การเติม Xanthan Gum และความเร็วเครื่องปั่นในสูตรเซรั่มวิตามินซี

ถามโดย: yaowapa24 เมื่อ: July 11, 2016 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สวัสดีค่ะ มีคำถามเกี่ยวกับสูตรเซรั่มดังนี้ค่ะ

สูตร:

  • ส่วน A:

    • น้ำกลั่นบริสุทธิ์: 43.7 กรัม
    • Triethanolamine (TEA): 2.5 กรัม (เพื่อปรับ pH ให้อยู่ในช่วงประมาณ 3.7)
    • Ferulic Acid: 0.5 กรัม (สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ Vitamin C LAA เสถียร)
    • Panthenol (Pro Vitamin B5): 0.5 กรัม (ช่วยให้ความชุ่มชื้นผิว)
  • ส่วน B:

    • Ethoxydiglycol: 20 กรัม (ตัวทำละลาย และช่วยนำพาสารซึมสู่ผิว)
    • Propylene Glycol: 10 กรัม (ตัวทำละลาย และหล่อลื่น)
    • glycerin: 3 กรัม (หล่อลื่น ชุ่มชื้น ให้เวลาใช้รู้สึกปรื้ดๆ บนผิว)
    • Laureth-23: 3 กรัม (emulsifier หรือตัวประสานน้ำมันเข้ากับน้ำ)
    • d-Alpha Tocopherol (Vitamin E): 1 กรัม (ช่วยทำให้ Vitamin C เสถียร แถมช่วยต้านอนุมูลอิสระผิว)
  • ส่วน C:

    • L-ascorbic acid (Vitamin C): 15 กรัม

คำถาม:

  1. ควรใส่ Xanthan gum ในขั้นตอนไหนของสูตรนี้คะ?
  2. ควรใช้เครื่องปั่น Homo (homogenizer) ด้วยความเร็วเท่าไรในการปั่นคะ?

คำตอบ

จากสูตรที่คุณให้มา ซึ่งมีส่วนของน้ำ (Phase A) และส่วนผสมอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว Xanthan gum ซึ่งเป็นสารเพิ่มความหนืดที่ละลายน้ำได้ ควรเติมลงในส่วนของน้ำ (Phase A)

เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อน ควรนำ Xanthan gum ไปกระจายตัวในของเหลวปริมาณเล็กน้อยจาก Phase A (เช่น น้ำกลั่น) หรือใน glycerin จาก Phase B ก่อน จากนั้นจึงค่อยนำส่วนผสมนี้ไปเติมลงใน Phase A ที่เหลือพร้อมกับคนอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Xanthan gum ละลายเข้ากันดีและไม่มีก้อนก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

สำหรับความเร็วของเครื่องปั่น Homo (homogenizer) ความเร็วที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องปั่นและระดับความหนืดและความคงตัวของเซรั่มที่คุณต้องการ โดยทั่วไปแล้ว คุณควรเริ่มต้นด้วยความเร็วต่ำเพื่อผสมส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วตามความจำเป็นเพื่อให้ได้อิมัลชันหรือสารแขวนลอยที่เรียบเนียนและคงตัว หลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วสูงเกินไปในตอนแรก ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดฟองอากาศได้ คุณอาจต้องทดลองเพื่อหาความเร็วที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องมือและสูตรของคุณ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต 2026-05-24: คำแนะนำเดิมยังถูกต้องโดยรวม แต่สำหรับสูตรลักษณะ 15% L-ascorbic acid / Vitamin E / Ferulic Acid นี้ ควรทำให้ Xanthan Gum เปียก กระจายตัว และพองตัวในส่วนของน้ำให้สมบูรณ์ก่อนที่สูตรจะมีความเป็นกรดสูงและมีตัวทำละลาย/ไกลคอลในปริมาณมาก ขั้นตอนที่เหมาะสมคือ กระจาย Xanthan Gum ในน้ำหรือ pre-wet ใน glycerin ก่อน แล้วค่อยเติมลงในน้ำพร้อมคนให้ไม่เป็นเม็ด จากนั้นจึงค่อยเติมส่วน glycol/solvent และควรเติม L-ascorbic acid ในช่วงท้าย สำหรับเนื้อเซรั่ม แนะนำเริ่มทดลองที่ประมาณ 0.1-0.3% Xanthan Gum ก่อน เพราะปริมาณสูงกว่านี้อาจทำให้เนื้อข้น เหนอะ หรือยืดมากเกินไป

หากกระจาย Xanthan Gum ได้ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องใช้ homogenizer แรงสูง ให้เริ่มจากการปั่น/คนระดับต่ำถึงปานกลาง และใช้แรงเฉือนสูงเพียงสั้น ๆ เฉพาะกรณีที่ยังมีก้อน หลังเติม L-ascorbic acid แล้วควรหลีกเลี่ยงการปั่นแรงเป็นเวลานาน เพราะอากาศที่เข้าไปในสูตรอาจเร่งการออกซิเดชันของ Vitamin C ได้ ควรวัด pH สุดท้ายหลังผสมครบทุกส่วนแล้ว ไม่ควรอ้างอิงจากปริมาณ Triethanolamine ที่คำนวณไว้เท่านั้น เนื่องจากสูตรมีน้ำ ต้องตรวจสอบระบบกันเสียและความคงตัวด้านจุลินทรีย์ด้วย และควรใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท ป้องกันแสง พร้อมลดการสัมผัสความร้อน อากาศ และแสง

เอกสารอ้างอิง: Lin และคณะ, Journal of Investigative Dermatology, 2005 เกี่ยวกับระบบ Vitamin C/E/Ferulic; García-Ochoa และคณะ, Biotechnology Advances, 2000 เกี่ยวกับคุณสมบัติของ Xanthan Gum