สูตร Physical Sunscreen: เนื้อสัมผัส, SPF, การทาซ้ำ และการปรับสี

ถามโดย: khunchinz เมื่อ: August 02, 2018 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

กำลังพัฒนาสูตร Physical Sunscreen โดยใช้ส่วนผสมดังนี้:

ส่วนที่ 1 (ส่วนน้ำมัน):

  • Titanium Dioxide 15nm Liquid 20%
  • Zinc Oxide 35nm Liquid 8%
  • LipidSoft™ Matte 5%
  • WaterGuard™ Lite 3%

อุ่นส่วนผสมทั้งหมดในส่วนที่ 1 เข้าด้วยกันที่ความร้อน 70 องศาเซลเซียส

ส่วนที่ 2 (ส่วนน้ำ):

  • น้ำที่เหลือ
  • Phenoxyethanol SA 1%
  • Satin Cream Maker 1%

อุ่นส่วนน้ำที่ 70 องศาเซลเซียส แล้วค่อยๆ เติมลงในส่วนน้ำมัน

คำถามมีดังนี้ครับ:

  1. สูตรนี้สามารถผสมได้หรือไม่ครับ ต้องปรับลดหรือเพิ่มเติมส่วนประกอบรายการใดเพื่อให้ได้เนื้อที่บางเบาเกลี่ยง่ายไม่เหนอะหนะผิวหรือไม่ครับ
  2. ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการคำนวณค่า SPF อยากทราบว่าปริมาณสารกันแดดที่ใช้ในสูตรนั้นเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันหรือไม่ครับ เพราะเคยอ่านเจอว่ากันแดดแบบ physical นั้นไม่จำเป็นต้องทาซ้ำเหมือนกันแดดแบบ chemical เนื่องจากมีความเสถียรสูงกว่า แล้วจากสูตรนั้นเพียงพอต่อการใช้งานจริงโดยไม่ต้องทาซ้ำหรือไม่ อีกอย่างผมใช้ BHA เป็นประจำ สูตรนี้จะเพียงพอต่อการปกป้องผิวจากแสงแดดในช่วงที่ยังมีการใช้ BHA หรือไม่ ควรปรับปรุงแก้ไขสูตรอย่างไรอีกหรือไม่ครับ
  3. ผมเป็นคนผิวเหลือง จากข้อมูลมีคนเคยรีวิวว่า Titanium Dioxide 15nm Liquid นั้นหากใช้ปริมาณสูงผิวจะออกโทนอมม่วง ตรงนี้ผมเกิดความกังวล พอจะมีวิธีแก้ไขใดๆ หรือไม่ครับ หรือหากผมเลือกใช้สี ควรใช้สีชนิดใด เพื่อให้ผสมง่ายที่สุดและผสมขั้นตอนใดครับ ขอบคุณครับ

คำตอบ

คำแนะนำสำหรับสูตร Physical Sunscreen

สำหรับสูตร Physical Sunscreen และคำถามของคุณ มีข้อแนะนำดังนี้ค่ะ:

1. การเข้ากันของส่วนผสมและเนื้อสัมผัส

สูตรเริ่มต้นของคุณมีสัดส่วนของส่วนน้ำมันค่อนข้างสูง (36%) ซึ่งทำให้การประสานเนื้อทำได้ยากหากใช้เพียง Satin Cream Maker เพื่อให้ได้เนื้อครีมที่คงตัว บางเบา เกลี่ยง่าย และไม่เหนอะหนะผิว แนะนำให้ปรับระบบ Emulsifier โดยใช้ร่วมกันระหว่าง Milk Lotion Maker (4%) และ Satin Cream Maker (1%) ค่ะ

ขั้นตอนการผสมควรปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยให้อุ่นส่วนน้ำมัน (ที่มี Titanium Dioxide 15nm Liquid, Zinc Oxide 35nm Liquid, LipidSoft™ Matte, WaterGuard™ Lite และ Milk Lotion Maker) และส่วนน้ำ (ที่มีน้ำและ Phenoxyethanol SA) ที่อุณหภูมิประมาณ 70°C เท่ากัน จากนั้นในขณะที่กำลังปั่นส่วนน้ำด้วยความเร็วสูง ให้ค่อยๆ เติมส่วนน้ำมันลงไป และปั่นต่อเนื่องขณะที่เนื้อกำลังเย็นตัวลงค่ะ

2. ประสิทธิภาพ SPF และการทาซ้ำ

ปริมาณ Titanium Dioxide 15nm Liquid (20%) และ Zinc Oxide 35nm Liquid (8%) ในสูตรของคุณเพียงพอที่จะให้การปกป้องแสงแดดสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีค่ะ แม้ว่าสารกันแดดแบบ Physical จะมีความเสถียรสูง แต่การทาซ้ำหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น การขับเหงื่อ การโดนน้ำ หรือการเสียดสี (เช่น การเช็ดหน้า)

การที่คุณใส่ WaterGuard™ Lite เข้ามาในสูตรช่วยเพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำ ซึ่งมีส่วนช่วยให้สารกันแดดติดทนบนผิวได้นานขึ้น สำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันปกติที่ไม่มีเหงื่อออกมากหรือโดนน้ำ การทาซ้ำอาจไม่จำเป็นเท่าสารกันแดดแบบ Chemical แต่สำหรับการออกแดดเป็นเวลานาน มีเหงื่อมาก หรือว่ายน้ำ แนะนำให้ทาซ้ำเสมอไม่ว่าจะเป็นกันแดดประเภทใด เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการปกป้องอย่างต่อเนื่องและเพียงพอค่ะ

การใช้ BHA ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น ดังนั้นการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ สูตรกันแดดที่คุณแจ้งมามีประสิทธิภาพดีเพียงพอที่จะให้การปกป้องผิวในระหว่างที่คุณใช้ BHA เป็นประจำค่ะ

3. การแก้ไขปัญหาเนื้อครีมติดโทนม่วง

ปัญหาเนื้อครีมติดโทนม่วงจากการใช้ Titanium Dioxide 15nm Liquid ในปริมาณสูงนั้นไม่ใช่ปัญหาที่พบได้บ่อยจากการทดสอบ แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับสีผิวและสภาพแสง หากคุณพบว่าเนื้อครีมมีโทนอมม่วงเมื่อทาบนผิวสีเหลืองของคุณ สามารถปรับแก้สีได้โดยการเติม Titanium Dioxide 200nm EasyDisperse ในปริมาณเล็กน้อย (1-2%) ซึ่งเป็นผงสีขาวที่จะช่วยปรับโทนสีของสูตรให้ดูสว่างและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ควรผสมในส่วนน้ำมันพร้อมกับส่วนผสมอื่นๆ ที่ละลายในน้ำมัน และอุ่นที่ 70°C ในขั้นตอนการทำอิมัลชันค่ะ