การพัฒนาสูตรครีมเปปไทด์: เนื้อสัมผัส, ความเข้ากันได้, และขั้นตอนการผสม

ถามโดย: tee.tanyanan เมื่อ: December 14, 2016 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ฉันมีสูตรครีมเปปไทด์และมีคำถามดังนี้ค่ะ:

สูตร:

  1. Water (81%)
  2. Matrixyl 3000 (6.6%)
  3. Copper Peptide (3%)
  4. Pep-Coll (3%)
  5. Vitamin B5 (3.4%)
  6. PE1-Aqua (2%)
  7. Light Cream Maker (1%)

คำถาม:

  1. สูตรข้างต้นสามารถผสมได้ไหมคะ? คราวที่แล้วใช้ Pro Polymer™ 0.7% ทำแล้วไม่ค่อยชอบ texture เท่าไหร่ มันเหนอะๆ ค่ะ ถ้าใช้ Light Cream Maker แทนมันจะดีขึ้นไหมคะ?
  2. ถ้าอยากใช้ PE1-Aqua เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำพา จะทำให้สูตรมีปัญหาไหมคะ?
  3. ถ้าใช้ Pitera แทนในส่วนของ Water จะสามารถทำได้ไหมคะ? จะส่งผลกระทบอะไรกับตัว Copper Peptide ไหมคะ?
  4. ขั้นตอนการผสม (เอา phase ของน้ำเทลงผสมกับ phase ของน้ำมัน หรือควรจะเป็นน้ำมันลงน้ำค่ะ)?
  5. ถ้าใช้สูตร Grape Seed Oil ที่ผสมเพิ่มเติม (มี Vitamin A, Vitamin E, Oryzanol, Alpha Lipoic Acid) ทาทับหลังจากทาครีม Copper Peptide หลังทำ Laser จะได้ไหมคะ? ค้นคว้ามาว่า Alpha Lipoic Acid (ALA Ready™) อาจจะเป็น Chelating Agent ซึ่งอาจส่งผลกับ Copper Peptide ได้ ถูกต้องไหมคะ?

คำตอบ

สวัสดีค่ะ ขอตอบคำถามเพิ่มเติมจากข้อความก่อนหน้านี้นะคะ

เกี่ยวกับสูตร Copper Peptide Light Cream:

  1. สูตรข้างต้นสามารถผสมได้หรือไม่ และการใช้ Light Cream Maker แทน Pro Polymer™ จะช่วยเรื่อง Texture หรือไม่?

    • สูตรนี้สามารถผสมได้ค่ะ
    • การเปลี่ยนจาก Pro Polymer™ มาใช้ Light Cream Maker จะให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างไปบ้าง แต่หากต้องการลดความเหนอะหนะและเพิ่มความนุ่มลื่นอย่างชัดเจน ทีมงานแนะนำให้เพิ่มส่วนผสมที่ช่วยปรับผิวสัมผัสโดยเฉพาะ เช่น Silicone Gel ประมาณ 10% ลงในเนื้อสูตรค่ะ
    • นอกจากนี้ ทีมงานยังแนะนำให้เพิ่ม Safe-B3 (Vitamin B3) 5% เพื่อช่วยเสริมการบำรุงผิวให้แข็งแรงร่วมกับ Vitamin B5 ค่ะ
  2. การใช้ PE1-Aqua เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำพา จะทำให้สูตรมีปัญหาหรือไม่?

    • ไม่มีปัญหาค่ะ สามารถใช้ PE1-Aqua ในสูตรได้ตามปกติค่ะ
  3. การใช้ Pitera แทน Water จะทำได้หรือไม่ และจะส่งผลกระทบกับ Copper Peptide หรือไม่?

    • สามารถใช้ Pitera แทน Water ได้ค่ะ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อ Copper Peptide ค่ะ
    • อย่างไรก็ตาม การใช้ Pitera อาจทำให้เนื้อสูตรมีความเหนอะหนะมากขึ้นได้ หากไม่มีการใช้ส่วนผสมอื่นที่ช่วยปรับเนื้อสัมผัส เช่น Silicone หรือ Emollient ในสูตรค่ะ
  4. ขั้นตอนการผสม (การเท Phase น้ำลงใน Phase น้ำมัน หรือกลับกัน)?

    • ขั้นตอนการผสมขึ้นอยู่กับชนิดของสารสร้างเนื้อสูตรที่ใช้ค่ะ
      • หากใช้ Pro Polymer™: ให้เติมส่วนของน้ำมันลงในส่วนของน้ำค่ะ
      • หากใช้ Light Cream Maker: ให้ค่อยๆ เติมส่วนของน้ำทีละเล็กน้อยลงในส่วนของน้ำมัน และคนให้เข้ากันค่ะ
    • แนะนำให้ตรวจสอบวิธีการใช้โดยละเอียดจากหน้ารายละเอียดส่วนผสมของสารสร้างเนื้อสูตรแต่ละชนิดบนเว็บไซต์อีกครั้งเพื่อความถูกต้องค่ะ

เกี่ยวกับการใช้สูตร Grape Seed Oil ทาทับครีม Copper Peptide หลังทำ Laser:

  • สามารถใช้สูตร Grape Seed Oil ที่ผสมเพิ่มเติมแล้ว ทาทับหลังจากทาครีม Copper Peptide ได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ ค่ะ
  • ตามที่คุณสมาชิกค้นคว้ามาถูกต้องแล้วค่ะ Alpha Lipoic Acid (ALA Ready™) สามารถทำหน้าที่เป็น Chelating Agent ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ Copper Peptide ได้ จึงควรตัด Alpha Lipoic Acid ออกจากสูตร Grape Seed Oil หากต้องการนำมาใช้ร่วมหรือทาทับครีม Copper Peptide ค่ะ
  • ส่วนผสมอื่นๆ ในสูตร Grape Seed Oil เช่น Vitamin A, Vitamin E, Oryzanol, และ Grape Seed Oil เอง ไม่ได้มีลักษณะเป็น Chelating Agent และสามารถใช้ร่วมกับ Copper Peptide ได้ค่ะ
  • สำหรับผิวที่แห้งมากหลังทำ Laser และต้องการการบำรุงที่เข้มข้นขึ้น นอกจากการทาทับด้วยน้ำมัน ทีมงานแนะนำให้พิจารณาทำครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือ Butter ในปริมาณที่สูงขึ้น (เช่น ใช้ Shea Butter ประมาณ 20%) ร่วมกับส่วนผสม Active ที่ละลายในน้ำ เพื่อให้ได้เนื้อครีมที่ช่วยเคลือบผิวและบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้เลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ
ทีมงาน MySkinRecipes