สูตรน้ำมันลดรอยแผลเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์และเด็ก: ความปลอดภัย ความเสถียร และวิธีการผสม

Asked by: nid_jinta On: August 08, 2017 Product Type: Cosmetics

Question

ฉันมีสูตรน้ำมันลดรอยแผลเป็นที่ต้องการใช้สำหรับหญิงตั้งครรภ์และเด็ก ส่วนประกอบในสูตรมีดังนี้:

  • Mineral Oil
  • Grape Seed Oil
  • Sweet Almond Oil
  • Avocado Oil
  • Tamanu Oil
  • Jojoba Oil
  • Rose Hip Oil
  • LipidSoft
  • Vitamin C Ester (5%)
  • Bisabolol
  • Rosemary Oil
  • Vitamin E acetate
  • Eugenol

ฉันมีคำถามเกี่ยวกับสูตรนี้ดังนี้:

  1. ส่วนประกอบเหล่านี้ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์และเด็กหรือไม่? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Eugenol ปลอดภัยหรือไม่?
  2. ส่วนประกอบเหล่านี้เข้ากันได้หรือไม่? จำเป็นต้องเพิ่มอิมัลซิไฟเออร์หรือสารอย่าง Oil Blender หรือไม่?
  3. อายุการเก็บรักษาจะประมาณเท่าใดเมื่อใช้ Rosemary Oil และ Vitamin E acetate เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ?
  4. วิธีการผสมที่แนะนำสำหรับสูตรนี้คืออะไร? สามารถผสมที่อุณหภูมิห้องได้หรือไม่?

Answer

การวิเคราะห์สูตรน้ำมันลดรอยแผลเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์และเด็ก

นี่คือการวิเคราะห์สูตรน้ำมันลดรอยแผลเป็นที่คุณสอบถามมา โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมสำหรับหญิงตั้งครรภ์และเด็ก:

1. สารที่เป็นอันตรายที่อาจมีในสูตร

จากสูตรที่ให้มาและการพิจารณาด้านความปลอดภัยสำหรับกลุ่มที่ละเอียดอ่อน เช่น หญิงตั้งครรภ์และเด็ก แนะนำให้ตัด Eugenol ออกจากสูตร แม้ว่าหลักฐานในปัจจุบันจะยังไม่ยืนยันว่าเป็นอันตรายอย่างชัดเจน แต่ก็มีการถกเถียงกันค่อนข้างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยสำหรับกลุ่มนี้ การหลีกเลี่ยงไว้จะช่วยให้สบายใจกว่า

ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ระบุไว้ ได้แก่ Mineral Oil, น้ำมันธรรมชาติหลายชนิด (Grape Seed Oil, Sweet Almond Oil, Avocado Oil, Tamanu Oil, Jojoba Oil, Rose Hip Oil), LipidSoft, Vitamin C Ester, Bisabolol, Rosemary Oil (น่าจะเป็น Rosemary Oleoresin Extract ที่ใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ) และ Vitamin E acetate โดยทั่วไปถือว่าเหมาะสมสำหรับการใช้ในเครื่องสำอาง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบคุณภาพและความบริสุทธิ์ของส่วนประกอบแต่ละชนิดเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวที่บอบบางหรือกลุ่มประชากรที่ละเอียดอ่อน

2. ความเข้ากันได้ของส่วนประกอบและตัวประสาน

ส่วนประกอบในสูตรนี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันและสารที่ละลายในน้ำมัน โดยทั่วไปแล้วจะเข้ากันได้ดีและสามารถผสมเข้าด้วยกันได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวประสานหลักเพื่อทำให้น้ำมันเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการแยกชั้นของน้ำมันหลังการผสม สามารถเติม Oil Blender ในปริมาณเล็กน้อย (1-2%) เพื่อช่วยปรับปรุงความเสถียรและความเป็นเนื้อเดียวกันของส่วนผสมได้

3. อายุการเก็บรักษาเมื่อใช้ Rosemary Oil และ Vitamin E Acetate

คุณใช้ Rosemary Oil (น่าจะเป็น Rosemary Oleoresin Extract) และ Vitamin E acetate เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของน้ำมันธรรมชาติในสูตร ทั้งสองชนิดเป็นที่รู้จักว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดย Rosemary Oleoresin Extract มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ Vitamin E ส่วน Vitamin E acetate เป็นวิตามินอีในรูปแบบที่เสถียร

แม้ว่าส่วนประกอบเหล่านี้จะช่วยป้องกันน้ำมันจากการเกิดออกซิเดชันและเหม็นหืน แต่ก็ไม่สามารถระบุอายุการเก็บรักษาที่แน่นอนของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้หากไม่ได้ทำการทดสอบความเสถียรภายใต้สภาวะแวดล้อมต่างๆ (แสง อุณหภูมิ การสัมผัสอากาศ) ปัจจัยเหล่านี้มีผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานจริงของผลิตภัณฑ์

4. วิธีการผสม

ส่วนประกอบทั้งหมดในสูตรนี้สามารถผสมเข้าด้วยกันได้ที่ อุณหภูมิห้อง เพียงแค่รวมส่วนประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วคนหรือเขย่าจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว สำหรับส่วนประกอบที่เป็นผง เช่น Vitamin C Ester ควรแน่ใจว่าละลายในน้ำมันชนิดใดชนิดหนึ่งจนหมดก่อนนำไปผสมกับส่วนผสมที่เหลือ (มีความสามารถในการละลายในน้ำมันธรรมชาติจำกัด อยู่ที่ประมาณ 0.03-0.12%) ควรหลีกเลี่ยงการให้ความร้อน Vitamin C Ester เกิน 70°C เป็นเวลานานกว่า 5 นาที ด้วยความเข้มข้นที่ต่ำ (5%) และเป็นสูตรน้ำมัน ควรจะละลายได้เพียงพอที่อุณหภูมิห้องหากผสมอย่างทั่วถึง