การพัฒนาสูตร Deodorant Stick เนื้อใสเนียนด้วย Sodium Stearate

ถามโดย: pamsalapao เมื่อ: February 06, 2023 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาสูตร Deodorant Stick ให้มีเนื้อใสและเนียน โดยใช้ Sodium Stearate เป็นสารก่อเจล ในสูตรมีส่วนประกอบของน้ำ, สารให้ความชุ่มชื้น, น้ำหอมประมาณ 8% และน้ำมันอื่นๆ อีก 5.5% ควรใช้สารประสาน (emulsifier) หรือสารช่วยกระจายตัว (dispersing agent) ชนิดใดเพื่อช่วยในการรวมส่วนของน้ำมันและน้ำหอมให้เข้ากับเนื้อเจลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้แท่งที่ใสและมีเนื้อสัมผัสที่เนียน?

คำตอบ

# การทำ Deodorant Stick ด้วย Sodium Stearate

สำหรับการทำ Deodorant Stick ให้มีความใสและเนื้อเนียน โดยใช้ Sodium Stearate ร่วมกับน้ำ, สารให้ความชุ่มชื้น, น้ำหอม 8% และน้ำมันอื่นๆ 5.5% นั้น Sodium Stearate จะทำหน้าที่เป็นสารก่อเจลหลัก

การทำให้สูตรที่มีทั้งส่วนของน้ำและส่วนของน้ำมัน/น้ำหอมมีความใสและเนียนต้องอาศัยการปรับสูตรอย่างระมัดระวัง แม้ว่า Sodium Stearate จะสร้างโครงสร้างเจลขึ้นมา แต่การกระจายตัวของน้ำมันและน้ำหอมให้เข้ากับเนื้อเจลได้อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้ได้แท่งที่ใส ไม่ขุ่น หรือแยกชั้น

สารที่ช่วยในการรวมตัว (emulsify) หรือกระจายตัวของน้ำมันและน้ำหอมให้เข้ากับเนื้อเจลที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักได้อย่างทั่วถึงจะเป็นประโยชน์ สารอิมัลซิไฟเออร์ เช่น Sorbitan Stearate หรือ Sucrose Stearate อาจช่วยในการผสมส่วนประกอบของน้ำมันและน้ำหอมให้เข้ากับเบสเจล Sodium Stearate ได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ได้แท่งที่มีความสม่ำเสมอและอาจมีความใสมากขึ้น

ความใสและความเนียนของแท่ง Deodorant จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนที่เหมาะสมของ Sodium Stearate ต่อส่วนของน้ำและสารให้ความชุ่มชื้น การผสมผสานส่วนของน้ำมันและน้ำหอมให้เข้ากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ (อาจใช้สารอิมัลซิไฟเออร์ช่วย) รวมถึงกระบวนการผลิต เช่น อุณหภูมิในการให้ความร้อนและอัตราการเย็นตัว

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต 24-05-2026

สำหรับ deodorant stick แบบใสที่ใช้ Sodium Stearate ควรเน้นการ solubilize น้ำหอม/น้ำมันก่อน ไม่ใช่เพียงทำให้อิมัลซิไฟหรือกระจายตัวเท่านั้น เนื่องจากสูตรนี้มีน้ำหอมประมาณ 8% และน้ำมันอื่นอีก 5.5% ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่ชอบน้ำมันค่อนข้างสูง ความใสของแท่งจึงขึ้นกับความเข้ากันได้ของน้ำหอม/น้ำมันกับระบบน้ำ-ฮิวเมกแทนท์-Sodium Stearate เป็นหลัก

ในการทดลองครั้งแรก แนะนำให้ใช้ตัวช่วยละลายใส เช่น PEG-40 Hydrogenated Castor Oil หรือ Eco Solve™ เป็นตัวประสานหลักสำหรับส่วนน้ำหอม/น้ำมัน โดยผสมน้ำหอมและน้ำมันกับ solubilizer ให้เข้ากันหรือใสก่อน แล้วจึงเติม premix นี้ลงในเบส Sodium Stearate ที่ให้ความร้อนและยังเป็นของเหลวอยู่

Sorbitan Stearate อาจช่วยประสานน้ำมันได้ในบางสูตร แต่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ HLB ต่ำ จึงอาจทำให้ขุ่น หรืออาจไม่ช่วยคงความใสในแท่ง Sodium Stearate ที่มีน้ำ/ฮิวเมกแทนท์เป็นหลัก ส่วน Sucrose Stearate โดยเฉพาะเกรด HLB สูง สามารถนำมาทดลองเป็นตัวช่วยระบบ O/W ได้ แต่ไม่ควรคาดว่าจะทำให้น้ำหอม 8% และน้ำมัน 5.5% ใสได้โดยไม่ทดสอบจริง

ไม่สามารถกำหนดอัตรา solubilizer ที่แน่นอนได้โดยไม่ทดลอง เพราะน้ำหอมแต่ละชนิดมี polarity และความต้องการ solubilizer ต่างกัน เมื่อใช้น้ำหอม 8% ควรตรวจสอบ IFRA, สารก่อแพ้ที่ต้องแจ้ง, ความเสี่ยงการระคายเคือง, pH สุดท้าย, ความแข็งของแท่ง, ความใส, การเหงื่อออกของแท่ง, การแยก/เยิ้มน้ำหอม และความคงตัวที่อุณหภูมิสูง/ต่ำ ก่อนผลิตจริง

เอกสารอ้างอิง: Harry’s Cosmeticology, 9th ed.; Handbook of Cosmetic Science and Technology, 4th ed.; Surfactants in Cosmetics, 2nd ed.; IFRA Standards framework.