ความเสถียรของสีและการป้องกันการติดผิวในสูตรน้ำตบสีชมพู
คำถาม
ต้องการแต่งน้ำตบให้เป็นสีชมพูอ่อนด้วยสีละลายน้ำ เช่น Red Powder (CI16255, CI14720), D&C Red No.33 (CI17200), D&C Red No.22 (CI45380) หรือ Glow Pink (Water-Soluble, Fluorescent)
- สีเหล่านี้มีแนวโน้มจะ fade หรือเปลี่ยนสีตามเวลาหรือไม่ และควรใช้บรรจุภัณฑ์ทึบแสงหรือป้องกัน UV เพื่อรักษาสีหรือไม่
- สำหรับน้ำตบ (toner) ควรเลือกใช้สีละลายน้ำชนิดไม่ติดผิวเพื่อหลีกเลี่ยงการตกคราบบนผิวหรือไม่ และหาก
D&C Red No.33ไม่แนะนำในครีม/โลชั่น/เจล/เซรั่มเพราะติดผิว ควรใช้EasyWash™แทนหรือไม่ - จำเป็นต้องเติม antioxidant เข้าไปในสูตรน้ำตบเพื่อช่วยคงความเข้มของสีและป้องกันการเสื่อมสภาพจากออกซิเดชันหรือไม่
คำตอบ
สำหรับการแต่งสีน้ำตบ (Toner) ให้เป็นสีชมพูอ่อนโดยใช้สีละลายน้ำ มีข้อแนะนำตามรายละเอียดที่คุณลูกค้าสอบถามดังนี้ครับ
1. การเฟดของสีและการเลือกบรรจุภัณฑ์
สีละลายน้ำที่คุณลูกค้ากล่าวถึง ทั้ง Red Powder (CI16255, CI14720), D&C Red No.33 (CI17200), D&C Red No.22 (CI45380) และ Glow Pink ล้วนมีโอกาสเฟดหรือเปลี่ยนสีได้เมื่อสัมผัสกับแสงแดด (UV) หรือความร้อนครับ
- บรรจุภัณฑ์: หากต้องการใช้ขวดใสเพื่อให้เห็นสีชมพูที่สวยงาม จำเป็นต้องเติมสารป้องกันการเฟดของสีในสูตร แต่หากไม่ต้องการเติมสารป้องกัน ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทึบแสงหรือขวดสีชาที่ช่วยกรองแสง UV ได้ครับ
- คำแนะนำ: ควรใช้ ActiveProtec™ UV ซึ่งเป็นสารป้องกัน UV และ Antioxidant แบบละลายน้ำ เพื่อช่วยรักษาความสดของสีในสูตรน้ำโดยเฉพาะครับ
2. การเลือกชนิดของสี (สีติดผิว vs EasyWash™)
เนื่องจากน้ำตบเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท "Leave-on" (ทาแล้วไม่ต้องล้างออก) การเลือกชนิดของสีจึงสำคัญมากครับ
- สีละลายน้ำแบบปกติ: เช่น D&C Red No.33 หรือ Red No.22 แบบผงดั้งเดิม จะมีคุณสมบัติ "ติดผิว" (Staining) หากนำมาใส่ในน้ำตบ อาจทำให้ผิวหน้าของผู้ใช้ติดสีชมพูได้ ซึ่งมักจะไม่เป็นที่ต้องการในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวครับ
- สีกลุ่ม EasyWash™: แนะนำให้ใช้สีกลุ่ม EasyWash™ แทน เช่น D&C Red No.33 EasyWash™ หรือ D&C Red No.22 EasyWash™ เนื่องจากถูกออกแบบมาให้ไม่ติดผิวและล้างออกง่าย เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอย่างน้ำตบ เซรั่ม หรือครีมครับ
3. ความจำเป็นในการใส่ Antioxidant
การเติม Antioxidant มีส่วนช่วยอย่างมากในการคงความเสถียรของสีและป้องกันการเสื่อมสภาพจากปฏิกิริยาออกซิเดชันครับ
- ActiveProtec™ UV มีส่วนผสมของ Vitamin E (Tocopheryl Acetate) ซึ่งทำหน้าที่เป็น Antioxidant อยู่แล้ว การใช้ตัวนี้เพียงตัวเดียวจะช่วยปกป้องทั้งจากแสง UV และการเกิดออกซิเดชันไปพร้อมกันครับ (แนะนำใช้ที่ 1-2%)
บทสรุปและคำแนะนำเพิ่มเติม:
- ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับน้ำตบ: แนะนำให้ใช้ D&C Red No.33 EasyWash™ หรือ D&C Red No.22 EasyWash™ เพื่อให้ได้สีชมพูอ่อนที่สวยงามและไม่ทิ้งคราบสีบนผิวหน้า
- การป้องกันสีเฟด: ควรเติม ActiveProtec™ UV เสมอ โดยเฉพาะถ้าใช้ขวดใส
- สี Glow Pink: หากเลือกใช้ Glow Pink (Fluorescent) สีจะมีความสดและสะท้อนแสง แต่จะไวต่อแสงมากเป็นพิเศษ จำเป็น ต้องใช้ร่วมกับสารป้องกัน UV อย่าง ActiveProtec™ UV ครับ
ข้อควรระวัง: เนื่องจากสีเหล่านี้มีความเข้มข้นสูงมาก ในการผสมควรเริ่มใส่ในปริมาณที่น้อยมากๆ (เช่น ใช้ปลายเข็มแตะหรือทำเป็นสารละลายเจือจางก่อน) เพื่อให้ได้เฉดสีชมพูอ่อนตามที่ต้องการครับ
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง
Red Powder (CI16255, CI14720) (Water-Soluble)
D&C Red No.33 (CI17200) (Water-Soluble)
D&C Red No.22 (CI45380, Eosine A) (Water-Soluble)
ActiveProtec™ UV
Glow Pink (Water-Soluble, Fluorescent สะท้อนแสง)
D&C Red No.33 (CI17200) EasyWash™