สูตรลิปสติกแท่งลักชัวรี ติดทนนาน ให้ความชุ่มชื้น

ถามโดย: carolinegadsden เมื่อ: May 13, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

จะช่วยทำสูตรลิปสติก luxy ที่ใช้ luxury esters ได้ไหม?

ต้องการทำลิปสติกแบบ modern luxury ที่ติดทนนาน, matte (but not too matte) แต่ให้ความชุ่มชื้น อยากให้รู้สึกหรูหรา มีส่วนผสมอยู่หลายตัว แต่อยากทราบว่าเป็นจุดเริ่มต้นแล้วจะแนะนำอะไรบ้าง

ส่วนผสมที่มี:

ต้องการทำเป็น bullet lipstick

คำตอบ

การสร้างลิปสติกแท่ง (Bullet Lipstick) ที่มีความหรูหรา ทันสมัย ติดทนนาน และให้สัมผัสแบบกึ่งแมตต์ (Semi-matte) ที่ยังคงความชุ่มชื้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลระหว่างแว็กซ์และน้ำมัน รวมถึงการกระจายตัวของเม็ดสีอย่างมีประสิทธิภาพ

1. การสร้างโครงสร้างแท่งลิปสติก (Wax Phase)

ลิปสติกแท่งที่เสถียรโดยทั่วไปต้องการปริมาณแว็กซ์รวมประมาณ 18–20% การใช้แว็กซ์เพียงชนิดเดียวมักทำให้แท่งลิปเปราะหักง่ายหรือเกิดการคายน้ำมัน (Sweating)

  • ฐานจาก Beeswax: Natural White Beeswax (USA, Melting 62C, Deodorized) ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและเนียนนุ่ม แต่ไม่ควรใช้เพียงชนิดเดียว ควรใช้ในสัดส่วนประมาณ 35–45% ของเฟสแว็กซ์ทั้งหมด
  • โครงสร้างที่ยืดหยุ่น: ผสมกับ Microcrystalline Wax (20–30% ของเฟสแว็กซ์) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ป้องกันการแตกหัก และช่วยให้ถอดออกจากแม่พิมพ์ได้ง่าย
  • ความแข็งและการปาด: ใช้ Candelilla Wax (20–30% ของเฟสแว็กซ์) เพื่อเพิ่มความเงางาม และ Carnauba Wax (5–10% ของเฟสแว็กซ์) ซึ่งมีจุดหลอมเหลวสูงเพื่อช่วยให้ลิปสติกไม่ละลายเมื่อเจออากาศร้อน หลีกเลี่ยงการใช้ Carnauba มากเกินไปเพราะจะทำให้เนื้อลิปฝืดหรือเปราะ

2. ความติดทนนานและเนื้อสัมผัสแมตต์

เพื่อให้ได้ลุค "แมตต์แต่ไม่แห้ง" และติดทนบนริมฝีปาก:

  • สารสร้างฟิล์ม: Silicone Film (Powder, Hard Film, Comfort-Wear) (Trimethylsiloxysilicate) ช่วยให้ลิปติดทนและกันน้ำ เริ่มต้นที่ 3–6% หากทดสอบแล้วพบว่าความติดทนยังไม่พอ ให้ค่อยๆ ปรับเพิ่มทีละ 1–2%
  • ตัวทำละลายระเหย: Isododecane (Germany) ช่วยให้สารสร้างฟิล์มเซตตัวได้เร็วขึ้น ใช้ในสัดส่วน 6–12%
  • สารปรับเนื้อสัมผัส: MatteSilica 5™ (5 Micron) และ Magnesium Stearate ช่วยให้เกิดเอฟเฟกต์แมตต์แบบซอฟต์โฟกัส ใช้ Silica 1–2.5% และ Magnesium Stearate 1–3% การใช้มากเกินไปอาจทำให้รู้สึกสากหรือแห้งเกินไป

3. ความชุ่มชื้นและสัมผัสที่หรูหรา

ปรับสมดุลระบบติดทนนานด้วยสารบำรุงคุณภาพสูง:

  • ความนุ่มลื่น: ใช้ Castor oil เป็นตัวหลักในการกระจายเม็ดสี เพิ่ม LipidSoft™ Lanolin (Vegan Lanolin) หรือ Lanolin (Sheep Wool Grease, Anhydrous, Deodorized) เพื่อเพิ่มความยึดเกาะและความชุ่มชื้น
  • สัมผัสหรูหรา: ผสม Jojoba Oil (Golden - Deodorized) และ Squalane (Olive) ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายน้ำมันบนผิวธรรมชาติ และใช้ Hydrogenated Polyisobutene Gel (Thixotropic, e.q. Versagel ME750) เพื่อเพิ่มความหนานุ่ม (Cushion) ให้กับเนื้อสัมผัส
  • การเข้ากันของส่วนผสม: LipidSoft™ C1215 (C12-15 alkyl benzoate) หรือ LipidSoft™ DS (Diisopropyl Sebacate) ช่วยเพิ่มการละลายของส่วนผสมและทำให้เนื้อลิปเนียนลื่นขึ้น

4. การกระจายเม็ดสี

เม็ดสี เช่น D&C Red No.7 Lake, D&C Red No.27 Lake EasyMix™ และ Titanium Dioxide 250nm Pigment (Non-Treated) ไม่ละลายในน้ำมัน แต่ต้องถูกกระจายตัว (Disperse)

  • การบดผสม: ผสมเม็ดสีกับน้ำมันที่มีประสิทธิภาพในการกระจายตัวสูง (เช่น Castor Oil หรือ LipidSoft™ C1215) บดผสมจนเนื้อเนียนละเอียด ไม่เห็นเป็นจุดสี
  • ผงปรับเนื้อสัมผัส: ควรเติม MatteSilica 5™ และ Magnesium Stearate หลังจาก ที่กระจายเม็ดสีจนเนียนแล้วเท่านั้น โดยควรนำผงเหล่านี้ไปผสมกับน้ำมันส่วนหนึ่งก่อน (Pre-wet) เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนก่อนเติมลงในส่วนผสมหลัก

5. ขั้นตอนการผลิต (จุดเริ่มต้นสำหรับการทดลอง)

  1. เฟส A (แว็กซ์): หลอมแว็กซ์ทั้งหมด (Beeswax, Candelilla, Carnauba, Microcrystalline) ที่อุณหภูมิประมาณ 80–85°C
  2. เฟส B (น้ำมันและบัตเตอร์): เติมน้ำมันที่ทนความร้อนได้ (Castor, Jojoba, Squalane), บัตเตอร์ (Cocoa Butter) และเอสเทอร์ต่างๆ กวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. เฟส C (สี): เติมส่วนผสมเม็ดสีที่บดละเอียดแล้ว และไมก้า (Synthetic Fluorphlogopite)
  4. เฟส D (เนื้อสัมผัส): เติม MatteSilica 5™ และ Magnesium Stearate ที่ผสมน้ำมันไว้แล้ว
  5. เฟส E (สารระเหยและสารบำรุง): ลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 70°C แล้วจึงเติม Isododecane (Germany) และ Silicone Film (ที่ละลายใน isododecane ไว้ก่อนถ้าทำได้) ตามด้วย Vitamin E (dl-alpha tocopherol) และน้ำหอม ปิดฝาภาชนะเพื่อป้องกันการระเหย
  6. การเทลงแม่พิมพ์: เทลงในแม่พิมพ์ที่อุ่นไว้เล็กน้อย และปล่อยให้เย็นตัวลงอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการแตกร้าวภายใน

6. การตรวจสอบคุณภาพและความเสถียร

  • ตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมาย: ก่อนสรุปสูตร ต้องตรวจสอบว่าเม็ดสีแต่ละชนิด (เช่น Red 7, Red 27) ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ริมฝีปากในตลาดเป้าหมายของคุณ (เช่น อย., FDA, EU) ในปริมาณที่กำหนด
  • ความเสถียร: ทดสอบความแข็งแรง (Drop test) และตรวจสอบการคายน้ำมัน (Sweating) หลังจากทิ้งไว้ 24–72 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 45°C
  • สัมผัสการใช้งาน: หากรู้สึกว่าแห้งเกินไป ให้ลดปริมาณ Isododecane หรือสารสร้างฟิล์มลง หรือเพิ่ม LipidSoft™ Lanolin เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและสัมผัสที่นุ่มนวลขึ้น
งานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิงที่รองรับข้อสรุปสำคัญในคำตอบนี้

Barel, Paye, and Maibach, Handbook of Cosmetic Science and Technology, 4th ed., CRC Press, 2014: general principles of anhydrous color cosmetics, wax/oil structuring, pigments, and sensory modifiers.
Butler, Poucher's Perfumes, Cosmetics and Soaps, 10th ed., Springer, 2000: lipstick formulation principles, wax/oil balance, pigment dispersion, and stick hardness considerations.
Mitsui, New Cosmetic Science, Elsevier, 1997: cosmetic powders, pigment dispersion, oils, waxes, and make-up product design.
Swarbrick, J., Encyclopedia of Pharmaceutical Technology, 3rd ed., Informa Healthcare, 2007: general dispersion and particle deagglomeration principles relevant to insoluble powders in semisolid systems.