สารตรึงกลิ่นที่ละลายในน้ำมันและแนวทางการทำน้ำหอมเบสออยล์

ถามโดย: teerawut1to3 เมื่อ: June 13, 2019 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สอบถามครับ

  • Fixตัวไหนละลายในoil, น้ำมันหอมระเหย ได้บ้างครับ (ในสูตรไม่มีแอลกอฮอล์)

  • ถ้าเป็นไปได้ไกด์สูตรน้ำหอมที่ใช้oilเป็นเบสให้หน่อยครับว่ามีส่วนผสมอะไรบ้างและเปอร์เซ็นประมาณเท่าไร

(ผลิตภัณฑ์ที่จะทำเป็นออยล์แต้มเฉพาะจุดกลิ่นติดทนนาน)

ขอบคุณครับ

คำตอบ

สารตรึงกลิ่นที่ละลายในน้ำมันและแนวทางการทำน้ำหอมเบสออยล์

สำหรับการทำน้ำหอมเบสออยล์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สารสกัดจากธรรมชาติและเรซินหลายชนิดสามารถทำหน้าที่เป็นสารตรึงกลิ่น (Fixative) ที่มีประสิทธิภาพและสามารถละลายหรือกระจายตัวได้ดีในน้ำมัน จากการค้นหา สามารถพิจารณาสารเหล่านี้ได้:

ส่วนผสมเหล่านี้ช่วยยึดส่วนประกอบของน้ำหอมที่ระเหยง่ายไว้ ทำให้น้ำหอมติดทนบนผิวได้นานขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานของสูตรน้ำหอมเบสออยล์

สำหรับการทำออยล์แต้มเฉพาะจุดที่ติดทนนาน โครงสร้างสูตรพื้นฐานประกอบด้วยน้ำมันเบส (Carrier Oil) ส่วนผสมของน้ำหอม (Fragrance Blend) และสารตรึงกลิ่น (Fixative) นี่คือแนวทางทั่วไปพร้อมช่วงเปอร์เซ็นต์โดยประมาณ:

  • น้ำมันเบส (เช่น น้ำมันโจโจ้บา, น้ำมันมะพร้าวชนิด C8/C10, น้ำมันสวีทอัลมอนด์): 70-90%
    • ส่วนนี้เป็นฐานของน้ำหอมเบสออยล์ของคุณ เลือกใช้น้ำมันที่บางเบา ไม่เหนอะหนะ และมีกลิ่นน้อยหรือไม่มีกลิ่นเลย
  • ส่วนผสมของน้ำหอม (น้ำมันหอมระเหย, แอบโซลูท, หัวน้ำหอม): 10-30%
    • ส่วนนี้คือส่วนที่คุณสร้างสรรค์กลิ่นที่ต้องการ โดยใช้การผสมผสานระหว่าง Top, Middle และ Base Notes ความเข้มข้นรวมจะมีผลต่อความแรงและความติดทนของกลิ่น
  • สารตรึงกลิ่น (เช่น สไตแรกซ์ เรซินอยด์, แลบดานัม แอบโซลูท): 1-5%
    • ใส่สารตรึงกลิ่นที่ละลายในน้ำมันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือผสมผสานกันตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อช่วยยืดระยะเวลาการติดทนของกลิ่นน้ำหอม

ตัวอย่างแนวทางสูตร:

  • น้ำมันเบส: 80%
  • ส่วนผสมของน้ำหอม: 18%
  • สารตรึงกลิ่น: 2%

วิธีทำ:

  1. ตวงน้ำมันเบสลงในภาชนะที่สะอาด
  2. ตวงและเติมส่วนผสมของน้ำหอมอย่างระมัดระวัง
  3. เติมสารตรึงกลิ่นที่คุณเลือก
  4. คนเบาๆ หรือวนให้เข้ากัน หลีกเลี่ยงการเขย่าแรงๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดฟองอากาศได้
  5. ปล่อยส่วนผสมทิ้งไว้ (Macerate) ในที่เย็นและมืดเป็นระยะเวลาหนึ่ง (ตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์) เพื่อช่วยให้ส่วนประกอบของน้ำหอมเข้ากันได้ดีและกลิ่นพัฒนาขึ้น
  6. เทใส่บรรจุภัณฑ์สุดท้าย (เช่น ขวดลูกกลิ้ง)

โปรดจำไว้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น คุณอาจต้องปรับเปอร์เซ็นต์ตามความแรงของวัตถุดิบน้ำหอมและความเข้มข้นที่ต้องการ ควรทดสอบกับผิวบริเวณเล็กๆ ก่อนใช้ในวงกว้างเสมอ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-24

คำแนะนำเดิมปี 2019 ยังใช้เป็นโครงสร้างเริ่มต้นได้ แต่สำหรับน้ำหอมเบสออยล์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์และแต้มบนผิวโดยตรง ควรแยกคำว่า “ละลายในน้ำมัน” ออกจาก “เข้ากันได้/กระจายตัวได้ในน้ำมัน” เสมอ แนะนำให้ทำ pre-mix ขนาดเล็ก โดยผสมหัวน้ำหอม/น้ำมันหอมระเหยกับ fixative ก่อน แล้วตรวจว่าเมื่อเติมลง carrier oil แล้วเนื้อใส สม่ำเสมอ ไม่ขุ่น ไม่ตกตะกอน และไม่แยกชั้น

ตัวเลือกที่มีข้อมูลในแคตตาล็อกปัจจุบันสำหรับทดลองในสูตรน้ำหอมเบสน้ำมัน ได้แก่ Styrax Resinoid, Styrax Absolute, Labdanum Absolute และ Labdanum Resinoid ซึ่งเป็นกลุ่ม resin/absolute ที่ช่วยเพิ่ม base note และความติดทน แต่บางล็อตอาจหนืดหรือเข้ากับน้ำมันได้เพียงบางส่วน จึงควรอุ่นเบา ๆ เท่าที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการให้ความร้อนนาน เพราะ top note ระเหยได้ง่าย

ตัวเลือก fixative สำเร็จรูปที่พิจารณาได้ตามโทนกลิ่นและขั้นตอนการใช้งาน ได้แก่ 12H Fix™ ซึ่งควรละลายกับ LipidSoft™ Lite ก่อนในอัตราประมาณ 2 เท่าของ 12H Fix™ และให้ความร้อนประมาณ 60–70°C จนละลายสมบูรณ์ก่อนนำไปผสมกับน้ำหอม/น้ำมัน ส่วน Musk Fix™ หรือ Sugar Fix™ ทดลองได้ประมาณ 1–5% และมักต้องอุ่นช่วงสั้น ๆ ประมาณ 50–60°C เพื่อให้เข้ากันสม่ำเสมอ แต่ถ้าใช้มากเกินไปอาจทำให้กลิ่นหลักอ่อนหรือแบนลง สำหรับ Flora Fix™ ควรเริ่มต่ำกว่า เช่น 0.20–2.00% โดยเหมาะกับการช่วยยืด drydown โทน floral/clean

โครงสร้างสูตรเดิม—carrier oil 70–90%, fragrance/essential oil blend 10–30%, fixative ประมาณ 1–5%—ควรมองเป็นช่วงทดลองเท่านั้น ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ความปลอดภัยสุดท้าย ตัวอย่างสูตรทดลอง: Sweet Almond Oil หรือ carrier oil อื่นที่เหมาะสม 80%, fragrance/essential oil blend 18%, fixative 2% สำหรับผลิตภัณฑ์ leave-on ที่แต้มผิวโดยตรง ต้องตรวจ IFRA limit, allergen/sensitizer และข้อมูลความปลอดภัยของน้ำมันหอมระเหย/หัวน้ำหอมทุกตัวก่อนกำหนดเปอร์เซ็นต์สุดท้าย หลังผสมควรพักน้ำหอมให้กลิ่นกลมกลืน แล้วตรวจกลิ่น ความใส ตะกอน การแยกชั้น และการระคายเคืองบนผิวอีกครั้ง

เอกสารอ้างอิง: IFRA Standards; Sell, The Chemistry of Fragrances; Tisserand & Young, Essential Oil Safety.