แนวทางการสร้างสูตรผงฟอกสีผม

ถามโดย: yvonne.hau เมื่อ: May 11, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สวัสดี

ขอสอบถามว่ามีแนวทางการสร้างสูตรผงฟอกสีผม (Hair Bleach Powder) หรือไม่ หากมี รบกวนขอข้อมูลดังกล่าวด้วย

ขอบคุณ

คำตอบ

ผงฟอกสีผม (Hair Bleach Powder) เป็นส่วนผสมที่ซับซ้อนของสารออกซิไดซ์ สารปรับความเป็นด่าง และสารบำรุง ซึ่งออกแบบมาเพื่อสลายเม็ดสีธรรมชาติในเส้นผม ด้านล่างนี้คือแนวทางการสร้างสูตรผงฟอกสีผมประสิทธิภาพสูง

ส่วนประกอบหลักของผงฟอกสีผม

  1. สารออกซิไดซ์ (Persulfates): เป็นส่วนประกอบหลักที่ปล่อยออกซิเจนเพื่อสลายเมลานิน มักใช้ Persulfates หลายชนิดร่วมกันเพื่อปรับสมดุลความเร็วและความแรงในการฟอก
    • Potassium Persulfate: ตัวเร่งปฏิกิริยาที่นิยมที่สุดเพื่อให้ได้ระดับการฟอกที่สูง
    • Ammonium Persulfate: ช่วยให้การฟอกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อาจมีกลิ่นฉุนกว่าชนิดอื่น
    • Sodium Persulfate: มักใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยารอง
  2. สารปรับความเป็นด่าง (Alkalizing Agents): ทำหน้าที่เพิ่มค่า pH เพื่อให้เกล็ดผมบวมตัว ช่วยให้สารออกซิไดซ์ซึมเข้าสู่เส้นผมได้ดี เช่น Sodium Silicate, Sodium Metasilicate หรือ Magnesium Carbonate
  3. สารเพิ่มความหนืดและสารคงตัว (Thickeners & Stabilizers): ช่วยให้ส่วนผสมมีลักษณะเป็นเนื้อครีมเมื่อผสมกับ Developer (Hydrogen Peroxide) เช่น Xanthan Gum, Guar Gum หรืออนุพันธ์ของ Cellulose
  4. สารจับโลหะ (Chelating Agents): เช่น Disodium EDTA เพื่อกำจัดไอออนของโลหะในเส้นผมที่อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอหรือผมเสีย
  5. สารปรับโทนสี (Color Correctors): เม็ดสี เช่น Ultramarine Blue หรือ Violet ถูกเติมลงไปเพื่อช่วยหักล้างไรสีเหลืองหรือส้มที่ไม่ต้องการในระหว่างการฟอก

ตัวอย่างแนวทางสูตร (ฐานผงฟอก)

ประเภทส่วนผสม ชื่อส่วนผสม ปริมาณที่ใช้ (%)
สารออกซิไดซ์ Potassium Persulfate 30.0 - 50.0%
สารออกซิไดซ์ Ammonium Persulfate 10.0 - 20.0%
สารออกซิไดซ์ Sodium Persulfate 5.0 - 15.0%
สารปรับความเป็นด่าง Sodium Silicate / Metasilicate 15.0 - 25.0%
สารเติมเต็ม/ปรับด่าง Magnesium Carbonate 5.0 - 10.0%
สารเพิ่มความหนืด Guar Hydroxypropyltrimonium Chloride 1.0 - 3.0%
สารจับโลหะ Disodium EDTA 0.2 - 0.5%
เม็ดสี Ultramarine Blue / Violet 0.1 - 1.0%

การเตรียมและการใช้งาน

  • การผสม: ต้องผสมผงฟอกกับ Cream Developer (Hydrogen Peroxide) ในอัตราส่วนโดยทั่วไปคือ 1:1.5 ถึง 1:2 (ผงฟอก:Developer)
  • ความปลอดภัย: Persulfates เป็นสารออกซิไดซ์ที่รุนแรง สูตรมักจะทำให้เป็นแบบ "Dust-free" (ไร้ฝุ่น) โดยการเติม Mineral Oil หรือ Isopropyl Myristate เล็กน้อย (ประมาณ 1-3%) เพื่อป้องกันไม่ให้ผงฟอกฟุ้งกระจายในอากาศขณะผสม
  • การทดสอบ: ควรทำการทดสอบกับปอยผม (Strand test) และทดสอบการแพ้ (Patch test) ทุกครั้งก่อนใช้งานจริง

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

การฟอกสีผมเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานที่ผลิตมีการระบายอากาศที่ดี และสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น หน้ากากและถุงมือ เมื่อสัมผัสกับผง Persulfate โดยตรง

การตอบกลับติดตาม

yvonne.hau
May 14, 2026 13:27
คำถาม:

ขอสอบถามว่ามีแนวทางสูตรการทำผงฟอกสีผม (hair bleach powder) หรือไม่ หากมี รบกวนขอข้อมูลด้วย

นอกจากนี้ ต้องการทราบว่ามีเกณฑ์หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณการใช้สารด่าง (alkalizer) หรือไม่ และในกรณีที่ไม่ต้องการใช้สารด่าง 2 ชนิดร่วมกัน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลือกใช้สารด่างเพียงชนิดเดียว

ขอบคุณ

คำตอบ:

ในการตั้งตำรับผงฟอกสีผม ปริมาณการใช้สารด่าง (Alkalizer) จะถูกกำหนดโดยค่า pH เป้าหมายของส่วนผสมสุดท้าย ความเร็วในการฟอกที่ต้องการ และความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับการทำลายเส้นผม แม้ว่าในทางเทคนิคจะสามารถใช้สารด่างเพียงชนิดเดียวได้ แต่การใช้สารด่างผสมกันหลายชนิดถือเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสถียร มีประสิทธิภาพสูง และปลอดภัยกว่า

1. เกณฑ์ในการกำหนดปริมาณสารด่าง

ปริมาณการใช้ไม่ได้คงที่ แต่จะปรับตามเป้าหมายประสิทธิภาพดังนี้:

  • ค่า pH เป้าหมาย: เนื้อครีมฟอกที่ผสมพร้อมใช้งาน (ผสมกับ Developer แล้ว) โดยทั่วไปควรมีค่า pH ระหว่าง 9.5 ถึง 11.5 ส่วนสารละลายผงฟอก 1% ในน้ำ มักจะมีค่า pH อยู่ระหว่าง 10 ถึง 12
  • ความเร็วในการฟอก (Lift Speed): ความเป็นด่างที่สูงขึ้น (pH สูงขึ้น) จะเร่งการสลายตัวของ Persulfates และ Hydrogen Peroxide ทำให้เม็ดสีถูกทำลายได้เร็วขึ้น
  • สุขภาพเส้นผม: ความเป็นด่างที่มากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหนังศีรษะ และความเสียหายรุนแรงต่อเกล็ดผมและแกนผม (การสูญเสียโปรตีน)
  • ความสามารถในการควบคุมค่า pH (Buffering Capacity): สารด่างต้องมีความแรงเพียงพอที่จะรักษาความเป็นด่างไว้ได้แม้จะผสมกับ Hydrogen Peroxide ที่มีฤทธิ์เป็นกรด

2. สามารถใช้สารด่างเพียงชนิดเดียวได้หรือไม่?

สามารถทำได้ แต่จะมีข้อแลกเปลี่ยนที่สำคัญขึ้นอยู่กับชนิดที่เลือกใช้:

  • ใช้ Sodium Metasilicate เพียงอย่างเดียว: เป็นตัวเลือกที่พบบ่อยที่สุดหากใช้เพียงชนิดเดียว เพราะให้พลังการฟอกที่แรงและเร็ว อย่างไรก็ตาม เนื้อครีมที่ได้อาจจะรุนแรงเกินไป เพิ่มความเสี่ยงที่ผมจะขาดและระคายเคืองหนังศีรษะ และควบคุมเนื้อสัมผัสของครีมได้ยากกว่า
  • ใช้ Sodium Silicate เพียงอย่างเดียว: อาจช่วยให้เนื้อครีมเนียนกว่าและควบคุม pH ได้ดีกว่า แต่ความเร็วในการฟอกอาจช้าหรือไม่สม่ำเสมอ และอาจทำให้เนื้อครีมจับตัวเป็นเจลเร็วเกินไป
  • ใช้ Magnesium Carbonate เพียงอย่างเดียว: ไม่แนะนำ สำหรับการฟอกสีผมระดับสูง (High-lift) เนื่องจากเป็นด่างอ่อนและไม่สามารถรักษาค่า pH ที่จำเป็นไว้ได้เมื่อผสมกับ Developer ทำให้ประสิทธิภาพการฟอกต่ำมาก

3. ทำไมการใช้สารด่างร่วมกันจึงดีกว่า

ตำรับระดับมืออาชีพส่วนใหญ่จะใช้สารด่างผสมกันเพื่อสร้างความสมดุล:

  • Sodium Metasilicate (ประมาณ 5–12%): ทำหน้าที่เป็น "ตัวขับเคลื่อนหลัก" เพื่อให้ได้ pH สูงและฟอกได้เร็ว
  • Sodium Silicate (ประมาณ 5–15%): ช่วยควบคุมค่า pH ให้คงที่ (Buffering) และช่วยปรับปรุงความเนียนและการยึดเกาะของเนื้อครีม
  • Magnesium Carbonate (ประมาณ 5–20%): ทำหน้าที่เป็นตัวเติม (Filler) และตัวควบคุม pH อย่างอ่อน ช่วยให้ผงฟอกไหลตัวได้ดี ลดการฟุ้งกระจาย และทำให้เนื้อครีมสุดท้ายทาลงบนผมได้ง่ายขึ้น

แนวทางปริมาณการใช้ทั่วไป

สารด่าง บทบาท ช่วงการใช้ทั่วไปในผงฟอก (%)
Sodium Metasilicate ตัวขับเคลื่อน pH หลัก / ฟอกเร็ว 5% – 12%
Sodium Silicate ควบคุม pH / เนื้อสัมผัส / ความเสถียร 5% – 15%
Magnesium Carbonate ตัวเติม / ลดการฟุ้งกระจาย / ลดความรุนแรง 8% – 20%

สรุป: หากคุณต้องการสูตรที่เรียบง่าย สามารถเริ่มใช้ Sodium Metasilicate เป็นสารด่างหลักได้ แต่สำหรับผลิตภัณฑ์เกรดมืออาชีพที่ใช้งานง่ายและถนอมเส้นผมมากกว่า แนะนำให้ผสม Sodium Silicate และ Magnesium Carbonate ร่วมด้วยครับ