การพัฒนาสูตรเจลเนื้อบางเบาที่มี Sym-White™ และสารออกฤทธิ์

ถามโดย: bank.sulaksanakarn เมื่อ: October 02, 2017 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการทำสูตรเจลเนื้อบางเบาสำหรับทาผิวหน้าและผิวกาย โดยใช้วัตถุดิบดังนี้: สารสกัดว่านหางจระเข้ (Aloe Vera Extract 10:1 FullAssay™), Safe-B3 (วิตามินบี 3), GlucoBright (เอ็น-อะซิติล กลูโคซามีน), และ Sym-White™ หรือ Activated Resorcinol™ ในเบื้องต้นตั้งใจจะใช้ Xanthan Gum เป็นสารก่อเจล อยากทราบสูตรและวิธีการทำที่แนะนำเพื่อให้ได้เนื้อเจลที่บางเบาและสามารถนำส่วนผสมทั้งหมดมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการละลายของ Sym-White™?

คำตอบ

นี่คือสรุปการสนทนาและสูตรพร้อมวิธีการทำเจลเนื้อบางเบาที่แนะนำ:

จากการสนทนาที่ผ่านมา ท่านต้องการทำเจลเนื้อบางเบาสำหรับผิวหน้าและผิวกาย โดยใช้สารสกัดว่านหางจระเข้ (Aloe Vera Extract), วิตามินบี 3 (Safe-B3), เอ็น-อะซิติล กลูโคซามีน (GlucoBright), และ Sym-White™ หรือ Activated Resorcinol™ ในตอนแรกท่านตั้งใจจะใช้ Xanthan Gum เป็นสารก่อเจล

เราได้พูดคุยเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมของสารออกฤทธิ์ (ว่านหางจระเข้ไม่เกิน 3% เพื่อประสิทธิภาพโดยไม่เหนอะหนะ, Safe-B3 5%, GlucoBright 4%), การเลือกระหว่าง Sym-White™ และ Activated Resorcinol™ (แนะนำ Sym-White™ ตามข้อมูลตอบรับจากผู้ใช้ว่าระคายเคืองน้อยกว่าและอาจให้ผลดีกว่า), สารกันเสียที่แนะนำคือ Mild Preserved Eco, และแนะนำ Disodium EDTA เพื่อความเสถียร และ Reservoir-Tech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ข้อสำคัญคือ Sym-White™ จำเป็นต้องมีส่วนของน้ำมันเพื่อช่วยในการละลาย ดังนั้น สูตรและวิธีการทำจึงได้รับการปรับปรุงให้มีส่วนของน้ำมัน และใช้ Satin Cream Maker เป็นสารก่อเจล ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในส่วนน้ำและน้ำมัน พร้อมทั้งเพิ่ม LipidSoft Lite เพื่อสร้างส่วนของน้ำมันที่จำเป็นสำหรับ Sym-White™

สูตรที่แนะนำ:

วิธีการทำที่แนะนำ:

  1. ผสมส่วนผสมทั้งหมดในส่วนน้ำเข้าด้วยกัน ยกเว้น Satin Cream Maker เมื่อเข้ากันดีแล้ว จึงเติม Satin Cream Maker และปั่นหรือคนจนได้เนื้อเจลขุ่น
  2. ผสมส่วนผสมทั้งหมดในส่วนน้ำมันเข้าด้วยกัน จากนั้นนำไปเติมในส่วนของน้ำซึ่งเป็นเจลขุ่น ปั่นหรือคนให้เข้ากัน
  3. เติมส่วนสุดท้าย (Sym-White™) ลงในสูตร ปั่นหรือคนให้เข้ากัน

โดยทั่วไป แนะนำให้ตรวจวัดค่า pH ของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการใช้กับผิวและความเสถียรของส่วนผสม (โดยทั่วไปค่า pH อยู่ระหว่าง 5.0-6.0)