น้ำมันนวดแบบไม่ใช้ความร้อนจากสารสกัดกระดูกไก่ดำที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์

ถามโดย: visudhidham เมื่อ: June 10, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการทำน้ำมันนวดจากสารสกัดกระดูกไก่ดำ ที่สกัดด้วยแอลกอฮอล์ 95% เมื่อผสมกับน้ำมันมะพร้าวแล้วนำไปตุ๋นไฟอ่อน ผลปรากฏว่าไม่สามารถละลายเป็นเนื้อเดียวกันได้ ยังคงแยกชั้นและพบว่าประสิทธิภาพลดลง

หากต้องการใช้ cold process ผสานเบสน้ำมันนวดกับสารสกัดที่ระเหยแอลกอฮอล์ออก โดยการเปิดฝาตั้งทิ้งไว้หลายวันแล้ว ควรใช้สารใด และหากต้องการให้น้ำมันข้นขึ้น ควรใช้สารใด

🔻สูตรตำรับ

วัตถุดิบ ปริมาณ
สารสกัดกระดูกไก่ดำในน้ำมัน (สกัดจากแอลกอฮอล์ 95%) 95 มิลลิลิตร
น้ำมันแก้ว (White oil) 125 มิลลิลิตร
พิมเสน 7.5 กรัม
การบูร 12.5 กรัม
เมนทอล 16 กรัม
น้ำมันระกำ 20 มิลลิลิตร
น้ำมันเขียว (Cajuput oil) 12.5 มิลลิลิตร
น้ำมันยูคาลิปตัส 12.5 มิลลิลิตร

หลังระเหยแอลกอฮอล์แล้ว มีลักษณะเป็นน้ำ มีกลิ่นแอลกอฮอล์นิดหน่อย

เนื้อสุดท้าย รับได้ทั้งแบบน้ำมันใส หรือขุ่น เพียงไม่ต้องการใช้ความร้อน เพราะหลังจากตุ๋นสารสกัดในน้ำมันมะพร้าวเป็นชั่วโมง ก็ยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์อยู่ และยังไม่ได้น้ำมันสมุนไพรที่สมบูรณ์และทำให้คุณสมบัติของสมุนไพรหายไป เพราะใช้ความร้อน จึงลองหาวิธีอื่นที่ไม่ใช้ความร้อน

คำตอบ

สาเหตุที่สูตรแยกชั้น ไม่ได้เกิดจากเบสน้ำมันอย่างเดียว แต่เกิดจากสารสกัดกระดูกไก่ดำของท่านยังมีลักษณะเป็น เฟสน้ำ / มีเอทานอลคงเหลือ จึงไม่สามารถละลายเข้ากับ white oil (mineral oil) และน้ำมันหอมต่างๆ ได้อย่างแท้จริง

ประเด็นสำคัญ

  • ถ้าสารสกัดยังเป็นลักษณะน้ำ เป้าหมายที่ทำได้จริงคือ ทำให้กระจายเป็นหยดเล็กๆ ในน้ำมัน โดยใช้ W/O emulsifier
  • การจะทำให้เป็น น้ำมันใสแท้ จะทำได้ยากมาก หากยังใช้สารสกัดประมาณ 95 mL ที่ยังมีน้ำ/แอลกอฮอล์อยู่
  • การให้ความร้อนในน้ำมันไม่ช่วยแก้ปัญหาหลักเรื่องน้ำกับน้ำมันเข้ากันไม่ได้ และยังอาจมีกลิ่นแอลกอฮอล์เหลืออยู่ถ้า residual ethanol ยังไม่ต่ำพอ

วัตถุดิบที่ตรงโจทย์ที่สุด

  • PEG-30 Dipolyhydroxystearate: เป็นตัวเลือกแรกที่เหมาะที่สุดในกรณีนี้ ข้อมูลสินค้าระบุว่าเป็น water-in-oil emulsifier ใช้ได้ที่ 0.5–3% และมีจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่ 2.5% อีกทั้งรองรับสูตรที่มี ethyl alcohol สูงได้ถึง 25%
  • PEG-30 Dipolhydroxystearate and Sorbitan Sesquioleate: เป็น W/O emulsifier ประสิทธิภาพสูง อีกตัวที่เหมาะมาก ใช้ได้ที่ 0.5–5% โดยเริ่มทดสอบได้ที่ประมาณ 3%
  • หากต้องการแนว naturally derived / PEG-free สามารถเริ่มทดลอง Polyglyceryl-3 Polyricinoleate (PGPR) ที่ 1–3% ร่วมกับ Sorbitan Oleate (Span 80) ที่ 1–3% ได้ แต่แนวทางนี้มักต้องปรับเสถียรภาพมากกว่าระบบข้างต้น

วัตถุดิบที่ไม่ควรใช้เป็นตัวหลักของปัญหานี้

  • PEG-40 Hydrogenated Castor Oil และ Polysorbate 80 เป็นกลุ่ม high-HLB solubilizer/surfactant ซึ่งเหมาะกับการช่วยพาน้ำมันลงน้ำมากกว่า ไม่ใช่ตัวหลักสำหรับพาเฟสน้ำ/แอลกอฮอล์ปริมาณมากเข้าไปอยู่ในเบสน้ำมันนวด

แนวทาง cold process ที่แนะนำ

  1. เตรียม oil phase ก่อน: white oil + น้ำมันระกำ + น้ำมันเขียว + น้ำมันยูคาลิปตัส
  2. ละลาย menthol, camphor และพิมเสนใน oil phase ให้มากที่สุดก่อนใส่สารสกัด
  3. ใส่ W/O emulsifier ที่เลือกลงใน oil phase
  4. ค่อยๆ เติมสารสกัดกระดูกไก่ดำ ช้าๆ เป็นสายเล็กๆ หรือแบ่งเติมหลายรอบ ระหว่างปั่นต่อเนื่อง
  5. ปั่นต่อจนได้เนื้อที่สม่ำเสมอ
  6. พักดูการแยกชั้นที่ 1 วัน, 7 วัน และ 14 วัน

สูตรทดลองเริ่มต้นที่แนะนำ

หากต้องการให้น้ำมันข้นขึ้น

  • ถ้าต้องการ ไม่ใช้ความร้อนเลย ไม่แนะนำให้ใช้ Oil Thick™ Transparent เป็นตัวหลัก เพราะข้อมูลสินค้าระบุว่าต้องละลายในน้ำมันด้วยความร้อนจนละลายสมบูรณ์
  • ในระบบ cold process จริง ควรเพิ่มความหนืดโดย ปรับโครงสร้าง W/O emulsion ก่อน เช่น ลดปริมาณสารสกัดถ้าทำได้ เติมสารสกัดให้ช้าลง และปรับระดับ emulsifier ให้อยู่ในช่วงที่วัตถุดิบรองรับ
  • หากยอมรับการ อุ่นเฉพาะ oil phase โดยไม่ให้สารสกัดโดนความร้อน สามารถทดลอง Oil Thick™ Transparent ที่ประมาณ 0.5–3% เป็นช่วงเริ่มต้น โดยละลายในน้ำมันให้สมบูรณ์ก่อน ปล่อยเย็น แล้วจึงค่อยนำไปทำ W/O emulsion กับสารสกัด แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะได้เป็นน้ำมันใส 100% ถ้าสารสกัดยังมีลักษณะเป็นน้ำ

ข้อควรระวังในการพัฒนา

  • ไม่ควรเทสารสกัดลงในน้ำมันทีเดียว
  • หากยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์ ควรแก้ที่ตัวสารสกัดก่อน โดยลด residual ethanol ให้ต่ำลงก่อนเข้าตำรับ
  • สูตรนี้มี menthol, camphor, พิมเสน, น้ำมันระกำ, น้ำมันเขียว และน้ำมันยูคาลิปตัสในระดับค่อนข้างสูง จึงควรทำ การทดสอบการระคายเคืองและความปลอดภัยในระดับทดลองเล็ก ก่อนผลิตจริง
  • ควรตรวจด้วยว่า menthol, camphor และพิมเสนยังคงละลายอยู่หลังเก็บหรือไม่ เพราะมีโอกาสตกผลึกได้เมื่ออุณหภูมิลดลง

หากต้องการ เราสามารถช่วยจัด สูตรทดลอง 100 g จากองค์ประกอบปัจจุบันของท่าน โดยเลือก 1 ระบบ W/O ข้างต้นให้ได้ต่อครับ

งานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิงที่รองรับข้อสรุปสำคัญในคำตอบนี้

Emulsion Formation and Stability
Tadros, T. F. Wiley-VCH 2013

Supports the distinction between true dissolution and emulsion/dispersed systems, and the recommendation to use a W/O emulsifier for aqueous extract in oil.

Tadros, T. F. Emulsion Formation and Stability. Wiley-VCH, 2013. ISBN 978-3-527-32847-2.

Emulsions, Foams, and Suspensions: Fundamentals and Applications
Schramm, L. L. Wiley-VCH 2005

Supports practical emulsion-formation and stability guidance for oil-based systems containing dispersed aqueous phases.

Schramm, L. L. Emulsions, Foams, and Suspensions: Fundamentals and Applications. Wiley-VCH, 2005. ISBN 978-3-527-30743-2.

Surfactants Used in Food Industry: A Review
Kralova, I.; Sjöblom, J. Journal of Dispersion Science and Technology 2009

Supports the surfactant/emulsifier selection principle and why different HLB systems behave differently in water-in-oil versus oil-in-water structures.

Kralova, I.; Sjöblom, J. Surfactants Used in Food Industry: A Review. Journal of Dispersion Science and Technology. 2009;30(9):1363-1383. DOI: 10.1080/01932690902735561.

DOI: 10.1080/01932690902735561