การทำให้ Skin-Barrier™ ไมโครอิมัลชันคงตัวในเซรั่ม/โทนเนอร์น้ำ (ปัญหาการแยกชั้นและเนื้อสัมผัส)
คำถาม
มีปัญหาการใช้งาน Skin-Barrier™ ในสูตรเซรั่มหรือโทนเนอร์ที่ละลายน้ำทั้งหมด (water-based) โดยพบว่ามีการแยกชั้น เมื่อลองเพิ่มตัวช่วยละลาย (solubilizer) เข้าไปเพื่อป้องกันการแยกชั้น สูตรกลับกลายเป็นขุ่น (cloudy) และมีเนื้อสัมผัสเหนอะหนะ/มันมากขึ้น (more oily/sticky texture)
ข้อมูลเพิ่มเติมของ Skin-Barrier™ คือ:
- Dispersible in water (จะขุ่นแต่ไม่แยกก้น).
- เพิ่มตอนท้ายสุด <40°C.
- ความเข้มข้นที่ใช้: 1-15%.
- ช่วง pH: 2.5-7.0.
ช่วยแนะนำวิธีผสมหรือปรับสูตรที่ถูกต้อง, ฐาน/ตัวทำละลายที่เหมาะสม, pH, อุณหภูมิ, หรือข้อแนะนำอื่นๆ เพื่อให้ Skin-Barrier™ ละลายได้ดี สูตรใส (หรือกึ่งโปร่งใส) ไม่แยกชั้น และเนื้อไม่เหนอะหนะได้หรือไม่คะ
คำตอบ
ปัญหาที่ลูกค้าพบ (การแยกชั้น, ความขุ่น, และเนื้อสัมผัสเหนอะหนะ/มัน) เป็นเรื่องปกติเมื่อมีการใช้ไมโครอิมัลชันอย่าง Skin-Barrier™ (ID: 7564) ในสูตรที่มีความหนืดต่ำและมีน้ำเป็นหลัก (เช่น เซรั่มหรือโทนเนอร์)
นี่คือการวิเคราะห์ปัญหาและคำแนะนำในการแก้ไข:
1. ทำความเข้าใจคุณสมบัติของ Skin-Barrier™
- ลักษณะผลิตภัณฑ์: Skin-Barrier™ เป็น ไมโครอิมัลชัน (เป็นรูปแบบหนึ่งของการกระจายตัวของน้ำมันในน้ำ) ที่ประกอบด้วยไขมันเลียนแบบผิว (Ceramide NP, Cholesterol, Squalane, และน้ำมันต่างๆ) ซึ่งถูกทำให้คงตัวด้วยอิมัลซิไฟเออร์ธรรมชาติ (Hydrogenated Lecithin)
- การละลาย: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถ กระจายตัวในน้ำได้ (dispersible in water) ซึ่งหมายความว่ามันจะสร้างสารแขวนลอยที่คงตัว แต่ ไม่ได้ละลายน้ำอย่างแท้จริง นี่คือเหตุผลที่สูตรจะมีความขุ่น (กึ่งโปร่งใส) และจำเป็นต้องมีการทำให้คงตัวเพื่อป้องกันไม่ให้หยดน้ำมันที่กระจายตัวอยู่แยกชั้นออกมา
- การแยกชั้น: ในสูตรที่เหลวมาก (ความหนืดต่ำ) หยดน้ำมันที่กระจายตัวอยู่จะไม่มีตัวช่วยยึดเกาะทางกายภาพ ทำให้รวมตัวกันและแยกชั้นในที่สุด
2. คำแนะนำในการแก้ไขเพื่อความคงตัวและเนื้อสัมผัส
กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาทั้งการแยกชั้นและเนื้อสัมผัสคือการ เพิ่มความหนืดของเฟสน้ำ และ กำจัดตัวช่วยละลายภายนอกที่ไม่จำเป็น
A. ทำให้สารแขวนลอยคงตัว (ป้องกันการแยกชั้น)
แทนที่จะเพิ่มตัวช่วยละลาย (ซึ่งทำให้เหนอะหนะ) ลูกค้าควรใช้ สารเพิ่มความหนืด (Thickener) หรือไฮโดรคอลลอยด์ เพื่อช่วยแขวนลอยหยดไมโครอิมัลชันไว้ทางกายภาพ
- สำหรับเซรั่ม (มีความหนืดเล็กน้อย): ใช้โพลิเมอร์ที่ละลายน้ำได้ เช่น Xanthan Gum (0.2-0.5%), Carbomer (0.1-0.3%), หรือโพลิเมอร์เหลว เช่น Acrylates Copolymer (เช่น Sepiplus 400 หรือใกล้เคียง) เพื่อเพิ่มความหนืด ความหนืดที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยยึดอนุภาคของ Skin-Barrier™ ไว้ไม่ให้รวมตัวและแยกชั้น
- สำหรับโทนเนอร์ (เหลวมาก): แม้แต่โทนเนอร์ก็ยังต้องการความหนืดในปริมาณที่น้อยที่สุดเพื่อทำให้สารแขวนลอยคงตัว ลองใช้โพลิเมอร์ในความเข้มข้นที่ต่ำมาก เช่น Xanthan Gum (0.05-0.1%) หรือกัมธรรมชาติ เพื่อให้สูตรมีเนื้อสัมผัสเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกหนัก
B. แก้ปัญหาความขุ่นและเนื้อสัมผัส (เหนอะหนะ/มัน)
- กำจัดตัวช่วยละลาย: ความเหนอะหนะและความมันที่เพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมดเกิดจากตัวช่วยละลายที่ลูกค้าเพิ่มเข้าไป เนื่องจาก Skin-Barrier™ เป็นไมโครอิมัลชันที่คงตัวอยู่แล้ว การเพิ่มสารลดแรงตึงผิว (Solubilizer) ในปริมาณมากจึงอาจส่งผลเสีย เมื่อทำให้สูตรคงตัวด้วยโพลิเมอร์ (ตามข้อ A) ลูกค้าสามารถนำตัวช่วยละลายภายนอกออกได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความเหนอะหนะและลดความรู้สึกมัน
- ยอมรับความขุ่น: ผลิตภัณฑ์นี้ถูกอธิบายว่าเป็นของเหลวกึ่งโปร่งใส เมื่อกระจายตัวในน้ำ สูตรที่ได้จะมีความ ขุ่นหรือกึ่งโปร่งใส ไม่ใช่ใสเหมือนน้ำ นี่คือลักษณะที่คาดหวังของไมโครอิมัลชันที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน
3. ขั้นตอนการผสมที่ถูกต้อง
ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด โดยต้องแน่ใจว่าโพลิเมอร์ที่ใช้ในการทำให้คงตัวมีการพองตัวเต็มที่ก่อน
- เตรียมเฟสน้ำ: ผสมน้ำ, สารให้ความชุ่มชื้น (เช่น Glycerin), และ โพลิเมอร์ที่ใช้ในการทำให้คงตัว ที่เลือกไว้ (เช่น Xanthan Gum) ผสมจนโพลิเมอร์พองตัวเต็มที่และเฟสน้ำมีความหนืดตามที่ต้องการ
- ตรวจสอบอุณหภูมิ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุณหภูมิของเฟสน้ำ ต่ำกว่า 40°C
- เติม Skin-Barrier™: ค่อยๆ เติม Skin-Barrier™ (1-15%) ลงในเฟสน้ำที่คงตัวแล้ว พร้อมกับคนอย่างช้าๆ แต่ต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการใช้แรงเฉือนสูง (High-shear mixing) ซึ่งอาจทำให้ไมโครอิมัลชันไม่คงตัว
- ปรับค่า pH: ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วงที่แนะนำ (2.5-7.0) หากจำเป็น
การใช้โพลิเมอร์เพื่อทำให้สารแขวนลอยคงตัว จะช่วยให้ได้สูตรที่คงตัว ไม่แยกชั้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวช่วยละลายเพิ่มเติมที่ทำให้เกิดความเหนอะหนะ
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง