การแก้ไขปัญหาเนื้อครีมเป็นขุยและรู้สึกสากผิวในสูตร Barrier Repair Cream

ถามโดย: jezfrance13003 เมื่อ: April 01, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

ได้ทำครีมบำรุงปราการผิว (Barrier Repair Cream) โดยใช้ Tremella Mushroom Extract ที่ 2% แต่ไม่ชอบสัมผัสหลังทา เนื่องจากมีอาการเป็นขุยและรู้สึกเหมือนมีแป้งบนผิว รบกวนช่วยอธิบายสาเหตุของปัญหานี้ให้หน่อย

ส่วนผสมอื่นๆ ในสูตรมีดังนี้:

  • Colloidal Oat: 0.5%
  • MSM: 5%
  • Ceramide NP: 2%
  • Ceramide Complex: 2%
  • Methyl Propanediol: 2%
  • Montanov 68: 2.5%
  • 1,2-Hexanediol: 0.3%
  • Allantoin: 0.4%
  • Olivem 1000: 2%
  • Cetyl Alcohol: 2%
  • Squalane: 1.5%
  • Coco-Caprylate: 1.5%
  • Dimethicone: 1.5%
  • Cetyl Ethylhexanoate: 1%
  • Glyceryl Stearate: 0.2%
  • Aristoflex: 0.15%
  • Phytosterol: 1%
  • Evening Primrose Oil: 2%
  • Bisabolol: 0.5%
  • Mixed Tocopherol Acetate
  • Centella Asiatica Extract
  • NAG
  • Dipotassium Glycyrrhizate
  • Ectoine
  • Adenosine
  • Niacinamide
  • Hyaluronic LMW
  • Green Tea Extract
  • Gotu Kola
  • D-Panthenol
  • Sodium PCA
  • Aloe Vera Liquid Extract
  • Copper Peptide
  • Chamomile Extract
  • Beta Glucan
  • Amino Complex
  • Euxyl 9010

คำตอบ

อาการ "เป็นขุยและรู้สึกเหมือนมีแป้ง" (Pilling) ที่คุณพบ เกิดจากความเข้มข้นของสารสร้างฟิล์มและสารสกัดชนิดผงในสูตรสูงเกินไป จนผิวไม่สามารถดูดซึมได้หมดครับ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหานี้มีดังนี้:

1. การใช้ Snow Mushroom Hyaluron เกินขนาด

สาเหตุที่ชัดเจนที่สุดของการลอกเป็นขุยคือปริมาณของ Snow Mushroom Hyaluron (Tremella Fuciformis Extract Powder)

  • ปริมาณที่คุณใช้: 2%
  • ปริมาณที่แนะนำ: 0.1% - 0.5%
  • เหตุผล: สารสกัดเห็ดหูหนูขาวเป็นโพลีแซคคาไรด์ที่มีโมเลกุลใหญ่ ทำหน้าที่สร้างฟิล์มเคลือบผิว การใช้ถึง 2% (ซึ่งสูงกว่าที่แนะนำถึง 4 เท่า) ทำให้ฟิล์มที่เคลือบผิวหนาและเปราะเกินไป เมื่อน้ำระเหยออกไป ฟิล์มนี้จะหลุดลอกออกมาเป็นขุยเมื่อมีการเสียดสีบนผิวครับ

2. ปริมาณ Ceramide NP ที่สูงเกินไป (สาเหตุของความรู้สึกเหมือนแป้ง)

คุณมีการใช้ Ceramide NP ถึง 2%

  • ปัญหา: Ceramide NP บริสุทธิ์เป็นผลึกผงที่ละลายได้ยากมาก ปริมาณการใช้ปกติจะอยู่ที่เพียง 0.05% – 0.2% เท่านั้น
  • ผลลัพธ์: การใช้ถึง 2% มีโอกาสสูงมากที่เซราไมด์ส่วนใหญ่จะไม่ละลายและยังคงสภาพเป็นผงละเอียดอยู่ในเนื้อครีม ทำให้รู้สึกสากเหมือนมีแป้ง และผงเหล่านี้ยังไปขัดขวางการยึดเกาะของฟิล์มบนผิว ทำให้เกิดการลอกเป็นขุยได้ง่ายขึ้นครับ

3. ผลกระทบร่วมจากสารสร้างฟิล์มตัวอื่น

ในสูตรมีสารสร้างฟิล์มหลายตัวที่วางซ้อนทับกันบนผิว:

  • Aristoflex AVC (0.15%): เป็นพอลิเมอร์ที่ช่วยสร้างเนื้อครีมแต่ก็มีคุณสมบัติสร้างฟิล์มด้วย
  • Hyaluronic Acid (LMW) และ Beta Glucan: ทั้งคู่เป็นโพลีแซคคาไรด์ที่สร้างฟิล์มเคลือบผิวเพิ่มเติม
  • Pure MSM™ (5%): แม้จะมีประโยชน์แต่ 5% คือปริมาณสูงสุดที่แนะนำ ซึ่งในสูตรที่มีของแข็งและฟิล์มเยอะอยู่แล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้เกิดสัมผัสที่แห้งและเป็นผงครับ

4. ปริมาณแว็กซ์และตัวประสานที่สูง

การใช้ Montanov 68 (2.5%), Olivem 1000 (2%) และ Cetyl Alcohol (2%) ร่วมกัน ทำให้โครงสร้างครีมมีความเป็นแว็กซ์สูง ซึ่งอาจทำให้สารสร้างฟิล์ม (เช่น เห็ดหูหนูขาว) ไม่สามารถแนบสนิทกับผิวได้ดีพอ จึงลอยอยู่ด้านบนและลอกออกได้ง่าย

คำแนะนำในการปรับสูตร:

  1. ลด Snow Mushroom Hyaluron: ปรับลดลงเหลือ 0.2% - 0.5% วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาการลอกเป็นขุยได้เห็นผลที่สุดครับ
  2. ลด Ceramide NP: ปรับลด Ceramide NP ชนิดผงบริสุทธิ์ลงเหลือ 0.1% และต้องมั่นใจว่าละลายในส่วนน้ำมันด้วยความร้อน 75-80 องศาจนใส ส่วน Ceramide Complex สามารถคงไว้ที่ 2% ได้เพราะเป็นรูปแบบที่กระจายตัวง่ายกว่า
  3. ปรับลด MSM: หากยังรู้สึกสากผิว ให้ลองลด Pure MSM™ เหลือ 3%
  4. เพิ่มความลื่น: อาจพิจารณาเพิ่ม Dimethicone เป็น 2% เพื่อช่วยให้สารสร้างฟิล์มกระจายตัวได้บางลงและแนบสนิทกับผิวได้ดีขึ้นครับ

การตอบกลับติดตาม

jezfrance13003
April 03, 2026 22:25
คำถาม:

ขอสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตรครีมบำรุงปราการผิว (Barrier Repair Cream) ที่ประสบปัญหาเนื้อครีมเป็นขุย (pilling) และให้ความรู้สึกเหมือนมีแป้งเคลือบผิว หลังจากได้รับคำแนะนำเรื่องการใช้ Tremella Mushroom Extract ที่ 2% ไปแล้ว มีข้อสงสัยเพิ่มเติมดังนี้:

  1. Ceramide NP ที่ใช้ในสูตรเป็นแบบของเหลว (Liquid) ควรยังคงสัดส่วนไว้ที่ 2% หรือควรลดปริมาณลง?
  2. สำหรับระบบตัวประสาน (Emulsifiers) ในสูตรนี้ แนะนำให้ใช้ที่สัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ หรือมีตัวประสานอื่นๆ แนะนำเพื่อปรับปรุงเนื้อสัมผัสและความเสถียรให้ดีขึ้นหรือไม่?
  3. ในส่วนของ Aristoflex (ปัจจุบันใช้ 0.15%) ควรลดปริมาณลง หรือมีโพลิเมอร์ตัวอื่นแนะนำที่ช่วยให้เนื้อสัมผัสดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่?

รายละเอียดสูตรปัจจุบัน:

  • Tremella Mushroom Extract: 2%
  • Colloidal Oat: 0.5%
  • MSM: 5%
  • Ceramide NP (Liquid): 2%
  • Ceramide Complex: 2%
  • Methyl Propanediol: 2%
  • Montanov 68: 2.5%
  • 1,2-Hexanediol: 0.3%
  • Allantoin: 0.4%
  • Olivem 1000: 2%
  • Cetyl Alcohol: 2%
  • Squalane: 1.5%
  • Coco-Caprylate: 1.5%
  • Dimethicone: 1.5%
  • Cetyl Ethylhexanoate: 1%
  • Glyceryl Stearate: 0.2%
  • Aristoflex: 0.15%
  • Phytosterol: 1%
  • Evening Primrose Oil: 2%
  • Bisabolol: 0.5%
  • Mixed Tocopherol Acetate
  • Centella Asiatica Extract
  • NAG
  • Dipotassium Glycyrrhizate
  • Ectoine
  • Adenosine
  • Niacinamide
  • Hyaluronic LMW
  • Green Tea Extract
  • Gotu Kola
  • D-Panthenol
  • Sodium PCA
  • Aloe Vera Liquid Extract
  • Copper Peptide
  • Chamomile Extract
  • Beta Glucan
  • Amino Complex
  • Euxyl 9010
คำตอบ:

เพื่อแก้ปัญหาเนื้อครีมที่เป็นขุย (Pilling) และความรู้สึกเหมือนมีแป้งเคลือบผิว (Powdery feel) ในสูตรครีมบำรุงปราการผิวของคุณ ขอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนดังนี้ครับ:

1. เกี่ยวกับ Liquid Ceramide NP

ถึงแม้ Ceramide NP ที่คุณใช้จะเป็นรูปแบบของเหลว แต่การใช้ที่ 2% อาจยังส่งผลให้เนื้อสัมผัสหนักหรือเหนอะหนะได้ขึ้นอยู่กับตัวพา (Carrier)

  • คำแนะนำ: แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ Ceramide Complex (Water/Oil Dispersible Powder) ในปริมาณ 1% - 2% แทนครับ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ออกแบบมาให้ผสมง่ายและเลียนแบบชั้นไขมันตามธรรมชาติของผิวได้ดีกว่าการใช้ Ceramide ชนิดเดียว ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกสากหรือเป็นผงหลังทาได้

2. ระบบ Emulsifier (ตัวประสาน)

ระบบตัวประสานเดิมของคุณค่อนข้างซับซ้อนและหนักเกินไป เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดีขึ้นและความเสถียรที่สูงขึ้น แนะนำให้ปรับดังนี้:

  • ตัวประสานหลัก: ใช้ Olivem 1000 ที่ 4% - 5% เพื่อสร้างเนื้อครีมที่คงตัวและดูเป็นมืออาชีพ
  • ตัวเพิ่มความหนา: คงการใช้ Cetyl Alcohol ไว้ที่ 1% - 2% เพื่อให้เนื้อครีมมีความนุ่มนวลแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะแบบขี้ผึ้ง
  • ตัวประสานร่วม: ใช้ Glyceryl Stearate SE ที่ 1% เพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับสูตร โดยเฉพาะเมื่อในสูตรมีสารสกัดจำนวนมาก
  • หมายเหตุ: คุณสามารถตัดตัวประสานอื่นๆ ออกเพื่อลดปริมาณของแข็ง (Solids) ที่ตกค้างบนผิว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดขุย

3. Polymer และเนื้อสัมผัส

Aristoflex AVC เป็นโพลิเมอร์ที่ดีมาก แต่มีความไวต่อสารกลุ่ม Electrolytes สูง (ซึ่งมาจากสารสกัดและ Active หลายตัวในสูตรของคุณ เช่น Sodium PCA และ Copper Peptide) ความไวนี้มักทำให้โพลิเมอร์เสียโครงสร้างและกลายเป็นขุยขาวเมื่อทาลงบนผิว

  • ตัวเลือกที่ดีกว่า: แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Sepimax Zen ที่ปริมาณ 0.5% - 1% แทนครับ
  • เหตุผล: เพราะ Sepimax Zen ทนต่อเกลือและ Electrolytes ได้ดีเยี่ยม จะช่วยให้เนื้อสัมผัสมีความหรูหราแบบ "Velvety" (กำมะหยี่) และช่วยยึดเกาะส่วนผสมที่ซับซ้อนในสูตรของคุณได้ดีกว่า Aristoflex AVC มาก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเกิดขุยได้อย่างเห็นผลชัดเจน

สรุปการปรับเปลี่ยนที่สำคัญ:

  1. Snow Mushroom Hyaluron: ลดเหลือ 0.2% - 0.5% (ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดในการหยุดการเกิดขุย)
  2. Ceramide: เปลี่ยนมาใช้ Ceramide Complex ที่ 1% - 2%
  3. Emulsifiers: ใช้ Olivem 1000 (4-5%) + Cetyl Alcohol (1-2%) + Glyceryl Stearate SE (1%)
  4. Texture Maker: เปลี่ยนจาก Aristoflex AVC เป็น Sepimax Zen (0.5-1%) แทนครับ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง

Dimethicone (Medium/350, Low-Odor)
Dimethicone (Medium/350, Low-Odor)
เครื่องสำอาง
Cetyl Alcohol
Cetyl Alcohol
เครื่องสำอาง
Pure MSM™ (Methylsulfonylmethane)
Pure MSM™ (Methylsulfonylmethane)
เครื่องสำอาง
Beta Glucan (Saccharomyces cerevisiae extract)
Beta Glucan (Saccharomyces cerevisiae extract)
เครื่องสำอาง
Olivem 1000 (Cetearyl Olivate, Sorbitan Olivate)
Olivem 1000 (Cetearyl Olivate, Sorbitan Olivate)
เครื่องสำอาง
Aristoflex AVC
Aristoflex AVC
เครื่องสำอาง
Ceramide Complex (Water/Oil Dispersible Powder)
Ceramide Complex (Water/Oil Dispersible Powder)
เครื่องสำอาง
Ceramide 3 (Ceramide NP, N-oleoyl-phytosphingosine)
Ceramide 3 (Ceramide NP, N-oleoyl-phytosphingosine)
เครื่องสำอาง
HyaCap™ Hyaluronic Acid Standard
HyaCap™ Hyaluronic Acid Standard
เครื่องสำอาง
Glyceryl Stearate SE / Glyceryl Monostearate SE (GMS SE)
Glyceryl Stearate SE / Glyceryl Monostearate SE (GMS SE)
เครื่องสำอาง
Sepimax Zen
Sepimax Zen
เครื่องสำอาง