แนวทางการสร้างสูตรผงฟอกสีผม
คำถาม
สวัสดี
ขอสอบถามว่ามีแนวทางการสร้างสูตรผงฟอกสีผม (Hair Bleach Powder) หรือไม่ หากมี รบกวนขอข้อมูลดังกล่าวด้วย
ขอบคุณ
คำตอบ
ผงฟอกสีผม (Hair Bleach Powder) เป็นส่วนผสมที่ซับซ้อนของสารออกซิไดซ์ สารปรับความเป็นด่าง และสารบำรุง ซึ่งออกแบบมาเพื่อสลายเม็ดสีธรรมชาติในเส้นผม ด้านล่างนี้คือแนวทางการสร้างสูตรผงฟอกสีผมประสิทธิภาพสูง
ส่วนประกอบหลักของผงฟอกสีผม
- สารออกซิไดซ์ (Persulfates): เป็นส่วนประกอบหลักที่ปล่อยออกซิเจนเพื่อสลายเมลานิน มักใช้ Persulfates หลายชนิดร่วมกันเพื่อปรับสมดุลความเร็วและความแรงในการฟอก
- Potassium Persulfate: ตัวเร่งปฏิกิริยาที่นิยมที่สุดเพื่อให้ได้ระดับการฟอกที่สูง
- Ammonium Persulfate: ช่วยให้การฟอกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อาจมีกลิ่นฉุนกว่าชนิดอื่น
- Sodium Persulfate: มักใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยารอง
- สารปรับความเป็นด่าง (Alkalizing Agents): ทำหน้าที่เพิ่มค่า pH เพื่อให้เกล็ดผมบวมตัว ช่วยให้สารออกซิไดซ์ซึมเข้าสู่เส้นผมได้ดี เช่น Sodium Silicate, Sodium Metasilicate หรือ Magnesium Carbonate
- สารเพิ่มความหนืดและสารคงตัว (Thickeners & Stabilizers): ช่วยให้ส่วนผสมมีลักษณะเป็นเนื้อครีมเมื่อผสมกับ Developer (Hydrogen Peroxide) เช่น Xanthan Gum, Guar Gum หรืออนุพันธ์ของ Cellulose
- สารจับโลหะ (Chelating Agents): เช่น Disodium EDTA เพื่อกำจัดไอออนของโลหะในเส้นผมที่อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอหรือผมเสีย
- สารปรับโทนสี (Color Correctors): เม็ดสี เช่น Ultramarine Blue หรือ Violet ถูกเติมลงไปเพื่อช่วยหักล้างไรสีเหลืองหรือส้มที่ไม่ต้องการในระหว่างการฟอก
ตัวอย่างแนวทางสูตร (ฐานผงฟอก)
| ประเภทส่วนผสม | ชื่อส่วนผสม | ปริมาณที่ใช้ (%) |
|---|---|---|
| สารออกซิไดซ์ | Potassium Persulfate | 30.0 - 50.0% |
| สารออกซิไดซ์ | Ammonium Persulfate | 10.0 - 20.0% |
| สารออกซิไดซ์ | Sodium Persulfate | 5.0 - 15.0% |
| สารปรับความเป็นด่าง | Sodium Silicate / Metasilicate | 15.0 - 25.0% |
| สารเติมเต็ม/ปรับด่าง | Magnesium Carbonate | 5.0 - 10.0% |
| สารเพิ่มความหนืด | Guar Hydroxypropyltrimonium Chloride | 1.0 - 3.0% |
| สารจับโลหะ | Disodium EDTA | 0.2 - 0.5% |
| เม็ดสี | Ultramarine Blue / Violet | 0.1 - 1.0% |
การเตรียมและการใช้งาน
- การผสม: ต้องผสมผงฟอกกับ Cream Developer (Hydrogen Peroxide) ในอัตราส่วนโดยทั่วไปคือ 1:1.5 ถึง 1:2 (ผงฟอก:Developer)
- ความปลอดภัย: Persulfates เป็นสารออกซิไดซ์ที่รุนแรง สูตรมักจะทำให้เป็นแบบ "Dust-free" (ไร้ฝุ่น) โดยการเติม Mineral Oil หรือ Isopropyl Myristate เล็กน้อย (ประมาณ 1-3%) เพื่อป้องกันไม่ให้ผงฟอกฟุ้งกระจายในอากาศขณะผสม
- การทดสอบ: ควรทำการทดสอบกับปอยผม (Strand test) และทดสอบการแพ้ (Patch test) ทุกครั้งก่อนใช้งานจริง
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
การฟอกสีผมเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานที่ผลิตมีการระบายอากาศที่ดี และสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เช่น หน้ากากและถุงมือ เมื่อสัมผัสกับผง Persulfate โดยตรง
การตอบกลับติดตาม
คำถาม:
ขอสอบถามว่ามีแนวทางสูตรการทำผงฟอกสีผม (hair bleach powder) หรือไม่ หากมี รบกวนขอข้อมูลด้วย
นอกจากนี้ ต้องการทราบว่ามีเกณฑ์หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณการใช้สารด่าง (alkalizer) หรือไม่ และในกรณีที่ไม่ต้องการใช้สารด่าง 2 ชนิดร่วมกัน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลือกใช้สารด่างเพียงชนิดเดียว
ขอบคุณ
คำตอบ:
ในการตั้งตำรับผงฟอกสีผม ปริมาณการใช้สารด่าง (Alkalizer) จะถูกกำหนดโดยค่า pH เป้าหมายของส่วนผสมสุดท้าย ความเร็วในการฟอกที่ต้องการ และความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับการทำลายเส้นผม แม้ว่าในทางเทคนิคจะสามารถใช้สารด่างเพียงชนิดเดียวได้ แต่การใช้สารด่างผสมกันหลายชนิดถือเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสถียร มีประสิทธิภาพสูง และปลอดภัยกว่า
1. เกณฑ์ในการกำหนดปริมาณสารด่าง
ปริมาณการใช้ไม่ได้คงที่ แต่จะปรับตามเป้าหมายประสิทธิภาพดังนี้:
- ค่า pH เป้าหมาย: เนื้อครีมฟอกที่ผสมพร้อมใช้งาน (ผสมกับ Developer แล้ว) โดยทั่วไปควรมีค่า pH ระหว่าง 9.5 ถึง 11.5 ส่วนสารละลายผงฟอก 1% ในน้ำ มักจะมีค่า pH อยู่ระหว่าง 10 ถึง 12
- ความเร็วในการฟอก (Lift Speed): ความเป็นด่างที่สูงขึ้น (pH สูงขึ้น) จะเร่งการสลายตัวของ Persulfates และ Hydrogen Peroxide ทำให้เม็ดสีถูกทำลายได้เร็วขึ้น
- สุขภาพเส้นผม: ความเป็นด่างที่มากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหนังศีรษะ และความเสียหายรุนแรงต่อเกล็ดผมและแกนผม (การสูญเสียโปรตีน)
- ความสามารถในการควบคุมค่า pH (Buffering Capacity): สารด่างต้องมีความแรงเพียงพอที่จะรักษาความเป็นด่างไว้ได้แม้จะผสมกับ Hydrogen Peroxide ที่มีฤทธิ์เป็นกรด
2. สามารถใช้สารด่างเพียงชนิดเดียวได้หรือไม่?
สามารถทำได้ แต่จะมีข้อแลกเปลี่ยนที่สำคัญขึ้นอยู่กับชนิดที่เลือกใช้:
- ใช้ Sodium Metasilicate เพียงอย่างเดียว: เป็นตัวเลือกที่พบบ่อยที่สุดหากใช้เพียงชนิดเดียว เพราะให้พลังการฟอกที่แรงและเร็ว อย่างไรก็ตาม เนื้อครีมที่ได้อาจจะรุนแรงเกินไป เพิ่มความเสี่ยงที่ผมจะขาดและระคายเคืองหนังศีรษะ และควบคุมเนื้อสัมผัสของครีมได้ยากกว่า
- ใช้ Sodium Silicate เพียงอย่างเดียว: อาจช่วยให้เนื้อครีมเนียนกว่าและควบคุม pH ได้ดีกว่า แต่ความเร็วในการฟอกอาจช้าหรือไม่สม่ำเสมอ และอาจทำให้เนื้อครีมจับตัวเป็นเจลเร็วเกินไป
- ใช้ Magnesium Carbonate เพียงอย่างเดียว: ไม่แนะนำ สำหรับการฟอกสีผมระดับสูง (High-lift) เนื่องจากเป็นด่างอ่อนและไม่สามารถรักษาค่า pH ที่จำเป็นไว้ได้เมื่อผสมกับ Developer ทำให้ประสิทธิภาพการฟอกต่ำมาก
3. ทำไมการใช้สารด่างร่วมกันจึงดีกว่า
ตำรับระดับมืออาชีพส่วนใหญ่จะใช้สารด่างผสมกันเพื่อสร้างความสมดุล:
- Sodium Metasilicate (ประมาณ 5–12%): ทำหน้าที่เป็น "ตัวขับเคลื่อนหลัก" เพื่อให้ได้ pH สูงและฟอกได้เร็ว
- Sodium Silicate (ประมาณ 5–15%): ช่วยควบคุมค่า pH ให้คงที่ (Buffering) และช่วยปรับปรุงความเนียนและการยึดเกาะของเนื้อครีม
- Magnesium Carbonate (ประมาณ 5–20%): ทำหน้าที่เป็นตัวเติม (Filler) และตัวควบคุม pH อย่างอ่อน ช่วยให้ผงฟอกไหลตัวได้ดี ลดการฟุ้งกระจาย และทำให้เนื้อครีมสุดท้ายทาลงบนผมได้ง่ายขึ้น
แนวทางปริมาณการใช้ทั่วไป
| สารด่าง | บทบาท | ช่วงการใช้ทั่วไปในผงฟอก (%) |
|---|---|---|
| Sodium Metasilicate | ตัวขับเคลื่อน pH หลัก / ฟอกเร็ว | 5% – 12% |
| Sodium Silicate | ควบคุม pH / เนื้อสัมผัส / ความเสถียร | 5% – 15% |
| Magnesium Carbonate | ตัวเติม / ลดการฟุ้งกระจาย / ลดความรุนแรง | 8% – 20% |
สรุป: หากคุณต้องการสูตรที่เรียบง่าย สามารถเริ่มใช้ Sodium Metasilicate เป็นสารด่างหลักได้ แต่สำหรับผลิตภัณฑ์เกรดมืออาชีพที่ใช้งานง่ายและถนอมเส้นผมมากกว่า แนะนำให้ผสม Sodium Silicate และ Magnesium Carbonate ร่วมด้วยครับ