การทดสอบสูตรและความคงตัวสำหรับครีมผิวขาวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี
ถามโดย: paraquatyouedok.55555555
เมื่อ: February 18, 2026
ประเภทผลิตภัณฑ์:
เครื่องสำอาง
คำถาม
ในฐานะ RD ที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใส (Whitening Cream) หลังจากคิดค้นสูตรเสร็จสิ้นแล้ว:
- ควรมีการทดสอบด้านใดบ้างเพื่อให้ครอบคลุมเกณฑ์ของครีมทาผิวขาวที่มีคุณภาพดี?
- หากในสูตรมีการใส่
Vitamin Cจะส่งผลต่อผลิตภัณฑ์อย่างไร? - การมี
Vitamin Cในสูตร ทำให้ต้องมีการทดสอบที่แตกต่างไปจากเดิมหรือต้องทดสอบอะไรเพิ่มเติมหรือไม่?
คำตอบ
สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมเพื่อผิวกระจ่างใส (Whitening Cream) ในฐานะ RD การทดสอบที่ครอบคลุมเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความคงตัว โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้ส่วนผสมที่มีความอ่อนไหวสูงอย่างวิตามินซี
1. การทดสอบที่จำเป็นสำหรับครีมทาผิวขาว
เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล ควรมีการทดสอบดังนี้:
- Physical & Chemical Stability: ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสี กลิ่น ค่า pH และความหนืด (Viscosity) ของเนื้อครีมอย่างสม่ำเสมอ
- Heating Stability Test: การทดสอบความคงตัวด้วยความร้อน (เช่น Heating Stability Test (40C+50C, 30day)) เพื่อจำลองสภาวะการเก็บรักษาในระยะยาว และดูว่าสารไวท์เทนนิ่งมีการสลายตัวหรือเนื้อครีมมีการแยกชั้นหรือไม่
- Microbial Challenge Test: ทดสอบประสิทธิภาพของระบบกันเสียด้วย Microbial Challenge Test เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะไม่มีการปนเปื้อนเชื้อตลอดอายุการใช้งาน
- Active Content Measurement: การวัดปริมาณสารสำคัญที่เหลืออยู่หลังจากผ่านการทดสอบความคงตัว เพื่อยืนยันว่าสารไวท์เทนนิ่งยังคงอยู่ในระดับที่ให้ผลลัพธ์ได้จริง
2. ผลของการใส่วิตามินซีในสูตร
วิตามินซีเป็นสารไวท์เทนนิ่งที่ทรงประสิทธิภาพ แต่มีข้อควรระวังที่ RD ต้องจัดการ:
- ประสิทธิภาพ: ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินและต้านอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม แต่ต้องรักษาความเสถียรให้ได้
- ความคงตัว (Stability): หากใช้ Vitamin C (L-ascorbic acid) (Fine) จะมีความไวต่อแสง อากาศ และความร้อนสูงมาก มักเกิดการ Oxidation ทำให้ครีมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือน้ำตาล
- ค่า pH: L-ascorbic acid ต้องการค่า pH ที่ต่ำ (ประมาณ 3.0-3.5) เพื่อการดูดซึมที่ดี ซึ่งอาจส่งผลต่อความคงตัวของเนื้อครีมบางประเภทและอาจทำให้ระคายเคืองผิว
- ทางเลือกเพื่อความเสถียร: หากต้องการความคงตัวที่สูงขึ้น แนะนำให้เลือกใช้อนุพันธ์วิตามินซี เช่น Perfect-C™ (Ascorbyl Tetraisopalmitate) ซึ่งละลายในน้ำมันและมีความคงตัวสูงกว่ามาก หรือ Ascorbyl Glucoside สำหรับสูตรน้ำ
3. การทดสอบเพิ่มเติมเมื่อมีวิตามินซีในสูตร
เมื่อใส่วิตามินซี การทดสอบต้องเข้มงวดขึ้นในด้านการสลายตัวของสารสำคัญ:
- Quantitative Analysis (UV-VIS Content Measurement): จำเป็นต้องส่งตรวจวัดปริมาณวิตามินซีที่เหลืออยู่ในสูตรหลังจากผ่านสภาวะเร่ง เพื่อดูอัตราการสลายตัว (Degradation rate) เช่น:
- UV-VIS Ascorbic Acid Content Measurement (สำหรับวิตามินซีบริสุทธิ์)
- UV-VIS Ethyl Ascorbic Acid Content Measurement (สำหรับอนุพันธ์ Ethyl Ascorbic Acid)
- UV-VIS Ascorbyl Glucoside Content Measurement (สำหรับอนุพันธ์ Ascorbyl Glucoside)
- Color Stability Monitoring: ต้องสังเกตการเปลี่ยนสีอย่างใกล้ชิด (Color tracking) เพราะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
- Packaging Compatibility: ทดสอบความเข้ากันได้ของบรรจุภัณฑ์ โดยควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ทึบแสงหรือ Airless pump เพื่อลดการสัมผัสอากาศและแสง
คำแนะนำสำหรับ RD: การทำครีมผิวขาวที่เห็นผลชัดเจน ควรใช้สารไวท์เทนนิ่งที่ทำงานหลายกลไกควบคู่กัน (เช่น วิตามินซี ร่วมกับสารกลุ่ม Resorcinol) จะให้ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้สารเพียงตัวเดียวครับ
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง
Vitamin C (L-ascorbic acid) (Fine)
เครื่องสำอาง
Ascorbyl Glucoside (AA-2G Stabilized Vitamin C)
เครื่องสำอาง
Perfect-C™ (Ascorbyl Tetraisopalmitate)
เครื่องสำอาง
Heating Stability Test (40C+50C, 30day)
บริการทดสอบ
UV-VIS Ascorbic Acid Content Measurement
บริการทดสอบ
Microbial Challenge Test
บริการทดสอบ
UV-VIS Ethyl Ascorbic Acid Content Measurement
บริการทดสอบ
UV-VIS Ascorbyl Glucoside Content Measurement
บริการทดสอบ