เซรั่มทำเอง: ปัญหาเรื่องสีเปลี่ยน, การปรับ pH, และการละลายส่วนผสม

ถามโดย: pat.redlineauto เมื่อ: May 29, 2020 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สวัสดีครับ

ผมซื้อส่วนผสมมาหลายตัวเลยครับ อยากจะทำ light serum เป็น Antioxidant + sebum control กับ moisturizer + skin barrier สำหรับใช้ส่วนตัวครับ รบกวนถามเกี่ยวกับส่วนผสมและปัญหาที่เจอของ 2 สูตรนี้ครับ ขอบคุณครับ

สูตร 1: Antioxidant + Sebum Control (20ml)

  1. ตัวนี้ผมผสมผ่านไปแค่ 1 วัน สีเปลี่ยนเป็นสีเทาจากตอนแรกเป็นสีขาวขุ่นๆ รบกวนช่วยดูสูตรให้ทีครับว่าผิดพลาดตรงไหน ต้องแก้ยังไงครับ (เช็ครูปในไฟล์แนบได้ครับ)
  2. Vitamin E ผมนำมาผสมกับ 1,2-Hexanediol ผสมแยกก่อนที่จะนำมารวมกับส่วนผสมหลัก เข้าใจว่ามันสามารถทำละลายกับสูตรที่เป็น oil in water ได้ แต่ตอนผสมมันไม่ค่อยละลายเลยครับ ต้องแก้ยังไงครับ (พอดีเห็นของ the ordinary จะใช้ส่วนผสมที่เป็น Hexanediol กับ Propanediol เป็นสารนำพา แล้วชอบเนื้อของมันครับ ใช้แล้วไม่แพ้เลยลองนำมาใช้บ้าง)
  3. ถ้ามีคำแนะนำว่าต้องเพิ่มหรือลด % ของส่วนผสมไหน ช่วยแนะนำด้วยครับ
  • Water - 75.5% (15.1ml) (น้ำดื่มอุณหภูมิห้องปกติ)
  • Glycerin - 7% (1.4ml)
  • 4D Hyaluronic Acid - 3% (0.6ml)
  • 1,2-Hexanediol - 3% (0.6ml)
  • Niacinamide - 3% (0.6ml)
  • Calcium Pantothenate - 1.5% (0.3ml)
  • Greentea EGCG - 1.5% (0.3ml)
  • Zinc PCA - 1% (0.2ml)
  • L-Carnitine - 1% (0.2ml)
  • Licorice extract - 1% (0.2ml)
  • Vitamin E (dl-alpha Tocopherol) - 1% (0.2ml)
  • 1,3-Propanediol - 1% (0.2ml)
  • Mild Preserve Eco - 0.5% (0.1ml)

สูตร 2: Moisturizer + Skin Barrier (20ml)

  1. ตัวนี้พอผสมเสร็จแล้ววัดค่า pH 8-9 ครับ หลังจากนั้นลองใช้ Sodium Gluconate ผสมลงไปจาก 1-3% มันก็ยังไม่ลง จะทำยังไงให้มันลงมาเหลือ 5-6 ได้ครับ
  2. นำ Idebenone มาผสมกับ Hexanediol แต่ตัวผสมไม่ละลายเข้ากันครับ มีวิธีไหนที่จะละลายมันได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งน้ำมันมั้ยครับ
  3. ถ้ามีคำแนะนำว่าต้องเพิ่มหรือลด % ของส่วนผสมไหน ช่วยแนะนำด้วยครับ
  • Water - 71% (14.2ml) (น้ำดื่มอุณหภูมิห้องปกติ)
  • Glycerin - 10% (2ml)
  • Snail Secretion filtrate - 3% (0.6ml)
  • 1,2-Hexanediol - 3% (0.6ml)
  • Ectoin - 2% (0.4ml)
  • beta glucan - 2% (0.4ml)
  • Glycosaminoglycans Complex - 2% (0.4ml)
  • 4D Hyaluronic Acid - 2% (0.4ml)
  • Phytosphingosine - 1% (0.2ml)
  • Sodium PCA - 1% (0.2ml)
  • 1,3-Propanediol - 1% (0.2ml)
  • Calcium Pantothenate - 0.5% (0.1ml)
  • Madecassoside-80 - 0.5% (0.1ml)
  • Idebenone - 0.5% (0.1ml)
  • Mild Preserve Eco - 0.5% (0.1ml)

Phrase A

  • Mild Preserve Eco - 0.1ml
  • Water - 14.2ml
  • Glycerin - 2ml
  • Ectoin - 0.4ml
  • HA - 0.4ml
  • Phytosphingosine - 0.2ml
  • Sodium PCA - 0.2ml
  • 1,3 propane - 0.2ml
  • B5 - 0.1ml

Phrase B

  • 1,2 hexane - 0.6ml
  • Idebenone - 0.1ml

Phrase C

  • Snail - 0.6ml
  • beta glucan - 0.4ml
  • Glycosamin - 0.4ml
  • Madecassoside - 0.1ml

ขอบคุณครับ

คำตอบ

สวัสดีครับ

ขอบคุณสำหรับรายละเอียดสูตรและคำถามนะครับ เข้าใจปัญหาที่คุณเจอเลยครับ การทำสูตรใช้เองบางครั้งก็มีจุดที่ต้องปรับแก้เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและประสิทธิภาพที่ต้องการ รวมถึงความเสถียรของสูตรด้วยครับ

จากการตรวจสอบส่วนผสมและปัญหาที่คุณแจ้งมา ผมมีคำแนะนำสำหรับแต่ละสูตรดังนี้ครับ

สูตร Antioxidant + Sebum Control

  1. ปัญหาเรื่องสีเปลี่ยนเป็นสีเทา:

    • สีที่เปลี่ยนไปอาจเกิดจากปฏิกิริยา Oxidation ของส่วนผสมบางตัวในสูตรครับ โดยเฉพาะสารกลุ่ม Antioxidant เช่น EGCG และ Vitamin E (dl-alpha Tocopherol) รวมถึงสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง Licorice extract ก็อาจมีส่วนทำให้สีเปลี่ยนได้ครับ
    • การใช้น้ำดื่มอุณหภูมิห้องปกติอาจมีแร่ธาตุหรือสิ่งเจือปนที่ทำปฏิกิริยากับส่วนผสมได้ แนะนำให้ใช้น้ำกลั่น (Distilled Water) หรือ Deionized Water (DI Water) ในการผสมสูตรเครื่องสำอางครับ
    • การเก็บรักษาส่วนผสมบางตัว เช่น EGCG และ Vitamin E ควรเก็บในที่เย็นและหลีกเลี่ยงแสงและความร้อน ซึ่งอาจช่วยชะลอการเสื่อมสภาพและสีที่เปลี่ยนไปได้ครับ
    • หากใช้ Licorice extract ชนิด Licochalcone A (ซึ่งเป็นของเหลวสีน้ำตาล) สีของสูตรอาจไม่ขาวขุ่นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่หากเปลี่ยนเป็นสีเทา อาจบ่งชี้ถึงปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ครับ
  2. ปัญหา Vitamin E ไม่ละลายใน 1,2-Hexanediol:

    • Vitamin E ที่คุณใช้คือ dl-alpha Tocopherol ซึ่งเป็นชนิดที่ละลายได้ในน้ำมัน (Oil-Soluble) ครับ ส่วน 1,2-Hexanediol และ 1,3-Propanediol เป็นกลุ่ม Glycol ที่ทำหน้าที่เป็น Solvent, Humectant และ Penetration Enhancer ซึ่งส่วนใหญ่เข้ากันได้ดีกับน้ำ แต่ไม่ใช่ตัวทำละลายหลักสำหรับสารที่ละลายในน้ำมันครับ
    • ดังนั้น การที่ Vitamin E ไม่ละลายใน 1,2-Hexanediol จึงเป็นเรื่องปกติครับ
    • หากต้องการให้ Vitamin E เข้ากับสูตรน้ำได้ดีขึ้น โดยไม่ใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลายหลัก คุณอาจต้องละลาย Vitamin E ในตัวทำละลายที่เหมาะสมก่อน เช่น Ethanol ในปริมาณน้อยๆ แล้วค่อยนำไปผสมกับส่วนอื่นๆ หรือพิจารณาใช้ Vitamin E ชนิดที่ละลายน้ำได้โดยตรง (Water-Soluble Vitamin E) หากมีในรายการส่วนผสมที่คุณมีครับ (แต่จากรายการที่คุณให้มา เป็นชนิด dl-alpha Tocopherol ซึ่งละลายในน้ำมัน)
    • กรณีของแบรนด์ The Ordinary ที่ใช้ Hexanediol/Propanediol เป็นสารนำพา อาจใช้กับส่วนผสมที่ละลายน้ำได้ดี หรือใช้ในระบบสูตรที่เป็น Emulsion ที่มี Oil phase เล็กน้อยช่วยในการนำพาสารที่ละลายในน้ำมันได้ครับ
  3. คำแนะนำเรื่องเปอร์เซ็นต์ส่วนผสม:

    • Niacinamide (3%): อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับลดความมันและเป็น Antioxidant ครับ (แนะนำ 1-10%, Optimal 5%)
    • 4D Hyaluronic Acid (3%): เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวขาดน้ำครับ (แนะนำ 2-5% สำหรับผิวธรรมดา)
    • EGCG (1.5%): อยู่ในเกณฑ์ที่แนะนำสำหรับช่วยลดความมันบนผิวครับ (แนะนำ 1-2% สำหรับลดความมัน)
    • Zinc PCA (1%): อยู่ในเกณฑ์สูงสุดที่แนะนำสำหรับลดความมัน/ลดสิวครับ (แนะนำ 0.2-1.0%, 1.0% สำหรับผิวมัน/ลดสิว) ประสิทธิภาพดี แต่ต้องระวังเรื่อง pH เพราะ Zinc PCA ละลายได้ดีในช่วง pH 4-6 ครับ
    • L-Carnitine (1%): ช่วยลดความมันและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนครับ (แนะนำ 1-5%, Optimal 3%) 1% ก็สามารถให้ประโยชน์ได้ แต่หากต้องการเน้นลดความมัน อาจพิจารณาเพิ่มเป็น 2-3% ได้ครับ
    • Licorice extract (1%): ช่วยลดการอักเสบและอาจช่วยควบคุมความมันได้ครับ (แนะนำ 0.5-3%, 0.5-1.0% สำหรับลดความมัน/สิว/อักเสบ) 1% อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมครับ
    • Vitamin E (dl-alpha Tocopherol) (1%): เป็น Antioxidant ที่ดีสำหรับผิวครับ (แนะนำ 0.1-2%) ปัญหาหลักคือการละลายในสูตรนี้ครับ
    • 1,2-Hexanediol (3%) และ 1,3-Propanediol (1%): ทำหน้าที่เป็น Solvent, Humectant และช่วยเสริมประสิทธิภาพสารกันเสียครับ ปริมาณอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ แต่ 1,3-Propanediol 1% อาจจะน้อยไปหน่อยหากต้องการเน้นเรื่อง Humectant หรือ Skin-feel ครับ
    • Mild Preserve Eco (0.5%): เป็นสารที่ช่วยควบคุมเชื้อ/กันเสียครับ (แนะนำ 0.5-2.0%) สำหรับสูตรที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติหลายตัวและมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก 0.5% อาจจะน้อยเกินไปที่จะควบคุมเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว แนะนำให้เพิ่มเป็น 1.0-1.5% เพื่อความปลอดภัยของสูตรครับ

สูตร Moisturizer + Skin Barrier

  1. ปัญหาเรื่องค่า pH สูง (8-9) และการปรับ pH:

    • ค่า pH ที่สูงเกิดจากส่วนผสมบางตัวในสูตรมีค่า pH สูงตามธรรมชาติ เช่น L-Carnitine (pH 7.5-9.5), Calcium Pantothenate (pH 6.8-8.0), Snail Secretion Filtrate (pH 6.5-8) ครับ
    • Sodium Gluconate เป็น Chelating Agent ช่วยจับประจุในน้ำ ไม่ใช่สารสำหรับปรับค่า pH โดยตรงครับ
    • ส่วนผสมสำคัญบางตัวในสูตรนี้ เช่น Zinc PCA (ละลายได้ดีช่วง pH 4-6) และ Madecassoside (pH ที่แนะนำ 4-6.5) ทำงานได้ดีในช่วง pH ที่เป็นกรดอ่อนๆ ถึงกลางๆ ครับ การที่ pH สูงถึง 8-9 อาจทำให้ประสิทธิภาพของสารเหล่านี้ลดลง และอาจเกิดการตกตะกอนของ Zinc PCA ได้ครับ
    • ในการปรับลดค่า pH ของสูตร ให้ใช้สารละลายกรด เช่น Citric Acid Solution (กรดมะนาว) หรือ Lactic Acid Solution (กรดแลคติก) ความเข้มข้นประมาณ 10% ค่อยๆ หยดลงไปทีละน้อย พร้อมกับคนให้เข้ากัน และใช้เครื่องวัด pH Meter วัดค่า pH เป็นระยะๆ จนกว่าจะได้ค่า pH ที่ต้องการ (5-6) ครับ ข้อควรระวัง: การเติมกรดมากเกินไปอาจทำให้ pH ต่ำเกินไป ซึ่งอาจระคายเคืองผิวได้ ควรค่อยๆ ปรับทีละน้อยครับ
  2. ปัญหา Idebenone ไม่ละลายใน 1,2-Hexanediol:

    • Idebenone เป็นสารที่ละลายได้ในน้ำมัน (Oil) หรือ Ethanol ครับ 1,2-Hexanediol ไม่ใช่ตัวทำละลายหลักสำหรับ Idebenone ครับ
    • ตามที่คุณแบ่งส่วนผสมเป็น Phrase B และผสม Idebenone กับ 1,2-Hexanediol แยกกัน การที่ไม่ละลายจึงเป็นเรื่องปกติครับ
    • หากต้องการละลาย Idebenone โดยไม่ใช้น้ำมัน แนะนำให้ละลาย Idebenone Powder ใน Ethanol ปริมาณน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยนำไปผสมกับส่วนผสมใน Phrase A ครับ
  3. คำแนะนำเรื่องเปอร์เซ็นต์ส่วนผสมและการผสม:

    • Glycerin (10%): เป็น Humectant ที่ดี ช่วยให้ความชุ่มชื้นสูงครับ
    • Snail Secretion filtrate (3%): อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ครับ (แนะนำ 1-8%, Optimal 3-5%)
    • 1,2-Hexanediol (3%) และ 1,3-Propanediol (1%): ทำหน้าที่เป็น Solvent, Humectant และช่วยเสริมประสิทธิภาพสารกันเสียครับ
    • Ectoin (2%): อยู่ในเกณฑ์ที่แนะนำสูงสุด (0.5-2.0%, Optimal 2.0%) ดีเยี่ยมสำหรับการเสริมเกราะป้องกันผิวและให้ความชุ่มชื้นครับ
    • beta glucan (2%): ช่วยลดการระคายเคืองและเสริมภูมิคุ้มกันผิวครับ (แนะนำ 1-10%, Optimal 3% หรือ 5% สำหรับผิวแพ้ง่าย) 2% ให้ประโยชน์ได้ แต่หากต้องการเน้นเรื่องปลอบประโลมผิว อาจพิจารณาเพิ่มได้ครับ
    • Glycosaminoglycans Complex (2%): ช่วยเสริม Skin Barrier และลดริ้วรอยครับ (แนะนำ 1-5%, Optimal 3%) 2% ให้ประโยชน์ได้ แต่หากต้องการเน้นเรื่องเสริมเกราะป้องกันผิว อาจพิจารณาเพิ่มได้ครับ
    • 4D Hyaluronic Acid (2%): เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวขาดน้ำครับ (แนะนำ 2-5% สำหรับผิวธรรมดา)
    • Phytosphingosine (1%): เป็นส่วนประกอบสำคัญของ Skin Barrier และมีคุณสมบัติ Anti-microbial ครับ (แนะนำ 0.05-0.1%, Optimal 0.1%) ปริมาณ 1% ที่คุณใช้สูงกว่าที่แนะนำมากครับ Phytosphingosine ละลายได้ใน Organic Solvent (เช่น Glycol หรือ Oil) และควรนำไปละลายใน Glycol หรือ Oil ปริมาณน้อยๆ ก่อนนำไปรวมกับสูตรน้ำทั้งหมด การใช้ถึง 1% อาจทำให้ละลายได้ยากมากในสูตรนี้และอาจส่งผลต่อเนื้อสัมผัสได้ครับ แนะนำให้ลดปริมาณลงมาอยู่ในช่วงที่แนะนำ (0.05-0.1%) และละลายใน 1,2-Hexanediol หรือ 1,3-Propanediol ก่อนนำไปผสมใน Phrase A ครับ
    • Sodium PCA (1%): เป็นส่วนหนึ่งของ NMF ช่วยให้ความชุ่มชื้นครับ (แนะนำ 0.5-2%) 1% อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมครับ
    • Calcium Pantothenate (0.5%): ช่วยให้ความชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองครับ (แนะนำ 0.1-3%) 0.5% อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ครับ
    • Madecassoside-80 (0.5%): ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นคอลลาเจน และลดรอยแผลเป็น/รอยแดงครับ (แนะนำ 0.1-2%, Optimal 1%) 0.5% ให้ประโยชน์ได้ แต่หากต้องการเน้นเรื่องลดรอยแดง/กระตุ้นคอลลาเจน อาจพิจารณาเพิ่มเป็น 1% ได้ครับ แต่ต้องระวังเรื่อง pH ที่เหมาะสม (4-6.5) ด้วยครับ
    • Idebenone (0.5%): เป็น Antioxidant ที่มีประสิทธิภาพสูงครับ (แนะนำ 0.1-1%, Optimal 0.5%) ปริมาณที่ใช้เหมาะสมแล้วครับ ปัญหาคือการละลายตามที่กล่าวไปข้างต้น
    • Mild Preserve Eco (0.5%): เช่นเดียวกับสูตรแรก 0.5% อาจน้อยเกินไปสำหรับการควบคุมเชื้อในสูตรน้ำที่มีส่วนผสมหลากหลาย แนะนำให้เพิ่มเป็น 1.0-1.5% ครับ
    • ลำดับการผสม (ตามที่คุณแบ่ง Phrase):
      • Phrase A: ควรนำ Phytosphingosine ไปละลายใน 1,2-Hexanediol หรือ 1,3-Propanediol ก่อน แล้วค่อยนำไปผสมรวมกับส่วนผสมอื่นๆ ใน Phrase A ครับ
      • Phrase B: ควรละลาย Idebenone ใน Ethanol ปริมาณน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยนำไปผสมรวมกับ Phrase A และ C ในขั้นตอนสุดท้ายครับ (หลังจากปรับ pH แล้ว)
      • Phrase C: ผสมตามปกติ
      • หลังจากผสม Phrase A (ที่ละลาย Phytosphingosine ใน Glycol แล้ว), Phrase B (ที่ละลาย Idebenone ใน Ethanol แล้ว) และ Phrase C เข้าด้วยกันแล้ว ให้ทำการปรับ pH ด้วยสารละลายกรด (Citric Acid หรือ Lactic Acid 10%) จนได้ค่า pH 5-6 ครับ

สรุปคำแนะนำ:

  • ทั้งสองสูตร:

    • ใช้น้ำกลั่น (Distilled Water) หรือ Deionized Water แทนน้ำดื่ม
    • พิจารณาเพิ่มปริมาณ Mild Preserve Eco เป็น 1.0-1.5% เพื่อความปลอดภัยของสูตร
    • เก็บรักษาส่วนผสมบางตัว เช่น EGCG, Vitamin E, Licorice extract ในที่เย็นและหลีกเลี่ยงแสงตามคำแนะนำการเก็บรักษาของแต่ละตัว
  • สูตร Antioxidant + Sebum Control:

    • แก้ไขปัญหาเรื่องสีโดยใช้น้ำบริสุทธิ์และเก็บรักษาที่เหมาะสม พิจารณาละลาย Vitamin E ใน Ethanol หรือใช้ Vitamin E ชนิดละลายน้ำได้แทน
    • อาจเพิ่ม L-Carnitine เป็น 2-3% หากต้องการเน้นลดความมันมากขึ้น
  • สูตร Moisturizer + Skin Barrier:

    • ปรับ pH เป็น 5-6 โดยใช้สารละลาย Citric Acid หรือ Lactic Acid 10%
    • ละลาย Idebenone ใน Ethanol ก่อนนำไปผสมในสูตร
    • ลดปริมาณ Phytosphingosine ลงเหลือ 0.05-0.1% และละลายใน 1,2-Hexanediol หรือ 1,3-Propanediol ก่อนนำไปผสมในน้ำ
    • อาจพิจารณาเพิ่ม Beta Glucan และ Glycosaminoglycans Complex เป็น 3%, และ Madecassoside เป็น 1% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

หวังว่าคำแนะนำนี้จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงสูตรของคุณนะครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม ถามได้เลยครับ