การเพิ่มประสิทธิภาพการกันน้ำและลดความเหนอะหนะในสูตรกันแดดโทนอัพ O/W

ถามโดย: kmnkamochanok เมื่อ: February 02, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

ลูกค้าทำสูตรกันแดดโทนอัพแบบ O/W ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการกันน้ำและลดความเหนอะหนะ รบกวนขอคำแนะนำดังนี้ค่ะ:

  • ต้องการ Film Former หรือสารช่วยสร้างฟิล์มกันน้ำในระดับเครื่องสำอางที่เหมาะสมกับสูตรน้ำ
  • ปัจจุบันใช้ Comfort Film และสารสร้างฟิล์มอีกหนึ่งตัวแต่ประสิทธิภาพการกันน้ำยังไม่ดีพอ
  • พบปัญหาว่า Comfort Film ทำให้เนื้อสัมผัสเหนอะหนะ
  • รบกวนแนะนำสารตัวอื่นหรือวิธีปรับสูตรเพื่อลดความเหนอะหนะและเพิ่มความสามารถในการกันน้ำ (Water Resistance) ให้ดียิ่งขึ้นค่ะ

คำตอบ

สำหรับการปรับปรุงสูตรกันแดดโทนอัพ (Tone-up Sunscreen) รูปแบบ O/W ให้มีการกันน้ำที่ดีขึ้นและลดความเหนอะหนะจาก Comfort Film (Water Base) ขอแนะนำแนวทางและสารช่วยสร้างฟิล์มดังนี้ครับ

1. สารสร้างฟิล์มกันน้ำที่แนะนำสำหรับสูตรน้ำ (Water-based Film Formers)

ในกรณีที่ต้องการเน้นการกันน้ำในสูตรกันแดด แนะนำให้เปลี่ยนหรือใช้สารเหล่านี้ร่วมด้วย:

  • UV35 (Polyurethane-35) (แนะนำเป็นพิเศษสำหรับกันแดด):
    • คุณสมบัติ: เป็น Polyurethane ที่ออกแบบมาเพื่อสูตรกันแดดโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มค่า SPF (SPF Booster) ได้ 50-100% และให้ประสิทธิภาพการกันน้ำ (Water Resistance) ที่ดีเยี่ยม
    • จุดเด่น: ฟิล์มที่ได้มีความยืดหยุ่น ไม่เหนียวเหนอะหนะเท่ากับสารกลุ่ม Acrylates ทั่วไป และช่วยลดการระคายเคืองจากสารกันแดดเคมีได้ด้วย
    • การใช้งาน: 1-10% ผสมในส่วนของน้ำ
  • Flex Film (Water Base):
    • คุณสมบัติ: ให้ฟิล์มที่นุ่มนวลและยืดหยุ่น (Flexible) กันน้ำได้ในระดับปานกลางถึงดี
    • จุดเด่น: เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทาบนผิวหน้า เพราะฟิล์มจะไม่ตึงผิวจนเกินไป ให้สัมผัสที่ดีกว่าในแง่ของการกันน้ำเมื่อเทียบกับ Comfort Film
    • การใช้งาน: 5-15%
  • Gloss Film (Water/Alcohol Base):
    • คุณสมบัติ: หากต้องการการกันน้ำระดับสูงสุด (Extreme Water Resistance) ตัวนี้คือตัวเลือกที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มสูตรน้ำ
    • ข้อควรระวัง: ให้ฟิล์มที่มีความเงา (Glossy) หากใส่ในปริมาณมากอาจทำให้สูตรดูเงาเกินไปสำหรับโทนอัพ แนะนำให้ใช้ผสมร่วมกับตัวอื่นในสัดส่วนน้อย (เช่น 2-5%) เพื่อเพิ่มความทนทาน

2. วิธีปรับสูตรเพื่อลดความเหนอะหนะและเพิ่มประสิทธิภาพ

  • ลดปริมาณ Comfort Film: สารตัวนี้เน้นความสบายผิวแต่หากใช้ในปริมาณสูงในสูตรที่มีผงแป้ง (Tone-up) อาจทำให้เกิดความเหนอะหนะได้ แนะนำให้ลดสัดส่วนลงแล้วแทนที่ด้วย UV35 (Polyurethane-35)
  • การใช้ Ester Oil เนื้อเบา: เพิ่มสารกลุ่ม Emollient ที่มีความบางเบาและช่วยลดความเหนอะหนะของฟิล์ม เช่น LipidSoft Lite (0.5-2%) เพื่อช่วยให้การเกลี่ยง่ายขึ้นและลดสัมผัสที่เหนียวจาก Polymer
  • การเลือกใช้ผงกันแดด: สำหรับสูตรโทนอัพ O/W หากใช้ Titanium Dioxide ที่เคลือบสารกันน้ำ (เช่น Silicone Coated) จะช่วยให้ผงแป้งเกาะผิวได้ทนขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับ Film Former
  • ข้อจำกัดของระบบ O/W: ระบบ Oil-in-Water มักจะกันน้ำได้ยากกว่าระบบ Water-in-Oil หากต้องการประสิทธิภาพกันน้ำระดับสูงมาก (Very Water Resistant) อาจพิจารณาปรับระบบเป็น W/O หรือ W/Si ในอนาคตครับ

สรุปคำแนะนำ: แนะนำให้ลองใช้ UV35 (Polyurethane-35) ที่ระดับ 3-5% ร่วมกับสารสร้างฟิล์มเดิมที่มีอยู่ (โดยลดสัดส่วนตัวที่เหนอะลง) จะช่วยทั้งเรื่องการกันน้ำและการเพิ่มค่า SPF โดยไม่เพิ่มความเหนียวครับ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง

LipidSoft™ Lite (Isononyl Isononanoate)
LipidSoft™ Lite (Isononyl Isononanoate)
เครื่องสำอาง
Gloss Film (Water/Alcohol Base)
Gloss Film (Water/Alcohol Base)
เครื่องสำอาง
Flex Film (Water Base)
Flex Film (Water Base)
เครื่องสำอาง
Comfort Film (Water Base)
Comfort Film (Water Base)
เครื่องสำอาง
UV35 (Polyurethane-35)
UV35 (Polyurethane-35)
เครื่องสำอาง