การปรับปรุงสูตรและแก้ไขปัญหาความเสถียรสำหรับ Booster Lifting Serum

ถามโดย: ornuttee1 เมื่อ: May 13, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการสั่งผลิต แต่ไม่สามารถสั่งได้เนื่องจากส่วนผสมบางตัวไม่มีจำหน่ายแล้ว ต้องการปรับปรุงสูตร เพื่อจะได้สั่งผลิตได้ต้องทำอย่างไร

Booster Lifting and Regenerating Serum

ส่วนผสม:

  • Salmon DNA (PDRN, Polydeoxyribonucleotide, 5000ppm Solution): 12.00%
  • Super-HYA™ (Sodium Acetylated Hyaluronate, AcHA): 0.10%
  • 8D Hyaluronic Acid: 10.00%
  • BEE-TOX™ (100ppm Melittin Bee Venom Solution): 8.00%
  • Repair Activator™ Powder (Bifida Ferment Lysate): 1.00% (สินค้าไม่มีจำหน่ายแล้ว)
  • Pro-Xylane (Hydroxypropyl Tetrahydropyrantriol, Liquid): 2.00%
  • Ethylbisiminomethylguaiacol Manganese Chloride: 0.05%
  • Retinal-EZ™ (Encapsulated Water Dispersible Retinal): 5.00%
  • Pure-Adenosine™: 0.50%
  • Quick-Coll®: 2.00% (สินค้าไม่มีจำหน่ายแล้ว)
  • Pep-Calm™ (Palmitoyl Tripeptide-8): 2.50%
  • Tranexamic Acid (Trans-White™): 3.00%
  • Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide, Switzerland): 8.00%
  • GlucoBright™ (Acetyl Glucosamine): 4.00%
  • Tocotrienols (Oil, 50%, Cosmetics): 1.00%
  • Panthenol (Vitamin B5, DL-Panthenol, Powder): 0.50%
  • Kukui Nut Oil: 2.00%
  • Shea Butter (Melt): 2.00%
  • ActiveProtec™ OX: 1.00%
  • LipidSoft™ Moist (Triethylhexanoin): 2.00%
  • Dimethyl Isosorbide (DMI): 3.00%
  • LecithinGel™: 2.50%
  • Jeju Camellia (compare to Organist): 0.50% (สินค้าไม่มีจำหน่ายแล้ว)
  • Mild Preserved Eco™ (Preservative-Free): 1.00%
  • น้ำกลั่น ปราศจากเชื้อ (Purified Water, TDS Limit 1ppm): 25.35%
  • Methylsilanol Mannuronate: 1.00%
  • รวม: 100.00%

สามารถใช้ส่วนผสมเหล่านี้ทดแทนได้มั้ย หรือแนะนำเป็นส่วนผสมอะไรดีต่อสูตร:

  • ใช้ Black Sea Moss Extract (Hydrolyzed Rhodophyceae extract) 1% ทดแทน Repair Activator™ Powder
  • ใช้ VoluLift™ (Palmitoyl Isoleucine) 1.5% ทดแทน Quick-Coll®
  • ใช้ Tuberose Fragrance Oil 0.5% ทดแทน Jeju Camellia หรือน้ำหอมตัวอื่นที่หอมในกลุ่มเครื่องสำอางซีรั่ม (เปลี่ยนได้เลยตามที่ทีมวิจัยเห็นสมควร)
  • และถ้าเพิ่มส่วนผสม Spilanthol Expression Liposome (Natural Botox, Spilanthol 1.5% Water Soluble) 0.5% หรือ 1% แล้วลดส่วนของน้ำลงให้ครบสัดส่วน 100%

และรบกวนช่วยปรับสูตร เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของสีผลิตภัณฑ์เมื่อทิ้งไว้ในห้องอุณหภูมิปกติ ซึ่งจะมีสีเหลืองอ่อนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อวางทิ้งไว้ 2-4 สัปดาห์ และมีตะกอนเล็กน้อย

สามารถปรับเพิ่ม-ลดส่วนผสมใดเข้าไปได้ตามที่ทีมวิจัยเห็นสมควร และหลังจากเปลี่ยนแปลงสูตรใหม่แล้ว ทีมวิจัยแนะนำให้วัดค่าหรือตรวจสอบอะไรบ้างที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (เช่น pH, ความขาวใสในกี่สัปดาห์, หรือริ้วรอย) และการสั่งผลิตรอบใหม่รวมถึงค่าตรวจสอบต้องทำอย่างไร

คำตอบ

แนวทางการปรับปรุงสูตรและแก้ไขปัญหาความเสถียร

เพื่อให้สามารถสั่งผลิต Booster Lifting and Regenerating Serum ได้อย่างต่อเนื่อง เราได้ประเมินส่วนผสมทดแทนที่คุณเสนอและวิเคราะห์แนวทางแก้ไขปัญหาความเสถียร (การเปลี่ยนสีและตะกอน) ตามหลักการตั้งตำรับดังนี้ครับ

1. การปรับเปลี่ยนส่วนผสมทดแทน

ส่วนผสมที่เลิกจำหน่ายสามารถปรับเปลี่ยนได้ดังนี้ (โปรดทราบถึงการเปลี่ยนแปลงด้านจุดขายของผลิตภัณฑ์):

  • Repair Activator™ Powder: การใช้ Black Sea Moss Extract (1%) ตามที่คุณเสนอ จะเป็นการเน้นเรื่องการเติมความชุ่มชื้นและบำรุงผิวจากสาหร่ายทะเล ซึ่งไม่ใช่สารกลุ่ม Ferment เหมือนเดิม หากต้องการคงจุดขายด้านการซ่อมแซมผิว (Repair) แนะนำให้ใช้ Repair Activator™ BG (รูปแบบของเหลว) แทนครับ
  • Quick-Coll®: การใช้ VoluLift™ (1.5%) จะเน้นไปที่การเพิ่ม Volume และความกระชับของผิว (Firming) ซึ่งอาจมีกลไกการทำงานที่แตกต่างจากสารช่วยเสริมคอลลาเจนตัวเดิมเล็กน้อย
  • Jeju Camellia: การใช้ Tuberose Fragrance Oil (0.5%) จะทำหน้าที่ทดแทนในด้าน "กลิ่น" เท่านั้น ไม่ได้ให้คุณสมบัติบำรุงผิวเหมือนสารสกัดจากดอกคามิลเลีย ทั้งนี้ กลิ่นน้ำหอม 0.5% อาจสูงเกินไปสำหรับเซรั่มที่มีสารออกฤทธิ์เข้มข้น แนะนำให้ทดลองที่ 0.2–0.3% ก่อนเพื่อลดความเสี่ยงในการระคายเคือง
  • Spilanthol Expression Liposome: สามารถเพิ่มได้ที่ 0.5% หรือ 1.0% โดยต้องลดสัดส่วนของน้ำกลั่น (Purified Water) ลงในปริมาณที่เท่ากันเพื่อให้ครบ 100%

2. การแก้ไขปัญหาความเสถียรของผลิตภัณฑ์

ก. ปัญหาผลิตภัณฑ์เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (การเกิด Oxidation และความไวต่อแสง)
การที่เซรั่มเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาลภายใน 2–4 สัปดาห์ มักเกิดจากการเสื่อมสภาพของสารที่ไวต่อแสงหรือออกซิเจน เช่น Retinal-EZ™, EUK-134 หรือน้ำมันในสูตร

  • การทดสอบแบบ Deletion Trials: เพื่อหาต้นเหตุที่แน่ชัด แนะนำให้ทำ Batch ทดลองขนาดเล็ก (100 กรัม) โดยลองตัดส่วนผสมที่สงสัยออกทีละตัว (เช่น Batch ที่ไม่มี Retinal, Batch ที่ไม่มี EUK-134) แล้วสังเกตการเปลี่ยนสีเทียบกับสูตรมาตรฐานเป็นเวลา 4 สัปดาห์
  • บรรจุภัณฑ์: เนื่องจากมี Retinal ในสูตร จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ทึบแสงและเป็นระบบ Airless เพื่อป้องกันแสงและอากาศ
  • กระบวนการผลิต: หลีกเลี่ยงแสงจ้าขณะผลิตและไม่ใช้ความร้อน โดยให้เติมสารที่ไวต่อความร้อน (Retinal, BEE-TOX™, PDRN, Peptides, น้ำหอม) ในขั้นตอนสุดท้ายเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 40°C

ข. ปัญหาการเกิดตะกอน (การละลายและการตกผลึก)
ตะกอนขนาดเล็กอาจเกิดจากปริมาณสารที่เป็นผงสูงเกินไปเมื่อเทียบกับสัดส่วนน้ำที่มีเพียงประมาณ 25% (Niacinamide 8%, Tranexamic 3%, GlucoBright™ 4%, Panthenol 0.5% และ Adenosine 0.5% รวมกันประมาณ 16%)

  • การตรวจสอบการละลาย: ตรวจสอบว่าสารผงทั้งหมดสามารถละลายได้หมดในน้ำที่มีจำกัด โดยเฉพาะ Pure-Adenosine™ 0.5% ซึ่งมักเกิดการตกผลึกได้ง่าย
  • ระยะเวลาสังเกตการณ์: แนะนำให้เตรียมส่วนของน้ำที่ละลายสารผงทั้งหมดก่อน แล้ว วางทิ้งไว้เพื่อสังเกตการณ์ 24–48 ชั่วโมง ทั้งในอุณหภูมิห้องและตู้เย็น เพื่อดูว่ามีการตกผลึกกลับมาหรือไม่ ก่อนที่จะผสมรวมเป็น Batch ใหญ่
  • การปรับสูตร: หากยังมีตะกอน อาจต้องลด Adenosine ลงเหลือ 0.1–0.3% หรือปรับเพิ่มสัดส่วนตัวทำละลาย

3. ค่าที่ควรตรวจสอบและเกณฑ์มาตรฐาน

  • ค่า pH ที่แนะนำ: ควรปรับให้อยู่ในช่วง pH 5.8–6.2 ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมสำหรับความเสถียรของ Retinal, BEE-TOX™ และ PDRN (ซึ่งส่วนใหญ่เสถียรไม่เกิน pH 6.5)
  • การทดสอบความเสถียร:
    • Temperature Cycling: เก็บตัวอย่างที่ 4°C, 25°C และ 40°C
    • Centrifuge Test: ทดสอบการแยกชั้น
    • Light Exposure: เปรียบเทียบการเปลี่ยนสีในขวดใสและขวดทึบเมื่อโดนแสง
  • การตรวจสอบเชื้อ: ควรตรวจ Microbial Limit Test (MLT) และ Preservative Efficacy Test (PET) เนื่องจากสูตรมีสารอาหารผิวสูง
  • การทดสอบประสิทธิภาพ: แนะนำการวัดค่าความชุ่มชื้น (Corneometer), ความเรียบเนียน/ริ้วรอย (Photo grading) และความกระจ่างใส (Colorimeter)

4. ขั้นตอนการสั่งผลิตรอบใหม่

  1. R&D Reformulation: ส่งสูตรที่ปรับปรุงแล้วให้ทีมวิจัยทำ Batch ทดลอง (100–200 กรัม)
  2. Stability Screening: รอผลทดสอบความเสถียรและการละลายจาก Batch ทดลองเป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์
  3. Pilot Production: เมื่อสูตรผ่านการทดสอบความเสถียรแล้ว จึงดำเนินการสั่งผลิตในระดับ Pilot Scale ต่อไปครับ

งานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิงที่รองรับข้อสรุปสำคัญในคำตอบนี้

ICH Q1A(R2), Stability Testing of New Drug Substances and Products, 2003.
ISO 11930:2019, Cosmetics — Microbiology — Evaluation of the antimicrobial protection of a cosmetic product.
ISO 17516:2014, Cosmetics — Microbiology — Microbiological limits.
Tadros, T. F., Emulsion Formation and Stability, Wiley-VCH, 2013.
McClements, D. J., Food Emulsions: Principles, Practices, and Techniques, 3rd ed., CRC Press, 2015.