การป้องกันปัญหาสีติดผิวในสครับสูตรน้ำ (Water Base)

ถามโดย: chayanis.r เมื่อ: April 20, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

  1. สครับสูตร Water Base ควรใช้สี Water soluble หรือ Oil soluble (แล้วเติม oil phase เข้าไปด้วย) เพื่อไม่ให้สีติดผิวคะ
  2. หากใช้เป็น water soluble แนะนำ Dosage ที่ประมาณเท่าไหร่ในสูตรถึงจะไม่ติดผิวคะ
  3. สามารถเพิ่มสารตัวไหนเข้าไปแก้ปัญหาสีติดผิวได้บ้างคะ หรือมีเคล็ดลับอะไรในการแก้ปัญหานี้คะ

ปล. ตอนนี้มีสี water soluble แบบผงเจือจางในน้ำกลั่น 3% อยู่ค่ะ

คำตอบ

สำหรับการทำสครับสูตร Water Base (สูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก) การเลือกประเภทของสีและปริมาณการใช้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อป้องกันปัญหาสีติดผิว (Skin Staining) ครับ

1. ควรใช้สี Water-Soluble หรือ Oil-Soluble?

สำหรับสครับสูตรน้ำที่ต้องล้างออก แนะนำให้ใช้สี Water-Soluble (สีละลายน้ำ) จะเหมาะสมกว่าครับ

  • สีละลายในน้ำมัน (Oil-Soluble): การเติมเฟสน้ำมันเพื่อใช้สีประเภทนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดผิวได้ เพราะหากน้ำมันที่มีสีละลายอยู่ล้างออกไม่หมด หรือไปเกาะตามบริเวณผิวที่แห้งกร้านหรือซอกเล็บ จะทำให้เกิดคราบสีที่ล้างออกยาก
  • สีละลายน้ำ (Water-Soluble): ผสมเข้ากับเนื้อสครับได้ง่ายกว่า แต่หากเป็นสีเกรดทั่วไปและใช้ในปริมาณมากเกินไป ก็ยังอาจติดผิวได้
  • ทางเลือกที่ดีที่สุด: แนะนำให้ใช้สีกลุ่ม EasyWash™ ซึ่งเป็นสีละลายน้ำชนิดพิเศษที่ออกแบบมาให้ "ไม่ติดผิว" และล้างออกง่ายมาก เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทสครับโดยเฉพาะ

2. ปริมาณการใช้ (Dosage) สำหรับสีเจือจาง 3%

เนื่องจากคุณใช้สีแบบผงที่เจือจางในน้ำกลั่น 3% อยู่แล้ว ปริมาณที่แนะนำในสูตรสครับเพื่อไม่ให้ติดผิวมีดังนี้:

ปริมาณสีเจือจาง 3% ที่เติมในสูตร ปริมาณสี Active จริงในสูตร ระดับความเสี่ยงในการติดผิว
0.05% 0.0015% ต่ำมาก (จุดเริ่มต้นที่แนะนำ)
0.10% 0.003% ระดับปกติสำหรับสีอ่อนๆ
0.20% 0.006% เริ่มให้สีชัด ควรทดสอบการล้างออก
0.33% 0.010% ขีดจำกัดสูงสุดที่แนะนำเพื่อไม่ให้ติดผิว

คำแนะนำ: ควรเริ่มที่ 0.05% แล้วทดสอบโดยการล้างสครับออกแล้วซับด้วยผ้าขนหนูสีขาว หากไม่มีสีติดผ้าจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณตามต้องการครับ

3. เคล็ดลับการแก้ปัญหาสีติดผิว

  • ใส่สารซักฟอก (Surfactants): ตรวจสอบว่าในสูตรมีสารชำระล้างที่อ่อนโยน (เช่น Cocamidopropyl Betaine) สารเหล่านี้จะช่วยดึงเม็ดสีออกจากผิวขณะล้างน้ำ
  • หลีกเลี่ยงสารประจุบวก (Cationic): ไม่ควรใช้สารกลุ่ม Polyquaternium-7, Cationic Guar หรือสารคอนดิชันเนอร์ประจุบวกในสูตร เพราะสารเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือน "แม่เหล็ก" ที่ดึงดูดสีให้เกาะติดกับโปรตีนบนผิว (Keratin) ได้แน่นขึ้น
  • คุมค่า pH ให้เหมาะสม: ควรปรับค่า pH ของสูตรให้อยู่ในช่วง 5.0–6.0 ซึ่งใกล้เคียงกับผิว ค่า pH ที่เป็นด่างสูงเกินไปจะทำให้ผิวบวมตัวและกักเก็บเม็ดสีได้ง่ายขึ้น
  • ใช้สารจับประจุ (Chelating Agent): เติม Disodium EDTA ประมาณ 0.1% เพื่อป้องกันไม่ให้แร่ธาตุในน้ำไปจับกับสีจนเกิดเป็นคราบที่ล้างออกยาก
  • ใช้ไมก้า (Mica) หรือ Pigment แทน: หากต้องการสีที่เข้มและสวยงามโดยไม่เสี่ยงเรื่องสีติดผิวเลย แนะนำให้ใช้ ผงไมก้า หรือ Pigment/Lake แทน เพราะเป็นเม็ดสีที่ไม่ละลายน้ำแต่เป็นการกระจายตัว จึงล้างออกได้ง่ายกว่าสีประเภท Dye

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ (กลุ่ม EasyWash™ ไม่ติดผิว)

หากต้องการเปลี่ยนมาใช้สีที่มั่นใจได้ว่าล้างออกง่าย แนะนำกลุ่มนี้ครับ:

  • D&C Red No.22 (CI45380) EasyWash™ (สีแดง)
  • D&C Green No.5 (CI 61570) EasyWash™ (สีเขียว)
  • D&C Violet No.2 (CI 60730) EasyWash™ (สีม่วง)
  • D&C Blue No.2 (Indigo Carmine) EasyWash™ (สีน้ำเงิน)
  • D&C Yellow Fluorescent No.2 (CI 45350) EasyWash™ (สีเหลือง)
  • D&C Red No.33‎ (CI17200) EasyWash™ (สีแดงอมชมพู)
งานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิงที่รองรับข้อสรุปสำคัญในคำตอบนี้

Robbins, Reich & Patel, “Adsorption to keratin surfaces: a continuum between a charge-driven and a hydrophobically driven process,” Journal of the Society of Cosmetic Chemists, 1994, 45(2), 85–94.

Supports the technical reasoning behind dye adsorption to skin (keratin) and how charge/hydrophobicity affects staining.

Related Categories

Water Soluble Dye
Cosmetics > Make-Up > Water Soluble Dye
EasyWash™
Cosmetics > Make-Up > Water Soluble Dye > EasyWash™