แนวทางการผสมและเสถียรภาพของ ReadyMix™ Iron Oxides ในสูตรครีม W/O

ถามโดย: mondodariofficial เมื่อ: December 22, 2025 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

สวัสดีครับ ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสร้างสูตรครีมเนื้อแน่น (ไม่ใช่เนื้อฟลูอิด) โดยใช้ ReadyMix™ Iron Oxides และต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการผสมและเสถียรภาพของสูตร โดยมีรายละเอียดส่วนประกอบดังนี้ครับ:

ส่วนประกอบในสูตร

  • กลุ่มสี:
    • ReadyMix™ Iron Oxides Black (Polyglyceryl-2 Triisostearate Based)
    • ReadyMix™ Iron Oxides Red (Polyglyceryl-2 Triisostearate Based)
    • ReadyMix™ Iron Oxides Yellow (Cyclopentasiloxane Based)
  • Emulsifier (เฟสน้ำมัน): Lauryl PEG-9 PDMS และ Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone
  • เฟสน้ำ: Disodium EDTA 0.2%, Magnesium Sulfate 1%, Sodium Citrate 0.15%, Xanthan Gum 0.15%, และ Carbomer U21 0.25%

คำถามที่ต้องการสอบถาม

  1. สีกลุ่ม ReadyMix™ เหล่านี้สามารถผสมที่อุณหภูมิปกติได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องใช้ความร้อนไม่เกิน 75°C ทุกครั้ง? และควรใช้รอบปั่นความเร็วเท่าไร นานเท่าไรครับ?
  2. ขั้นตอนการผสมสีควรอยู่ในลำดับใดของเฟสน้ำมันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด?
  3. ในกรณีที่ผมปั่นเฟสน้ำมันรอบต่ำจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วจึงใส่ Lauryl PEG-9 PDMS + Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนรวมเฟสน้ำที่มีส่วนผสมตามที่ระบุไว้ (โดยเฉพาะการมี Magnesium Sulfate และ Carbomer U21) ขั้นตอนนี้สามารถดำเนินการได้ปกติหรือไม่ และจะมีปัญหาเรื่องความเสถียรของสูตรหรือไม่ครับ?

คำตอบ

สำหรับการใช้ ReadyMix™ Iron Oxides ในสูตรของคุณ มีคำแนะนำดังนี้ครับ

1) อุณหภูมิและความเร็วในการปั่น

  • อุณหภูมิ: สีกลุ่ม ReadyMix™ เป็นสีที่กระจายตัวมาเรียบร้อยแล้วในเบสน้ำมันหรือซิลิโคน จึงสามารถผสมที่อุณหภูมิห้อง (Cold Process) ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนถึง 75°C เว้นแต่ในสูตรมีส่วนผสมอื่นที่ต้องใช้ความร้อนในการละลาย (เช่น Wax ต่างๆ)
  • ความเร็วในการปั่น: เนื่องจากเม็ดสีถูกกระจายตัวมาอย่างสมบูรณ์แล้ว สามารถใช้การปั่นรอบต่ำถึงปานกลางเพื่อให้สีเข้ากับเฟสน้ำมันได้เลยครับ ไม่จำเป็นต้องใช้ Homogenizer รอบสูงในขั้นตอนการกระจายสี

2) ลำดับการผสมในเฟสน้ำมัน

  • ลำดับที่แนะนำ: ควรผสมสี ReadyMix™ ลงในเฟสน้ำมัน (Oil/Silicone) และปั่นให้กระจายตัวจนเป็นเนื้อเดียวกันเป็นลำดับแรก
  • หลังจากสีสม่ำเสมอแล้ว จึงเติม Emulsifier (Water-in-Oil EZ™ และ Lauryl PEG-9 PDMS) ตามลงไป วิธีนี้จะช่วยให้เม็ดสีถูกล็อคอยู่ในเฟสภายนอกของระบบ Water-in-Oil (W/O) ได้ดีที่สุดครับ

3) ข้อแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและเสถียรภาพของสูตร

ขั้นตอนการเติมเฟสน้ำลงในเฟสน้ำมันที่คุณแจ้งมานั้นถูกต้องสำหรับระบบ W/O แต่มีจุดวิกฤตที่ต้องระวังดังนี้ครับ:

  • ปัญหาความไม่เข้ากันของ Carbomer U21 และ Magnesium Sulfate:

    • ในเฟสน้ำของคุณมี Magnesium Sulfate 1% ซึ่งเป็น Electrolyte ที่จำเป็นมากในการช่วยให้ Water-in-Oil EZ™ สร้างโครงสร้างที่เสถียร
    • อย่างไรก็ตาม Carbomer U21 ไม่สามารถทน Electrolyte ได้ เมื่อเจอ Magnesium Sulfate จะทำให้ Carbomer คลายตัว ไม่สามารถสร้างเนื้อเจลได้ และอาจทำให้สูตรแยกชั้นหรือเกิดตะกอน
    • คำแนะนำ: หากต้องการเนื้อครีมที่แน่นในระบบ W/O แนะนำให้ตัด Carbomer U21 ออก แล้วเพิ่มปริมาณ Xanthan Gum หรือใช้สารสร้างเนื้อในเฟสน้ำมัน เช่น Hectorite Gel หรือ Wax แทนครับ
  • ความเร็วในการปั่นช่วงรวมเฟส:

    • แม้การผสมสีจะใช้รอบต่ำได้ แต่ในขั้นตอนการเทเฟสน้ำลงในเฟสน้ำมัน เพื่อสร้างเนื้อครีม จำเป็นต้องใช้การปั่นรอบสูง (High Shear/Homogenizer) พร้อมกับค่อยๆ เทน้ำลงไปทีละน้อย หากปั่นรอบต่ำเกินไปในช่วงนี้ จะทำให้เนื้อครีมเหลวหรือไม่เสถียรและแยกชั้นได้ในภายหลัง

สรุป: สามารถผสมที่อุณหภูมิปกติได้ โดยผสมสีในน้ำมันก่อน แต่ควรตัด Carbomer U21 ออกเนื่องจากขัดกับ Magnesium Sulfate และต้องใช้การปั่นรอบสูงในช่วงที่รวมเฟสน้ำเข้ากับน้ำมันเพื่อให้ได้เนื้อครีมที่แน่นและเสถียรครับ

รายการส่วนผสมที่เกี่ยวข้อง:

  1. ReadyMix™ Iron Oxides Black (Polyglyceryl-2 Triisostearate Based)
  2. ReadyMix™ Iron Oxides Red (Polyglyceryl-2 Triisostearate Based)
  3. ReadyMix™ Iron Oxides Yellow (Cyclopentasiloxane Based)
  4. Water-in-Oil EZ™ (Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone)
  5. Lauryl PEG-9 Polydimethylsiloxyethyl Dimethicone

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง