สูตรนี้วางแนวคิดมาดี แต่สำหรับการทำ batch แรกถือว่าส่วนผสมแน่นเกินไป ควรลดความซับซ้อนก่อนเพิ่มสารใดๆ เพิ่มเติม โดยเปอร์เซ็นต์ที่ระบุรวมกันได้ 99.05% ก่อนปรับ pH ด้วย citric acid q.s. จึงเหลือประมาณ 0.95% สำหรับการปรับ pH และ/หรือปรับน้ำให้ครบ 100%
คำแนะนำหลัก: ยังไม่ควรเพิ่มสารใหม่ ควรตัด/ลดให้สูตรเสถียรก่อน
| ส่วนของสูตร |
คำแนะนำ |
เหตุผล |
| Niacinamide |
คงไว้ที่ 4% |
อยู่ในช่วงการใช้ของสินค้า MySkinRecipes และเหมาะกับ pH ประมาณ 5-6 |
| Tranexamic Acid |
คงไว้ที่ 3% เฉพาะกรณีใช้เพื่อผลิตเครื่องสำอาง |
ข้อมูลสินค้า MySkinRecipes ระบุ 3% เป็นระดับสูงสุด/เหมาะสมสำหรับเครื่องสำอาง ไม่ควรเกิน และไม่ควรใช้รอบตาหรือริมฝีปาก |
| Acetyl Glucosamine / GlucoBright |
คงไว้ที่ 2% หรือค่อยเพิ่มเป็น 3-4% หลังทดสอบเสถียรภาพแล้ว |
ใช้คู่กับ niacinamide ได้ดี แต่สูตรนี้มี whitening active หลายตัวอยู่แล้ว |
| Alpha Arbutin |
คงไว้ 1-1.5% |
ควรคุม pH สุดท้ายประมาณ 5.2-5.8 และใส่ช่วงเย็น/ขั้นตอนท้าย เพราะข้อมูลสินค้าเตือนเรื่อง pH สูงและความร้อน |
| GalaWhite / กลุ่ม gallic acid brightener |
คงไว้ 0.5-1% |
1% อยู่ในช่วงข้อมูลสินค้า แต่เมื่อรวมกับ arbutin + TXA + niacinamide สูตรจะซับซ้อนขึ้น |
| Centella actives |
ควรทำให้เรียบง่ายขึ้น |
ถ้าใช้ madecassoside/asiaticoside แบบผงแยกกัน 0.1% ต่อชนิดถือว่าเหมาะสม แต่ถ้าใช้ ActiveRelease Centella จะเป็นวัตถุดิบที่มี active เจือจางอยู่ ต้องคิดเปอร์เซ็นต์ใหม่ ไม่เท่ากับใส่สารบริสุทธิ์ 0.1% |
| Allantoin |
คงไว้ 0.3% |
อยู่ในช่วงการใช้ และยังต่ำกว่าระดับที่มักมีปัญหาละลายยากที่อุณหภูมิห้อง |
| Humectants |
เลือก glycerin หรือ UltraMild Aquaporin ที่ 3% |
ใช้ได้ทั้งคู่ แต่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจะให้เนื้อสัมผัสสะอาดกว่า ข้อมูล UltraMild Aquaporin รองรับการใช้ที่ 3% |
| Oil phase |
ลดเหลือประมาณ 3-5% ถ้าต้องการ serum เบา |
ตอนนี้ oil phase ประมาณ 9.7% ทำให้สูตรเป็น light emulsion มากกว่า serum ใส และน้ำมันบางชนิดเช่น rosehip/prickly pear/Vitamin F เพิ่มความเสี่ยงเรื่อง oxidation |
| Solubilizer/emulsifier |
ต้องทดสอบเสถียรภาพ และพิจารณาลดถ้าลด oil phase |
SymbioSolv + Polyglyceryl-10 Caprylate/Caprate อาจทำให้สัมผัสเป็นฟอง/เหนอะได้ Polyglyceryl-10 Caprylate/Caprate ที่ 1% อยู่ในช่วงข้อมูลสินค้า แต่ต้องทดสอบกับสูตรจริง |
| Thickener |
เริ่มจาก polymer หลักตัวเดียวก่อน |
Aristoflex AVC 0.7% สามารถช่วยทำ gel/emulsion oil-in-water ได้ ส่วน Sepimax Zen ทน electrolyte/pH ได้ดี แต่ข้อมูลสินค้าเริ่มที่ 0.5%; 0.4% อาจต่ำไป การใช้ทั้งคู่พร้อมกันอาจทำให้เนื้อหนักหรือยืด |
| Chelator |
เลือก chelator หลักตัวเดียว |
Phytic Acid 0.2% ให้บทบาท chelating ได้แล้ว Sodium Phytate 0.1% ก็ใช้ได้ ส่วน Sodium Gluconate เหมาะกับบทบาท buffer/pH support มากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องใช้ครบทุกตัว |
| Preservative boosters |
ต้องทดสอบ ไม่ควรประเมินจากเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว |
Phenoxyethanol/Ethylhexylglycerin/Caprylyl Glycol รวมกับ 4-Hydroxyacetophenone เป็นระบบค่อนข้างแน่น แต่สูตรที่มี active, glycol, oil และ botanical สูงยังควรทำ challenge test และ stability test |
แนวทางปรับเป็นสูตรทดลองที่เรียบง่ายขึ้น
ยังไม่ควรเพิ่ม active เพิ่มเติมในตอนนี้ แนะนำทำ pilot batch 100-200 g ก่อน วัด pH ทันทีและหลัง 24 ชั่วโมง จากนั้นทดสอบเสถียรภาพ 4-8 สัปดาห์ ดูสี กลิ่น ความหนืด การแยกชั้น การตกผลึก และ pH drift โดยสารที่ไวต่อความร้อน เช่น alpha arbutin, GalaWhite, Centella actives และ asiaticoside ควรใส่ช่วงเย็น/ขั้นตอนท้ายตามข้อจำกัดของวัตถุดิบแต่ละชนิด