การเลือก Trimethylsiloxysilicate สำหรับสูตรอายแชโดว์เนื้อลิควิดเบสน้ำ
คำถาม
ต้องการพัฒนาสูตรอายแชโดว์เนื้อลิควิด (Liquid Eyeshadow) สำหรับใช้กับหัวแปรงแบบ doe-foot รบกวนสอบถามว่าควรใช้ Trimethylsiloxysilicate ชนิดใดสำหรับสูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก? โดยอ้างอิงจากรายการส่วนผสมที่ได้รับมา และต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับ Sisley Paris Ombre Eclat Liquide Eyeshadows
สูตรที่ใช้:
| Phase | ส่วนผสม | สัดส่วน (%) |
|---|---|---|
| Phase A | Water | 52.00% |
| Glycerin | 5.00% | |
| Butylene Glycol | 3.00% | |
| Sepimax Zen | 2.00% | |
| Phase B | Trimethylsiloxysilicate | 6.00% |
| VP/Hexadecene Copolymer | 4.00% | |
| Lauroyl Lysine | 1.00% | |
| Boron Nitride | 1.00% | |
| Isododecane | 2.00% | |
| Phase C | Synthetic Fluorphlogopite (9 and 20 micron) Silane Coated | 10.00% |
| Mica Blend | 6.50% | |
| Silica Microspheres (10 microns) | 1.00% | |
| TiO2 | 1.00% | |
| Iron Oxides & Lakes Readymix powders | 3.00% | |
| Phase D | Hemisqualane | 1.00% |
| Vitamin E | 0.50% | |
| Phase E | Jeecide Cap 5 | 1.00% |
| รวม | 100.00% |
คำตอบ
สำหรับการพัฒนาสูตรอายแชโดว์เนื้อลิควิด (Liquid Eyeshadow) ให้มีสัมผัสใกล้เคียงกับ Sisley Paris Ombre Eclat Liquide ซึ่งโดดเด่นเรื่องความบางเบา สดชื่น และติดทนนานเหมือนเป็นผิวชั้นที่สอง การเลือกสารสร้างฟิล์มและตัวช่วยพยุงสูตรถือเป็นหัวใจสำคัญครับ
1. การเลือก Trimethylsiloxysilicate (TMS) ที่เหมาะสม
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและใช้กับบริเวณเปลือกตาที่บอบบาง แนะนำให้ใช้ Silicone Film (Comfort-Wear, Hard, Isododecane Base) ครับ
- ทำไมต้องเป็นรุ่นนี้? แม้ว่ารุ่น "Very Long-Wear" จะให้ความทนทานสูงสุด แต่สารสร้างฟิล์มที่แข็งเกินไปอาจทำให้รู้สึกตึงผิวหรือ "ตกร่อง/แตก" เมื่อเปลือกตาขยับ รุ่น Comfort-Wear (Trimethylsiloxysilicate ในเบส Isododecane) จะให้สมดุลที่ดีเยี่ยมระหว่างการกันน้ำและการสัมผัสที่เบาสบายผิวตลอดวัน
- การเข้ากันได้ของสูตร: เนื่องจากในสูตรของคุณมี Isododecane อยู่แล้ว การใช้ TMS ในรูปแบบของเหลวนี้จะช่วยให้ผสมเข้ากับ Phase B (ส่วนน้ำมัน) ได้ง่ายและเนียนเป็นเนื้อเดียวกันก่อนจะนำไปผสมกับเจลน้ำครับ
2. ส่วนผสมที่แนะนำสำหรับสูตรของคุณ
เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับเคาน์เตอร์แบรนด์ แนะนำให้เลือกใช้ส่วนผสมดังนี้ครับ:
- เบสและตัวสร้างเนื้อเจล: Sepimax Zen (Polyacrylate Crosspolymer-6) เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะทนต่อเม็ดสีได้ดีและให้ความรู้สึก "เย็นสดชื่น" ขณะทา ทั้งนี้ การใช้ที่ 2% จะได้เนื้อครีมเจลที่ค่อนข้างข้น หากต้องการเนื้อที่ไหลลื่นแบบ "ลิควิด" มากขึ้น อาจลองปรับลดเหลือ 1.0–1.5% ครับ
- สารสร้างฟิล์มเสริม: Vinyl Film (Medium Wear, Soft) (VP/Hexadecene Copolymer) ตัวนี้จำเป็นมากในการช่วยกระจายเม็ดสีและมุกให้สม่ำเสมอ ไม่จับตัวเป็นก้อน และช่วยให้สีเรียบเนียนไม่ตกร่อง
- สารปรับสัมผัส (Texture Enhancers):
- AminoSilk™ (Lauroyl Lysine): ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีความลื่นแบบไหม (Silky) และช่วยให้ผงแป้งยึดเกาะผิวได้ดีขึ้น
- WhiteMatte3™ (Boron Nitride): ช่วยสร้างเอฟเฟกต์ Soft-focus และช่วยให้เนื้ออายแชโดว์เกลี่ยง่าย
- ผงมุกและสารเติมเต็ม:
- Synthetic Fluorphlogopite (9 Micron & 20 Micron, Silane Coated): การเคลือบด้วย Silane สำคัญมากสำหรับสูตรที่มีน้ำ เพราะช่วยให้ผงมุกกระจายตัวได้ดีในเจลและติดทนบนผิวได้นานโดยไม่เลอะเทอะ
- MatteSilica 10™ (Silica Microspheres): ช่วยดูดซับความมันและให้ฟินิชที่เรียบเนียน ไม่เหนียวเหนอะหนะ
- ตัวทำละลายและสารต้านอนุมูลอิสระ: ใช้ Isododecane (Germany) เป็นตัวพาที่ระเหยได้เร็ว และ Vitamin E (Tocopheryl Acetate) เพื่อถนอมสูตรและบำรุงผิว
3. คำแนะนำในการผสมเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสแบบ Sisley
- Phase A (ส่วนน้ำ): เตรียมเจลโดยการโปรย Sepimax Zen ลงในน้ำและ Glycol ปั่นจนได้เนื้อเจลที่ใสและเนียน
- Phase B (ส่วนน้ำมันและฟิล์ม): ผสม Silicone Film (TMS), Vinyl Film และ Isododecane เข้าด้วยกัน จากนั้นจึงเติม Lauroyl Lysine และ Boron Nitride ลงไปกระจายตัวในส่วนนี้
- Phase C (ส่วนเม็ดสี): เติมผงมุกและเม็ดสี Iron Oxides แนะนำให้ผสมลงใน Phase B ก่อน เพื่อให้สารสร้างฟิล์มเคลือบผิวเม็ดสีให้ทั่วถึง ก่อนจะนำไปรวมกับเจลน้ำ
- การรวมสูตร: ค่อยๆ เทส่วนผสม Phase B/C ลงใน Phase A ขณะที่ปั่นด้วยความเร็วสูง Sepimax Zen จะทำหน้าที่ดักจับละอองน้ำมันและเม็ดสีไว้ในโครงสร้างข่ายใย ทำให้ได้อายแชโดว์เนื้อลิควิดที่เสถียรและติดทนนานครับ
สำหรับสารกันเสีย ควรเลือกใช้ระบบที่ครอบคลุม (Broad-spectrum) และเหมาะสำหรับสูตรที่มีปริมาณเม็ดสีสูงครับ