การพัฒนาสูตรเซรั่มเนื้อน้ำนม เพื่อผิวกระจ่างใสและอิ่มฟู

ถามโดย: imm_consulting เมื่อ: February 09, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

อยากได้สูตรเซรั่มเนื้อน้ำนม (Milky Serum) ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ดังนี้ค่ะ:

  • Avocado Oil
  • Chia Seed Oil
  • Jojoba Oil

คุณสมบัติที่ต้องการ:

  • เน้นความขาว กระจ่างใส
  • ผิวอิ่มฟู และชุ่มชื้น
  • เนื้อสัมผัสมีความหนืดคล้ายโลชั่น แต่ไม่ข้นจนเกินไป เมื่อหยดลงบนผิวแล้วไม่ไหลง่าย

ส่วนสารไวเทนนิ่งสามารถแนะนำเพิ่มเติมได้เลยค่ะ อยากได้ที่เห็นผลชัดเจน

คำตอบ

สำหรับสูตรเซรั่มเนื้อน้ำนม (Milky Serum) ที่เน้นความขาวกระจ่างใส ผิวฟู และชุ่มชื้น โดยใช้สารสกัดน้ำมันตามที่คุณลูกค้าต้องการ ทางเราขอแนะนำสูตรที่ใช้ Satin Cream Maker™ ซึ่งจะช่วยให้ได้เนื้อสัมผัสแบบโลชั่นเนื้อเบา ไม่ไหลย้อยง่าย และให้ความรู้สึกนุ่มลื่นผิวครับ

สูตรเซรั่มน้ำนม Brightening & Plumping

ส่วนที่ 1 (ส่วนของน้ำ):

  1. น้ำกลั่น (Water): 82.5%
  2. Safe-B3™ (Vitamin B3): 5% (ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยแดง และเสริมเกราะป้องกันผิว)
  3. Vitamin C Hyaluron (Ascorbyl Propyl Hyaluronate): 1% (รวมวิตามินซีช่วยผิวขาว และไฮยาลูรอนช่วยให้ผิวฟูชุ่มชื้น)

ส่วนที่ 2 (ส่วนของน้ำมัน):

  1. Avocado Oil (Refined): 3% (บำรุงล้ำลึก เพิ่มความยืดหยุ่น)
  2. Chia Seed Oil (Virgin, Cold-Pressed): 3% (โอเมก้า 3 สูง ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู)
  3. Jojoba Oil (Golden): 3% (ปรับสมดุลน้ำมันผิว ให้ความชุ่มชื้นเป็นธรรมชาติ)

ส่วนที่ 3 (สารประสานและสารกันเสีย):

  1. Satin Cream Maker™: 1.5% (ตัวสร้างเนื้อโลชั่นน้ำนม ปรับเพิ่ม-ลดได้ในช่วง 1.2-1.5% ตามความหนืดที่ชอบ)
  2. Phenoxyethanol SA: 1% (สารกันเสีย)

ขั้นตอนการผสม:

  1. เตรียมส่วนของน้ำ: ผสมน้ำ, Safe-B3™ และ Vitamin C Hyaluron เข้าด้วยกัน คนจนละลายหมด
  2. สร้างเนื้อเซรั่ม: เติม Satin Cream Maker™ ลงในส่วนของน้ำ ใช้การคนหรือปั่นจนเนื้อเริ่มข้นขึ้นเป็นเจลเนื้อนุ่ม
  3. เติมน้ำมัน: ผสมน้ำมันทั้ง 3 ชนิด (Avocado, Chia, Jojoba) เข้าด้วยกัน แล้วค่อยๆ เทลงในเนื้อเจลที่เตรียมไว้ พร้อมกับคนหรือปั่นอย่างต่อเนื่อง เนื้อจะเปลี่ยนเป็นสีขาวน้ำนมและมีความหนืดคล้ายโลชั่น
  4. เติมสารกันเสีย: เติม Phenoxyethanol SA เป็นขั้นตอนสุดท้าย คนให้เข้ากัน
  5. ปรับแต่ง: หากต้องการให้หนืดขึ้นอีกเล็กน้อย สามารถเติม Satin Cream Maker™ เพิ่มทีละนิดแล้วปั่นให้เข้ากันได้ครับ

จุดเด่นของสูตรนี้:

  • ขาวกระจ่างใส: ด้วยพลังของ Vitamin B3 และ Vitamin C Hyaluron ที่ช่วยลดเม็ดสีและปรับโทนผิว
  • ผิวฟู ชุ่มชื้น: การทำงานร่วมกันของ Chia Seed Oil และ Hyaluron ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและยืดหยุ่น
  • เนื้อสัมผัสดี: ใช้ Satin Cream Maker™ ทำให้ได้เนื้อเซรั่มที่เกาะผิวได้ดี ไม่ไหลง่าย แต่ยังคงความเบาสบายแบบน้ำนมครับ

การตอบกลับติดตาม

imm_consulting
February 13, 2026 21:05
คำถาม:

ต้องการสูตรเซรั่มเนื้อน้ำนม (Milky Serum) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันดังนี้:

  • Avocado Oil
  • Chia Seed Oil
  • Jojoba Oil

คุณสมบัติที่ต้องการ:

  • เน้นช่วยให้ผิวกระจ่างใส (Whitening and Brightening)
  • ช่วยให้ผิวอิ่มฟูและชุ่มชื้น (Plumping and Moisturizing)
  • เนื้อสัมผัสแบบโลชั่น ไม่เหลวเกินไป มีความหนืดพอประมาณเพื่อไม่ให้ไหลย้อยง่ายเวลาทาบนใบหน้า

ขอคำแนะนำเกี่ยวกับสารไวท์เทนนิ่งที่มีประสิทธิภาพและสูตรที่เหมาะสม นอกจากนี้ หากต้องการเปลี่ยนสารสร้างเนื้อ (Base) ให้เป็นแนว ธรรมชาติ (Natural) โดยยังคงคุณสมบัติเดิมไว้ จะสามารถทำได้อย่างไร และควรใช้สารตัวใด

คำตอบ:

สำหรับการปรับสูตรเซรั่มเนื้อน้ำนม (Milky Serum) ให้เป็นแนวธรรมชาติ (Natural) ตามที่คุณต้องการ โดยยังคงคุณสมบัติช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส อิ่มฟู และชุ่มชื้น พร้อมเนื้อสัมผัสแบบโลชั่นที่ไม่ไหลย้อยง่าย ผมขอแนะนำสูตรที่ใช้ LeciCream™ (ตัวประสานธรรมชาติจากเลซิติน) และ Xanthan Gum ชนิดเนื้อละเอียด เพื่อสร้างเนื้อสัมผัสที่ต้องการครับ

สูตร Natural Brightening & Plumping Milky Serum

ส่วนน้ำ (Water Phase):

  1. Water: 81.5%
  2. Safe-B3™ (Vitamin B3): 5% (ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยแดง และเสริมเกราะป้องกันผิว)
  3. Vitamin C Hyaluron (Ascorbyl Propyl Hyaluronate): 1% (วิตามินซีเข้มข้นช่วยเรื่องความขาวใส พร้อมไฮยาลูรอนช่วยให้ผิวอิ่มฟู)
  4. Xanthan Gum (smooth texture): 0.5% (สารสร้างเนื้อจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความหนืดให้เซรั่มไม่ไหลง่าย และให้สัมผัสลื่นผิว)

ส่วนน้ำมัน (Oil Phase):

  1. Avocado Oil (Refined): 3% (บำรุงลึกและให้วิตามินแก่ผิว)
  2. Chia Seed Oil (Virgin, Cold-Pressed): 3% (มีโอเมก้า 3 สูง ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและทำให้ผิวดูเต็ม)
  3. Jojoba Oil (Golden): 3% (ปรับสมดุลความมันและให้ความชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติ)
  4. LeciCream™: 2% (ตัวประสานเนื้อธรรมชาติ ช่วยสร้างเนื้อน้ำนมที่อ่อนโยนต่อผิว)

ส่วนสารกันเสีย:

  1. Mild Preserved Eco™: 1% (สารกันเสียจากธรรมชาติ)

ขั้นตอนการผสม:

  1. เตรียมส่วนน้ำ: ละลาย Safe-B3™ และ Vitamin C Hyaluron ในน้ำให้เข้ากัน จากนั้นโปรย Xanthan Gum ลงไปแล้วปั่นด้วยความเร็วสูงจนได้เนื้อเจลใสที่เนียนละเอียด
  2. เตรียมส่วนน้ำมัน: ผสม LeciCream™ ลงในน้ำมันทั้ง 3 ชนิด (Avocado, Chia Seed, Jojoba) คนให้กระจายตัว
  3. การประสานเนื้อ: อุ่นส่วนน้ำและส่วนน้ำมันแยกกันให้มีอุณหภูมิประมาณ 70-75 องศาเซลเซียส
  4. ผสม: ค่อยๆ เทส่วนน้ำมันลงในส่วนน้ำในขณะที่ปั่นด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง จนเนื้อรวมตัวกันเป็นโลชั่นสีขาวน้ำนม
  5. ลดอุณหภูมิ: ปล่อยให้เนื้อเซรั่มเย็นลงโดยการคนเบาๆ
  6. เติมสารกันเสีย: เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส ให้เติม Mild Preserved Eco™ แล้วผสมให้เข้ากันเป็นขั้นตอนสุดท้าย

คุณสมบัติเด่นของสูตร:

  • เบสธรรมชาติ: ใช้เลซิตินและกัมจากธรรมชาติแทนสารเคมีสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและปลอดภัย
  • ขาวกระจ่างใส: การทำงานร่วมกันของ Vitamin B3 และ Vitamin C Hyaluron ช่วยลดความหมองคล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผิวอิ่มฟู (Plumping): ได้รับการบำรุงจาก Chia Seed Oil และ Hyaluron ช่วยให้ผิวดูเต่งตึง
  • เนื้อสัมผัสพอเหมาะ: Xanthan Gum ช่วยให้เซรั่มมีความหนืดพอดี ไม่ไหลเลอะเทอะขณะทา แต่ยังซึมเข้าสู่ผิวได้ดีไม่เหนอะหนะครับ
imm_consulting
February 17, 2026 13:02
คำถาม:

ต้องการพัฒนาสูตรเซรั่มเนื้อน้ำนม (Milky Serum) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันดังนี้:

  • Avocado Oil
  • Chia Seed Oil
  • Jojoba Oil

คุณสมบัติที่ต้องการ:

  • เน้นการบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส (Whitening and Brightening)
  • ช่วยให้ผิวอิ่มฟูและเพิ่มความชุ่มชื้น (Plumping and Moisturizing)
  • เนื้อสัมผัสคล้ายโลชั่นที่ไม่ข้นจนเกินไป แต่มีความหนืดเพียงพอที่จะไม่ไหลย้อยง่ายเมื่อทาบนใบหน้า

รบกวนแนะนำสารออกฤทธิ์เพื่อผิวกระจ่างใสที่มีประสิทธิภาพและขอสูตรที่เหมาะสม นอกจากนี้ขอสอบถามเพิ่มเติม:

  1. สามารถเปลี่ยนสารสร้างเนื้อหรือเบสเป็นทางเลือกจากธรรมชาติ โดยยังคงคุณสมบัติตามที่ต้องการได้หรือไม่?
  2. ระหว่าง Olivem 1000 และ LeciCream™ สารตัวไหนมีความเหมาะสมกับสูตรนี้มากกว่ากัน?
  3. ในสูตรจำเป็นต้องมีสารอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อช่วยป้องกันการแยกชั้นของอิมัลชันหรือไม่?
คำตอบ:

ระหว่าง Olivem 1000 และ LeciCream™ ทั้งคู่เป็นประสานน้ำกับน้ำมัน (Emulsifier) จากธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม แต่ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันดังนี้ครับ:

  • LeciCream™ (Hydrogenated Lecithin): เหมาะกว่าหากคุณต้องการเนื้อสัมผัสแบบ "เซรั่มเนื้อน้ำนม" (Milky Serum) อย่างแท้จริง เนื่องจากเลซิตินจะสร้างอิมัลชันที่ละเอียดมาก ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว นุ่มลื่น และเข้ากับโครงสร้างผิวได้ดีมาก ให้ลุค "น้ำนม" ที่ดูหรูหรา
  • Olivem 1000: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเนื้อแบบ "โลชั่นเนื้อบางเบา" ตัวนี้จะสร้างโครงสร้าง Liquid Crystal ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวได้ดี แต่ถ้าใช้ในปริมาณน้อยเพื่อให้เป็นเซรั่ม บางครั้งอาจให้ความรู้สึก "แว็กซ์" (Waxy) มากกว่าความลื่นของเลซิติน

การป้องกันการแยกชั้น (ความเสถียร):

จำเป็นต้องมีสารช่วยเพิ่มความเสถียรครับ เนื่องจากเซรั่มมีส่วนประกอบของน้ำในปริมาณสูงและความหนืดต่ำ ทำให้มีโอกาสที่น้ำมันจะลอยตัวขึ้นมาด้านบน (Separation) ได้ง่าย

ผมแนะนำให้เติม Xanthan Gum (ชนิดเนื้อละเอียด) ในปริมาณ 0.3% - 0.5% เพื่อช่วยในด้าน:

  1. ป้องกันการแยกชั้น: ช่วยเพิ่มความหนืดในส่วนของน้ำเพื่อพยุงละอองน้ำมันให้กระจายตัวสม่ำเสมอ
  2. ควบคุมความหนืด: ช่วยให้เซรั่มมีเนื้อสัมผัส (Body) ตามที่คุณต้องการ คือไม่ไหลย้อยง่ายเมื่อทาบนใบหน้า แต่ยังคงความเบาสบาย

สูตรแนะนำ: เซรั่มน้ำนมธรรมชาติ (Natural Milky Serum)

ส่วนน้ำ (Water Phase):

  1. Water: 81.2%
  2. Safe-B3™ (Vitamin B3): 5% (ช่วยให้ผิวกระจ่างใส)
  3. Vitamin C Hyaluron: 1% (กระจ่างใสและเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟู)
  4. Xanthan Gum (smooth texture): 0.3% (สารสร้างเนื้อและเพิ่มความเสถียร)

ส่วนน้ำมัน (Oil Phase):

  1. Avocado Oil (Refined): 3%
  2. Chia Seed Oil (Virgin, Cold-Pressed): 3%
  3. Jojoba Oil (Golden): 3%
  4. LeciCream™: 2.5% (ตัวประสานธรรมชาติ)

สารกันเสีย:

  1. Mild Preserved Eco™: 1%

ขั้นตอนการผสม:

  1. เตรียมส่วนน้ำ: ละลาย Safe-B3™ และ Vitamin C Hyaluron ในน้ำ จากนั้นค่อยๆ โปรย Xanthan Gum ลงไปแล้วปั่นด้วยความเร็วสูงจนกลายเป็นเนื้อเจลที่เนียนละเอียด
  2. เตรียมส่วนน้ำมัน: ผสม LeciCream™ ลงในน้ำมันทั้ง 3 ชนิด (Avocado, Chia, Jojoba)
  3. ให้ความร้อน: อุ่นทั้งส่วนน้ำและส่วนน้ำมันแยกกันให้มีอุณหภูมิประมาณ 70-75 องศาเซลเซียส
  4. ผสม: ค่อยๆ เทส่วนน้ำมันลงในส่วนน้ำในขณะที่ปั่นด้วยความเร็วสูง (แนะนำให้ใช้เครื่องปั่นมือถือ) ปั่นต่อเนื่อง 3-5 นาทีจนเนื้อรวมตัวกันเป็นน้ำนม
  5. ทำให้เย็นลง: คนเบาๆ ในขณะที่รอให้เนื้อเซรั่มเย็นตัวลง
  6. เติมสารกันเสีย: เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส ให้เติม Mild Preserved Eco™ แล้วคนให้เข้ากัน

สูตรนี้จะได้เซรั่มเนื้อน้ำนมที่เสถียร ไม่แยกชั้น ช่วยให้ผิวกระจ่างใส อิ่มฟู และมีเนื้อสัมผัสที่พอดี ไม่ไหลย้อยครับ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง

Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide)
Safe-B3™ (Vitamin B3, Niacinamide)
เครื่องสำอาง
Jojoba Oil (Golden - Deodorized)
Jojoba Oil (Golden - Deodorized)
เครื่องสำอาง
Avocado Oil (Refined)
Avocado Oil (Refined)
เครื่องสำอาง
Satin Cream Maker™
Satin Cream Maker™
เครื่องสำอาง
Phenoxyethanol SA (eq. Optiphen Plus)
Phenoxyethanol SA (eq. Optiphen Plus)
เครื่องสำอาง
Ascorbyl Propyl Hyaluronate (Vitamin C Hyaluron)
Ascorbyl Propyl Hyaluronate (Vitamin C Hyaluron)
เครื่องสำอาง
Chia Seed Oil (Virgin, Cold-Pressed)
Chia Seed Oil (Virgin, Cold-Pressed)
เครื่องสำอาง
Mild Preserved Eco™ (Preservative-Free)
Mild Preserved Eco™ (Preservative-Free)
เครื่องสำอาง
LeciCream™ (Natural Emulsifier / Cream Maker)
LeciCream™ (Natural Emulsifier / Cream Maker)
เครื่องสำอาง
Olivem 1000 (Cetearyl Olivate, Sorbitan Olivate)
Olivem 1000 (Cetearyl Olivate, Sorbitan Olivate)
เครื่องสำอาง