การแบ่งเฟสและลำดับการผสมสำหรับสูตรโลชั่นระบบ Stearic Acid/TEA

ถามโดย: paraquatyouedok.55555555 เมื่อ: April 22, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

คำถามเกี่ยวกับสูตร

ช่วงแบ่งเฟสและลำดับการเติมโดยละเอียด และช่วยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเนื้อโลชั่น ควรปรับอย่างไร

ส่วนผสม ปริมาณ (%)
Water 80
Glycerin 4
Niacinamide 2
Disodium EDTA 1.5
White Mineral Oil 4
Isopropyl Palmitate 2
Stearic Acid 4
Glyceryl Stearate 1.5
Cetyl Alcohol 0.5
Dimethicone 0.5
Triethanolamine 0.8
Phenoxyethanol 0.8
Fragrance 0.05
Lactic Acid 0.05

คำตอบ

การวิเคราะห์สูตรและลักษณะเนื้อโลชั่น

จากสูตรที่คุณให้มา เป็นการทำอีมัลชันประเภท Oil-in-Water (O/W) โดยใช้ระบบสร้างเนื้อแบบดั้งเดิม (Soap-based emulsifier) คือการใช้ Stearic Acid ทำปฏิกิริยากับ Triethanolamine (TEA) เพื่อให้เกิดสบู่ที่ทำหน้าที่ประสานน้ำกับน้ำมันเข้าด้วยกัน

วิเคราะห์เนื้อสัมผัส:

  • ความข้นหนืด: การใช้ Stearic Acid (4%) ร่วมกับ Glyceryl Stearate (1.5%) และ Cetyl Alcohol (0.5%) จะได้เนื้อโลชั่นที่มีความคงตัวดี มีความหนืดปานกลางถึงข้น (Creamy Lotion)
  • ความรู้สึกขณะทา: Isopropyl Palmitate และ Mineral Oil ช่วยให้เกลี่ยง่ายและลื่นผิว ส่วน Dimethicone จะช่วยลดการเกิดฟองขาว (soaping effect) ขณะทาได้ดี
  • ข้อควรระวัง:
    • Disodium EDTA (1.5%): ปริมาณนี้ สูงเกินไปมาก ปกติจะใช้เพียง 0.1% - 0.2% เท่านั้น การใส่มากเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวและอาจทำให้สูตรไม่เสถียรได้
    • ความไวต่อค่า pH: ระบบ Stearic Acid/TEA มักต้องการค่า pH ที่เป็นด่างอ่อนๆ หรือเป็นกลาง (ประมาณ 7.0-8.0) หากเติม Lactic Acid จนค่า pH ต่ำเกินไป (เช่น ต่ำกว่า 6.0) อาจทำให้โลชั่นเกิดการแยกชั้นได้ในระยะยาว

การแบ่งเฟสและลำดับการเติมโดยละเอียด

เพื่อให้ได้เนื้อโลชั่นที่เนียนละเอียดและเสถียร แนะนำให้แบ่งเฟสดังนี้ครับ:

Phase A: เฟสน้ำ (ให้ความร้อน 70-75°C)

  1. Water (80%)
  2. Glycerin (4%)
  3. Disodium EDTA (แนะนำให้ลดเหลือ 0.1-0.2%)
  4. Niacinamide (2%)
  5. Triethanolamine (0.8%) - การใส่ TEA ในเฟสน้ำจะช่วยให้ทำปฏิกิริยากับ Stearic Acid ได้ทันทีเมื่อผสม

Phase B: เฟสน้ำมัน (ให้ความร้อน 70-75°C)

  1. White Mineral Oil (4%)
  2. Isopropyl Palmitate (2%)
  3. Stearic Acid (4%)
  4. Glyceryl Stearate (1.5%)
  5. Cetyl Alcohol (0.5%)
  6. Dimethicone (0.5%)

Phase C: เฟสเติมท้าย (เติมเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 45°C)

  1. Phenoxyethanol (0.8%)
  2. Fragrance (0.05%)
  3. Lactic Acid (0.05%) - ใช้เพื่อปรับค่า pH เล็กน้อยเท่านั้น หาก pH ต่ำเกินไปอาจส่งผลต่อความเสถียร

ขั้นตอนการผสม

  1. เตรียมเฟส A: ผสมส่วนประกอบในเฟสน้ำทั้งหมด นำไปให้ความร้อนที่ 70-75°C จนละลายหมด
  2. เตรียมเฟส B: ผสมส่วนประกอบในเฟสน้ำมันทั้งหมด นำไปให้ความร้อนที่ 70-75°C จนละลายเป็นเนื้อเดียวกันและใส
  3. การสร้างเนื้อ (Emulsification): ในขณะที่กวนเฟส A ด้วยความเร็วสูง (ใช้เครื่องปั่นหรือ Homogenizer) ให้ค่อยๆ เทเฟส B ลงในเฟส A กวนต่อเนื่องประมาณ 5-10 นาที จนได้เนื้อโลชั่นสีขาวที่เนียนละเอียด
  4. การทำให้เย็นลง: กวนเบาๆ ต่อไปจนอุณหภูมิลดลง
  5. การเติมส่วนผสมท้าย: เมื่ออุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 45°C ให้เติมส่วนผสมใน Phase C ทีละตัว และกวนให้เข้ากัน
  6. ตรวจสอบค่า pH: ค่า pH สุดท้ายควรอยู่ที่ประมาณ 6.5 - 7.5 เพื่อความเสถียรของระบบประสานเนื้อนี้

คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาสูตร

  • ปรับลด EDTA: ควรลด Disodium EDTA ลงเหลือ 0.1% เพื่อความปลอดภัยต่อผิว
  • การเลือกใช้สารสร้างเนื้อสมัยใหม่: หากต้องการโลชั่นที่มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ (pH 5.5) ซึ่งดีต่อสุขภาพผิวมากกว่า แนะนำให้เปลี่ยนจากระบบ Stearic Acid/TEA มาใช้สารประสานเนื้อสำเร็จรูป เช่น Butter Cream Maker™ หรือ Soft Cream Maker™ ซึ่งใช้งานง่ายกว่าและให้เนื้อสัมผัสที่หรูหรากว่าครับ