การปรับเฉดสีครีม BB และหน้าที่ของ Titanium Dioxide ในการปกปิดและติดผิว
คำถาม
สีครีมบีบี ที่ใช้เม็ดสี Iron oxides ID: 31475, 31473 แล้วสีครีมดูเข้มไป
- ถ้าเราอยากปรับให้สีเป็นโทนที่อ่อนลง แนะนำให้ใช้ตัวไหนคะ?
- และตัว white oxide ใส่เพื่อปรับโทนสีอย่างเดียว หรือทำให้สีติดผิวเราด้วยคะ?
เพราะก็อยากให้เปอร์เซ็นต์ของความขาวที่ติดผิวเท่าเดิมค่ะ
คำตอบ
สำหรับการปรับโทนสีของครีม BB ให้ดูอ่อนลง (สว่างขึ้น) โดยที่ยังคงประสิทธิภาพการติดผิวและการปกปิดที่ดี แนะนำให้ใช้ Titanium Dioxide ชนิดที่ผ่านการเคลือบผิว (Coated) แบบเดียวกับเม็ดสี Iron Oxides ที่คุณลูกค้าใช้อยู่ครับ
1. แนะนำตัวปรับสีให้สว่างขึ้น
เนื่องจากเม็ดสีที่คุณลูกค้าใช้เป็นชนิดที่เคลือบด้วย Triethoxycaprylylsilane เพื่อให้ติดผิวดีและกันน้ำ ดังนั้นควรเลือกใช้ Titanium Dioxide ที่เคลือบด้วยสารชนิดเดียวกันเพื่อให้เข้ากันได้ดีที่สุดและกระจายตัวได้ง่ายครับ
- Titanium Dioxide 400nm WaterProof™ (Super Coverage): ตัวนี้ให้การปกปิดสูงมาก (High Opacity) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้สีสว่างขึ้นพร้อมกับคงระดับการปกปิด (ความขาวที่ติดผิว) ไว้ให้มากที่สุด
- Titanium Dioxide 300nm SilkTouch™ (Triethoxycaprylylsilane Treated): ให้สัมผัสที่นุ่มลื่น กระจายตัวได้ดี และให้ความสว่างที่เป็นธรรมชาติ
2. หน้าที่ของ White Oxide (Titanium Dioxide)
Titanium Dioxide ทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่างในสูตรเมคอัพครับ:
- การปรับโทนสี (Color Adjustment): เป็นแม่สีขาวที่ใช้ผสมกับ Iron Oxides (แดง, เหลือง, ดำ) เพื่อสร้างเฉดสีเนื้อ (Beige) หากต้องการให้สีอ่อนลง ให้เพิ่มสัดส่วนของ Titanium Dioxide และลดสัดส่วนของ Iron Oxides ลงครับ
- การปกปิดและการติดผิว (Coverage & Adhesion):
- การปกปิด: ตัวผง Titanium Dioxide เองมีความทึบแสงสูง ช่วยปกปิดจุดด่างดำและรอยต่างๆ บนผิว
- การติดผิว: สำหรับเรื่อง "การติดผิว" นั้นจะขึ้นอยู่กับ "การเคลือบผิว" (Coating) ครับ เนื่องจากเม็ดสีที่คุณเลือกใช้มีการเคลือบด้วย Silicone (Triethoxycaprylylsilane) สารเคลือบนี้เองที่ทำหน้าที่ช่วยให้ผงสีเกาะติดผิวได้ทนทาน กันน้ำ และกันเหงื่อได้ดี
สรุป: หากคุณลูกค้าต้องการให้สีสว่างขึ้นแต่ยังอยากให้ "ความขาว/ความทึบ" ที่ติดผิวเท่าเดิม แนะนำให้ใช้ Titanium Dioxide 400nm WaterProof™ ในสัดส่วนที่มากขึ้น เพื่อไปเจือจางความเข้มของ Iron Oxides ครับ