การพัฒนาสูตรเจลสำหรับผิวหน้ามันแต่ขาดน้ำ ใช้กลางวัน

ถามโดย: panuwatsurin เมื่อ: January 09, 2017 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการพัฒนาสูตรเจลสำหรับใช้ตอนกลางวันสำหรับผิวหน้ามันแต่ขาดน้ำ ที่ให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่ทำให้หน้ามัน มีสูตรที่ลองคิดไว้ 2 สูตร ดังนี้:

สูตรที่ 1:

  • Silicone Gel (เบส)
  • Niacinamide
  • Glycerin
  • สารสกัดชาเขียว
  • น้ำมันโรสฮิป
  • วิตามินอี

สูตรที่ 2:

  • Aloe Vera Gel (Heavy) (เบส)
  • Niacinamide
  • Glycerin (20%)
  • สารสกัดชาเขียว
  • น้ำมันโรสฮิป
  • วิตามินอี (1%)

รบกวนผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำว่าสูตรเหล่านี้สามารถผสมกันได้หรือไม่ และเหมาะสมกับสภาพผิวและการใช้งานที่ต้องการหรือไม่ ควรปรับเปลี่ยนหรือใช้วัตถุดิบอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อให้ได้เจลที่ให้ความชุ่มชื้น ไม่เหนอะหนะ เหมาะสำหรับผิวหน้ามันแต่ขาดน้ำคะ

คำตอบ

เจลสำหรับผิวหน้ามันแต่ขาดน้ำ

คุณต้องการเจลที่ให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่ทำให้หน้ามันสำหรับใช้ในตอนกลางวัน ซึ่งเหมาะสำหรับผิวหน้ามันแต่ขาดน้ำ คุณได้เสนอมาสองสูตร:

การวิเคราะห์สูตรที่คุณเสนอ

  • สูตรที่ 1: ใช้ Silicone Gel เป็นเบส ร่วมกับ Niacinamide, Glycerin, สารสกัดชาเขียว, น้ำมันโรสฮิป และวิตามินอี

    • สูตรนี้ ไม่สามารถผสมกันได้ ตามที่เสนอ เนื่องจาก Silicone Gel เป็นส่วนผสมที่มีพื้นฐานเป็นน้ำมัน/ซิลิโคน ในขณะที่ Niacinamide, Glycerin และสารสกัดชาเขียวเป็นส่วนผสมที่ละลายน้ำได้ ส่วนผสมที่มีพื้นฐานเป็นน้ำมันและน้ำไม่สามารถผสมเข้ากันได้โดยไม่มีระบบอิมัลซิไฟเออร์ที่เหมาะสม
  • สูตรที่ 2: ใช้ Aloe Vera Gel (Heavy) เป็นเบส ร่วมกับ Niacinamide, Glycerin, สารสกัดชาเขียว, น้ำมันโรสฮิป และวิตามินอี

    • สูตรนี้ สามารถผสมกันได้ เนื่องจาก Aloe Vera Gel (Heavy) เป็นเจลที่มีพื้นฐานเป็นน้ำ ซึ่งเข้ากันได้กับส่วนผสมออกฤทธิ์ส่วนใหญ่ของคุณ อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นของ Glycerin (20%) และวิตามินอี (1%) ที่เสนอมานั้นค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มที่จะทำให้รู้สึกเหนอะหนะหรือมันบนผิว โดยเฉพาะผิวหน้ามัน น้ำมันโรสฮิปซึ่งละลายในน้ำมัน ก็อาจทำให้รู้สึกหนักผิวได้เช่นกัน

คำแนะนำสำหรับผิวหน้ามันแต่ขาดน้ำ

สำหรับผิวหน้ามันแต่ขาดน้ำ เป้าหมายคือการให้ความชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมันหรือความหนักผิว ส่วนผสมที่ช่วยปรับสมดุลการผลิตน้ำมันพร้อมทั้งดึงน้ำเข้าสู่ผิวจึงเหมาะสมที่สุด

ตามเป้าหมายของคุณและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สูตรที่ 2 พร้อมการปรับเปลี่ยนและอาจใช้ส่วนผสมออกฤทธิ์อื่น ๆ จะเหมาะสมกว่า

การปรับเปลี่ยนที่แนะนำสำหรับสูตรที่ 2:

  1. ลด Glycerin: ลดความเข้มข้นของ Glycerin ลงเหลือไม่เกิน 10% เพื่อลดความเหนอะหนะในขณะที่ยังคงให้ความชุ่มชื้น
  2. ลดวิตามินอี: ลดความเข้มข้นของวิตามินอี (Tocopheryl Acetate) ลงเหลือไม่เกิน 0.1-0.5% หากใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับผิว ความเข้มข้นที่สูงกว่านี้อาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะ พิจารณาว่าวิตามินอีจำเป็นสำหรับเป้าหมายหลักของคุณในการให้ความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้หน้ามันหรือไม่ เนื่องจากน้ำมันโรสฮิปก็มีกรดไขมันและวิตามินที่เป็นประโยชน์เช่นกัน
  3. พิจารณาส่วนผสมออกฤทธิ์ทางเลือก: ผู้เชี่ยวชาญแนะนำส่วนผสมที่มีประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับการปรับสมดุลผิวหน้ามันและขาดน้ำ ซึ่งรวมถึง:
    • Safe-B3 (Niacinamide): ช่วยลดความมัน ลดรูขุมขน ปรับปรุงเกราะป้องกันผิว และให้ความชุ่มชื้น
    • Zinc PCA: มีประสิทธิภาพในการลดความมันของผิว และช่วยดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิวได้
    • L-Carnitine: ช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นและลดการผลิตซีบัม (น้ำมันบนผิว)
    • สารสกัดชะเอมเทศ (Licochalcone A): ลดการอักเสบและช่วยควบคุมความมันของผิว
    • AcneBee Extra: ลดและควบคุมความมันบนใบหน้า

การใช้ส่วนผสมออกฤทธิ์ที่ละลายน้ำได้เหล่านี้ร่วมกันในเจลที่มีพื้นฐานเป็นน้ำ เช่น Aloe Vera Gel (Heavy) จะช่วยให้ความชุ่มชื้นและควบคุมความมันโดยไม่รู้สึกเหนอะหนะ

วิธีผสมสำหรับเบส Aloe Vera Gel

ในการสร้างเจลโดยใช้เบส Aloe Vera Gel (Heavy) และส่วนผสมออกฤทธิ์ที่ละลายน้ำได้:

  1. ตวง Aloe Vera Gel (Heavy) ในปริมาณที่ต้องการ
  2. เติมส่วนผสมออกฤทธิ์ที่ละลายน้ำได้ที่คุณเลือก (เช่น Safe-B3, Zinc PCA, L-Carnitine, สารสกัดชะเอมเทศ, Glycerin ในความเข้มข้นที่ลดลง, สารสกัดชาเขียว) ลงในเบสเจลที่อุณหภูมิห้อง
  3. คนส่วนผสมให้เข้ากันอย่างทั่วถึงเป็นเวลาหลายนาที จนส่วนผสมที่เป็นผงละลายหมดและส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน หากเติมส่วนผสมออกฤทธิ์ที่เป็นของเหลว ให้คนจนเข้ากันดี
  4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนผสมสุดท้ายเป็นเนื้อเดียวกันก่อนบรรจุภัณฑ์

เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ไม่เหนอะหนะซึ่งเหมาะสำหรับผิวหน้ามัน โดยทั่วไปควรลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ละลายในน้ำมัน เช่น น้ำมันโรสฮิปและวิตามินอี ในเจลที่มีพื้นฐานเป็นน้ำ เว้นแต่จะใช้อิมัลซิไฟเออร์ที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดีโดยไม่กระทบต่อเนื้อสัมผัส