ความจำเป็นของ Titanium Dioxide Transparent ในสูตรครีมกันแดด W/O SPF 50+ PA++++

ถามโดย: mondodariofficial เมื่อ: January 08, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

ต้องการสอบถามสูตรครีมกันแดด W/O ที่มีจุดประสงค์ค่า SPF 50+, PA++++ ว่ามีความจำเป็นต้องใส่ Titanium Dioxide Transparent (10nm, C12-15 Alkyl Benzoate Base) หรือไม่ จากสูตรดังนี้

Phase A

  • Aqua — 23.40%
  • Disodium EDTA — 0.20%
  • Magnesium Sulfate — 1.00%
  • Sodium Citrate — 0.15%
  • Allantoin — 1.00%
  • Glycerin — 3.50%
  • Propanediol — 2.00%
  • Pentylene Glycol — 2.50%
  • Xanthan Gum — 0.15%
  • Carbomer U21 — 0.25%
  • Phenoxyethanol — 0.80%
  • Chlorphenesin — 0.20%
  • D-Panthenol — 1.00%
  • Niacinamide — 4.00%
  • Sodium Hyaluronate — 0.30%
  • Licorice Extract (Licochalcone A) — 0.50%
  • Pure-TECA™ Centella Extract — 0.10%
  • UV35 (Polyurethane-35) — 3.00%
  • Bisoctrizole (MBBT / Tinosorb M) — 5.00%

Phase B

  • Coco-Caprylate/Caprate CocoSilk™ — 4.00%
  • Hydrogenated Polydecene — 4.00%
  • Squalane — 2.80%
  • Ceramide NP — 0.10%
  • WhiteCumin™ — 0.50%
  • DHHB (Uvinul A Plus) — 6.00%
  • BEMT (Tinosorb S) — 6.00%
  • Ethylhexyl Triazone — 5.00%
  • VP/Hexadecene Copolymer — 1.00%
  • Polyhydroxystearic Acid — 1.50%
  • Zinc Oxide Transparent Dispersion — 7.00%
  • Titanium Dioxide Transparent — 5.00%
  • ReadyMix Iron Oxides (Y/R/B รวม) — 2.60%
  • Dimethicone (Very Light/2, Volatile) — 1.20%
  • Isododecane — 1.80%
  • Tocopheryl Acetate — 0.20%
  • Mica — 0.30%
  • Lauryl PEG-9 PDMS — 1.00%
  • Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone — 1.00%

คำตอบ

สำหรับสูตรครีมกันแดดรูปแบบ W/O (Water-in-Oil) ที่ต้องการค่า SPF 50+ และ PA++++ ตามที่คุณสอบถามมา มีรายละเอียดวิเคราะห์ความจำเป็นของ Titanium Dioxide และข้อแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ครับ:

1. Titanium Dioxide Transparent (10nm) มีความจำเป็นหรือไม่?

คำตอบคือ: ควรใส่ไว้ครับ

  • การเสริมค่า SPF: การจะไปให้ถึง SPF 50+ จำเป็นต้องมีตัวกรอง UVB ที่เข้มข้น แม้ในสูตรจะมี Ethylhexyl Triazone และ BEMT อยู่แล้ว แต่การเติม Titanium Dioxide Transparent (10nm) ซึ่งเป็น Physical Filter จะช่วยเสริมค่า SPF ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เกิดคราบขาว (White cast) เหมือน Titanium Dioxide ทั่วไป
  • การทำงานร่วมกัน (Synergy): สารกันแดดกลุ่ม Physical จะช่วยสะท้อนและกระจายแสง ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของสารกันแดดกลุ่ม Chemical ในสูตรให้ทำงานได้ดีขึ้น
  • ความเสถียรของค่ากันแดด: ในระบบ W/O การมีส่วนผสมของทั้งสารกันแดดที่ละลายในน้ำมันและสารกันแดดแบบกระจายตัว (Dispersed) จะช่วยให้การสร้างฟิล์มกันแดดบนผิวมีความสม่ำเสมอและครอบคลุมได้ดีกว่า

2. ข้อสังเกตและคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตร

  • สารสร้างเนื้อในเฟสน้ำ (Water Phase Thickeners): ในสูตรมีการใช้ Carbomer U21 ใน Phase A ซึ่งเป็นเฟสน้ำ (Internal Phase ของ W/O) โดยปกติแล้ว ไม่แนะนำ ให้ใส่ Carbomer ในเฟสน้ำของระบบ W/O ครับ เนื่องจาก Carbomer ต้องมีการปรับค่า pH และอาจไปรบกวนความเสถียรของระบบ Electrolyte (จาก Magnesium Sulfate) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความคงตัวในสูตร W/O แนะนำให้ใช้เพียง Xanthan Gum ในปริมาณน้อย หรือตัดออกได้เลยครับ เพราะความหนืดของ W/O จะขึ้นอยู่กับเฟสน้ำมันและปริมาณน้ำเป็นหลัก
  • ปริมาณ Emulsifier: คุณใช้ Lauryl PEG-9 Polydimethylsiloxyethyl Dimethicone 1% และ Water-in-Oil EZ™ (Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone) 1% รวมเป็น 2% สำหรับสูตรที่มีผง Pigment และสารกันแดดแบบกระจายตัวในปริมาณสูง (Zinc Oxide, Titanium Dioxide, Iron Oxides) แนะนำให้เพิ่มปริมาณ Emulsifier รวมเป็น 3-4% (เช่น อย่างละ 1.5-2%) เพื่อป้องกันการแยกชั้นในระยะยาวครับ
  • การกระจายตัวของสารกันแดด:
    • Bisoctrizole (MBBT) อยู่ในเฟสน้ำ (Phase A) ถูกต้องแล้วเนื่องจากเป็นชนิดกระจายตัวในน้ำ
    • DHHB, BEMT, และ Ethylhexyl Triazone ให้การปกป้องทั้ง UVA และ UVB ได้ดีมาก
    • Zinc Oxide Transparent Dispersion (7%) มีความสำคัญมากในการดันค่า PA ให้ได้ถึงระดับ ++++
  • สารสร้างฟิล์ม (Film Former): การใช้ UV35 (Polyurethane-35) จะช่วยเรื่องการกันน้ำและช่วยให้สารกันแดดติดทนบนผิวได้ดีขึ้นมากครับ

สรุปคำแนะนำ:

ควรคง Titanium Dioxide Transparent (10nm) ไว้เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ค่า SPF 50+ ตามเป้าหมาย แต่ควรพิจารณาตัด Carbomer ออกจากเฟสน้ำ และเพิ่มปริมาณ Emulsifier เล็กน้อยเพื่อให้สูตรมีความเสถียรสูงสุดครับ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง