าง?
  • ถ้าเนื้อ Butter มันทำยากไป สามารถทดแทนเป็นเนื้อครีมแบบหลอดบีบได้ค่า

สูตรที่วางแผนไว้:

Water Phase – 55%

  • Distilled Water — 52% → 52 g
  • Glycerin — 3% → 3 g

Oil Phase – 35%

  • Shea Butter — 20% → 30 g
  • Jojoba Oil หรือ Grape Seed Oil หรือ Sweet Almond Oil หรือ Coconut Oil — 5% → 5 g

Emulsifier – 5%

  • Olivem 1000 — 5% → 5 g

Cool-Down Phase – 5%

  • Preservative — 1% → 1 g
  • Vitamin E (Tocopheryl Acetate) — 0.5% → 0.5 g
  • Vanilla Oleoresin / Fragrance — 0.3–0.5% → 0.3–0.5 g
  • Panthenol (B5) — 1% → 1 g หรือ Sodium PCA — 0.5% → 0.5 g

คำตอบ

สำหรับการทำ Whipped Body Butter สูตรประหยัด ทำง่าย และเน้นบำรุงผิวแห้งคันหลังอาบน้ำให้เนียนนุ่มตลอดวัน ผมได้ปรับสูตรของคุณให้สมดุล (ครบ 100%) และเลือกส่วนผสมที่ตอบโจทย์ความต้องการดังนี้ครับ

สูตรแนะนำ (สำหรับ 100 กรัม)

ส่วนที่ 1: ส่วนของน้ำ (Water Phase - 60%)

  • น้ำกลั่น (Distilled Water): 57% (57 กรัม)
  • Glycerin: 3% (3 กรัม) — ทำหน้าที่ดึงน้ำเข้าสู่ผิว (Humectant)

ส่วนที่ 2: ส่วนของน้ำมัน (Oil Phase - 37%)

  • Shea Butter (Ultra Soft): 20% (20 กรัม) — ช่วยเคลือบผิวและให้นุ่มนวล (Occlusive & Emollient) ชนิด Ultra Soft จะตีวิปได้ง่ายและเนื้อเนียนกว่า
  • Fractionated Coconut Oil: 10% (10 กรัม) — น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นชนิดพิเศษที่ไม่มีกลิ่นหืนและไม่เหนอะหนะ ช่วยให้ผิวลื่นและราคาประหยัด
  • Olivem 1000: 5% (5 กรัม) — ประสานน้ำและน้ำมันเข้าด้วยกัน ให้สัมผัสแบบธรรมชาติ
  • Cetyl Alcohol: 2% (2 กรัม) — ตัวสร้างเนื้อครีม ช่วยให้เนื้อ Butter มีความคงตัวและตีขึ้นฟูแบบวิปครีมได้

ส่วนที่ 3: ส่วนผสมหลังคลายร้อน (Cool-Down Phase - 3%)

  • Panthenol (Vitamin B5): 1% (1 กรัม) — ช่วยลดอาการคันและฟื้นฟูผิวได้ดีกว่า Sodium PCA ในกรณีผิวแห้งกร้าน
  • Vitamin E Acetate: 0.5% (0.5 กรัม) — ต้านอนุมูลอิสระและช่วยถนอมน้ำมันในสูตร
  • Phenoxyethanol SA: 1% (1 กรัม) — สารกันเสียที่ใช้งานง่ายและครอบคลุม
  • Vanilla Essential Oil: 0.5% (0.5 กรัม) — ให้กลิ่นหอมละมุนแบบธรรมชาติ เมื่อผสมกับกลิ่นถั่วอ่อนๆ ของ Shea Butter จะได้กลิ่น Warm Vanilla ที่ละมุนมาก

ตอบคำถามและข้อแนะนำเพิ่มเติม

  1. การปรับสูตร: ผมเพิ่ม Cetyl Alcohol เข้าไป เพราะถ้าไม่มีตัวนี้ เนื้อครีมจะเหลวเกินไปจนไม่สามารถตีให้เป็น "วิป" ที่คงรูปได้ครับ
  2. การเลือกน้ำมัน: แนะนำ Fractionated Coconut Oil ครับ เพราะราคาถูก เก็บได้นานไม่เหม็นหืน และเข้ากับธีมกลิ่นมะพร้าว-วานิลลาที่คุณต้องการ
  3. Panthenol vs Sodium PCA: สำหรับผิวที่ "แห้งและคัน" Panthenol (B5) เหมาะกว่ามากครับ เพราะมีคุณสมบัติปลอบประโลมผิว (Soothing) และช่วยสมานผิวที่แห้งแตกได้ดี
  4. สารกันเสีย: แนะนำ Phenoxyethanol SA ครับ ใช้ง่าย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพดีในสูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ
  5. เนื้อ Butter vs เนื้อครีมหลอดบีบ:
    • ถ้าอยากได้เนื้อวิป (ใส่กระปุก): ต้องใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าตีตอนที่ครีมเริ่มเซตตัว เพื่ออัดอากาศเข้าไปให้ฟู
    • ถ้าอยากใส่หลอดบีบ: ไม่ต้องตีวิปครับ หลังจากผสมเสร็จให้คนจนเนียนแล้วเทใส่หลอดตอนที่ยังอุ่นๆ เล็กน้อย เมื่อเย็นตัวลงจะได้เนื้อครีมเข้มข้นที่บีบใช้งานง่าย

ขั้นตอนการทำ

  1. เตรียมส่วนของน้ำ: ผสมน้ำและ Glycerin เข้าด้วยกัน นำไปอุ่นให้ได้อุณหภูมิประมาณ 70-75°C
  2. เตรียมส่วนของน้ำมัน: ผสม Shea Butter, Coconut Oil, Olivem 1000 และ Cetyl Alcohol นำไปอุ่นให้ละลายจนเป็นเนื้อเดียวกัน (70-75°C)
  3. ผสม: ค่อยๆ เทส่วนของน้ำมันลงในส่วนของน้ำ ใช้ไม้พายคนหรือเครื่องปั่นมือถือ (Stick Blender) ปั่นให้เข้ากันจนกลายเป็นเนื้อครีมสีขาว
  4. เติมสารบำรุง: รอให้เนื้อครีมอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 40°C แล้วจึงเติม Panthenol, Vitamin E, สารกันเสีย และน้ำมันหอมระเหยวานิลลาลงไป คนให้เข้ากัน
  5. การตีวิป (สำคัญ): นำภาชนะไปแช่ในอ่างน้ำเย็นหรือตู้เย็นประมาณ 5-10 นาที พอให้เนื้อครีมเริ่มข้นเหมือนพุดดิ้ง จากนั้นใช้เครื่องตีไข่ไฟฟ้าตีประมาณ 2-3 นาทีจนเนื้อฟูขาวเหมือนวิปครีม
  6. บรรจุ: ตักใส่กระปุกที่สะอาด พร้อมใช้งานครับ เนื่องจากสูตรนี้มีน้ำเป็นส่วนประกอบ "ต้อง" ใส่สารกันเสียเสมอเพื่อป้องกันเชื้อราครับ