การปรุงสูตรสเปรย์ฉีดหมอนสูตรน้ำ: ความปลอดภัยของการรวม Solubilizer และการกำหนดอายุการเก็บรักษา
คำถาม
สอบถามเกี่ยวกับการทำสเปรย์สำหรับฉีดหมอนสูตร Water-based
ปัจจุบันได้ทดลองทำสูตร โดยมีส่วนประกอบดังนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มีความขุ่นเล็กน้อย:
- EO 5%
- Polyglyceryl-6 Caprylate 5%
- Polyglyceryl-4 Caprate 9%
- Flora Fix 2%
- Preservative
- Di-Water
จึงได้ทำการปรับสูตรใหม่โดยการเพิ่ม Flora Solve Clear เข้าไปในสูตร โดยใช้อัตราส่วน Solubilizer : EO+Flora Fix = 2:1 ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ใสและไม่หนืด
อยากสอบถามว่า:
- การใช้ Solubilizer ที่ผสมกันหลายตัว (
Polyglyceryl-6 Caprylate+Polyglyceryl-4 Caprate+Flora Solve Clear) ส่งผลเสียหรืออันตรายต่อผลิตภัณฑ์ในระยะยาวหรือผู้ใช้งานหรือไม่ - หากจะนับวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์สเปรย์ฉีดหมอน ควรนับจากวันหมดอายุของสารที่ใช้ที่มีวันหมดอายุถึงเร็วที่สุด หรือนับจากวันที่ทำผลิตภัณฑ์แล้วเสร็จและบวกเวลาที่ preservative ครอบคลุม
คำตอบ
1. ความปลอดภัยของการใช้ Solubilizer หลายชนิดร่วมกัน (Polyglyceryl-6 Caprylate + Polyglyceryl-4 Caprate + Flora Solve Clear)
การใช้ Solubilizer ทั้งสามชนิดนี้ร่วมกัน โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดอันตรายในระยะยาว ต่อผู้ใช้หรือผลิตภัณฑ์
- ความเข้ากันได้และความปลอดภัย: Polyglyceryl-6 Caprylate, Polyglyceryl-4 Caprate, และ Flora Solve Clear เป็นสารลดแรงตึงผิว/สารช่วยละลายชนิดไม่มีประจุ (Non-ionic) ทั้งหมด สารเหล่านี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล โดยเฉพาะในระบบสูตรน้ำ เช่น โทนเนอร์, ไมเซล่า, และสเปรย์ เนื่องจากมีความอ่อนโยนและเข้ากันได้ดีกับผิว
- แนวทางการปรุงสูตร: การใช้ Solubilizer ผสมกันเป็นแนวทางปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไปและมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก Solubilizer แต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการละลายน้ำมันหอมระเหย (EO) และสารให้กลิ่น (Flora Fix) ที่แตกต่างกัน การผสมผสานจะช่วยปรับระบบให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ความใสและความเสถียรที่ดีที่สุดสำหรับส่วนผสมเฉพาะของคุณ
- ความเสถียรในระยะยาว: การที่สูตรที่ปรับปรุงใหม่ของคุณใสและไม่หนืด แสดงว่ากระบวนการละลายสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วย เพิ่มความเสถียรในระยะยาว ของผลิตภัณฑ์โดยการป้องกันการแยกชั้น (ซึ่งอาจนำไปสู่การปนเปื้อนของจุลินทรีย์บริเวณรอยต่อของชั้นน้ำและน้ำมัน)
ตราบใดที่ความเข้มข้นรวมของ Solubilizer ไม่สูงเกินไป (ซึ่งอัตราส่วน 2:1 ของคุณถือว่าเหมาะสม) การผสมผสานนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยในการปรุงสูตร
2. การกำหนดวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ (Shelf Life)
อายุการเก็บรักษา (Shelf Life) ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเป็นการพิจารณาที่ซับซ้อนซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว แต่ถูกกำหนดโดยช่วงเวลาที่ สั้นที่สุด ของปัจจัยสองประการต่อไปนี้:
- วันหมดอายุของวัตถุดิบ: อายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ต้องไม่เกิน วันหมดอายุของวัตถุดิบที่หมดอายุก่อนใครเพื่อน นี่คือขีดจำกัดสูงสุดที่แน่นอน
- ความเสถียรของผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพของสารกันเสีย: อายุการเก็บรักษาที่แท้จริงคือช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ยังคงเสถียร (ไม่มีการแยกชั้น, สีเปลี่ยน, กลิ่นเปลี่ยน, หรือค่า pH เปลี่ยน) และระบบสารกันเสียยังคงมีประสิทธิภาพ (ได้รับการพิสูจน์โดยการทดสอบประสิทธิภาพของสารกันเสีย หรือ PET)
ข้อสรุปสำหรับสเปรย์ฉีดหมอนของคุณ:
คุณควรใช้วันหมดอายุที่ เร็วที่สุด ในบรรดาวัตถุดิบทั้งหมดของคุณเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่เป็นไปได้ แต่อายุการเก็บรักษาที่ใช้งานจริงควรพิจารณาจากประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของระบบสารกันเสียของคุณ
- สำหรับสเปรย์สูตรน้ำอย่างง่าย อายุการเก็บรักษาโดยทั่วไปมักจะอยู่ที่ 1 ถึง 2 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าสารกันเสียมีประสิทธิภาพและผลิตภัณฑ์ยังคงเสถียรทางกายภาพ (ใส, ไม่มีตะกอน) ตลอดระยะเวลาดังกล่าว
- แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ยึดวันหมดอายุที่เร็วที่สุดของวัตถุดิบเป็นเพดานความปลอดภัยเสมอ จากนั้นจึงกำหนดอายุการเก็บรักษาตามประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของสารกันเสีย (เช่น หากสารกันเสียของคุณมีประสิทธิภาพ 2 ปี แต่ส่วนผสมหนึ่งหมดอายุใน 1.5 ปี อายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์คือ 1.5 ปี)
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง
Flora Fix ™ (long lasting fragrance)
Polyglyceryl-4 Caprate