เคล็ดลับการใช้กระดาษวัดค่า pH เทียบกับเครื่องวัดดิจิทัลในสูตรเครื่องสำอาง

ถามโดย: a5a_god เมื่อ: February 23, 2016 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

มีปัญหาในการใช้กระดาษวัดค่า pH กับสูตรเครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสต่างกัน เช่น ของเหลว (เอสเซ้นส์, เซรั่ม) และครีม แถบสี 4 จุดอ่านยากเมื่อสีไม่ตรงกับตารางเทียบสีเป๊ะๆ และไม่แน่ใจวิธีอ่านค่าที่ไม่ใช่เลขจำนวนเต็ม นอกจากนี้ยังพบว่ามีสีละลายออกมาจากกระดาษด้วยค่ะ ขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ:

  • วิธีการใช้กระดาษวัดค่า pH ที่ถูกต้องกับผลิตภัณฑ์เนื้อสัมผัสต่างๆ
  • วิธีการอ่านและตีความค่าจากแถบสี 4 จุดให้แม่นยำ โดยเฉพาะค่า pH ที่เป็นทศนิยม
  • สีที่ละลายออกมาจากกระดาษระหว่างการทดสอบเป็นเรื่องปกติและปลอดภัยหรือไม่
  • การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและความสะดวกในการใช้งานระหว่างกระดาษวัดค่า pH กับเครื่องวัดแบบดิจิทัล โดยเฉพาะกับการทำสูตรปริมาณน้อยๆ (เช่น 30 กรัม) ซึ่งอาจต้องผสม น้ำกลั่นบริสุทธิ์ เพื่อวัดค่าในกรณีสูตรข้น และการดูแลรักษาเครื่องวัดดิจิทัล

คำตอบ

สวัสดีครับ/ค่ะ เข้าใจเลยครับ/ค่ะว่าการใช้กระดาษวัดค่า pH ในผลิตภัณฑ์เนื้อต่างๆ อาจจะทำให้สับสนได้ครับ/ค่ะ คำแนะนำจากคุณ chalermlap และคุณ cosmeceutical7 มีประโยชน์มากเลยครับ/ค่ะ ขอสรุปและให้คำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ครับ/ค่ะ

  • วิธีการใช้กระดาษวัดค่า pH:

    • สำหรับของเหลว (เช่น เอสเซ้นส์ เซรั่ม): จุ่มกระดาษลงไปในของเหลวเพียงชั่วครู่ (ไม่ต้องแช่นานถึง 5 วินาทีตามที่บางแหล่งแนะนำ) แค่ให้กระดาษเปียกชุ่มทั่วถึง แล้วนำขึ้นมาทันที
    • สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อข้น (เช่น ครีม): หากไม่สามารถจุ่มได้โดยตรง สามารถป้ายเนื้อครีมเล็กน้อยลงบนกระดาษให้ทั่วบริเวณแถบสี หรืออาจใช้ น้ำกลั่นบริสุทธิ์ (Purified Water) เล็กน้อยผสมกับเนื้อครีมส่วนที่จะทดสอบ เพื่อให้มีความเหลวพอที่จะจุ่มกระดาษได้ (วัดเฉพาะส่วนที่เป็น Water phase ก่อนขึ้นเนื้อครีมตามที่คุณ chalermlap แนะนำก็เป็นวิธีที่ดีครับ/ค่ะ)
    • หลังจากจุ่มหรือป้ายแล้ว ให้นำกระดาษออกมาวางทิ้งไว้ประมาณ 15-30 วินาที เพื่อให้สีพัฒนาเต็มที่ (ไม่ต้องรอจนแห้งสนิท) แล้วจึงนำไปเทียบสีกับตารางข้างกล่องครับ/ค่ะ
  • ปัญหาเรื่องสีละลายออกมา:

    • เป็นเรื่องปกติที่สีจากกระดาษจะละลายออกมาบ้างเมื่อสัมผัสกับความชื้นครับ/ค่ะ สีเหล่านี้คืออินดิเคเตอร์ที่ใช้ในการวัดค่า pH ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในปริมาณน้อยๆ ที่ละลายออกมาจากการทดสอบ ไม่เป็นอันตรายต่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางครับ/ค่ะ (ตามที่คุณ chalermlap คาดการณ์ไว้)
  • การอ่านค่าจากแถบสี 4 จุด:

    • เนื่องจากค่า pH ของผลิตภัณฑ์มักจะไม่ใช่เลขจำนวนเต็มพอดี (เช่น อาจจะเป็น 4.5, 5.2) สีที่ปรากฏบนกระดาษจึงมักจะไม่ตรงกับแถบสีใดสีหนึ่งบนตารางเทียบสีแบบเป๊ะๆ ทั้ง 4 จุดครับ/ค่ะ
    • วิธีอ่านค่าคือ ให้ดูว่าแถบสีทั้ง 4 จุดบนกระดาษทดสอบ มีความใกล้เคียงกับแถบสีในค่า pH ใดบนตารางมากที่สุดครับ/ค่ะ อาจจะต้องดูเทียบระหว่างสองค่า pH เพื่อประเมินค่าที่เป็นทศนิยม (เช่น ถ้าสีอยู่กึ่งกลางระหว่าง pH 4 และ 5 ก็อาจจะประมาณว่าเป็น pH 4.5)
    • แม้ว่าบางครั้งแถบสีบนสุดอาจจะไม่ตรงเท่าแถบสีด้านล่าง ให้พยายามดูภาพรวมของทั้ง 4 แถบครับ/ค่ะ แต่หากแถบสีด้านล่างมีความสอดคล้องกันชัดเจนกว่า ก็สามารถใช้เป็นแนวทางหลักในการประเมินค่าได้ครับ/ค่ะ การใช้งานบ่อยๆ จะช่วยให้ชำนาญในการเทียบสีมากขึ้นครับ/ค่ะ
  • เครื่องวัดค่า pH แบบดิจิทัล:

    • ตามที่เพื่อนสมาชิกแนะนำ เครื่องวัดค่า pH แบบดิจิทัลให้ค่าที่แม่นยำกว่าและอ่านค่าเป็นตัวเลขได้เลย ซึ่งสะดวกมากครับ/ค่ะ
    • ข้อควรพิจารณาคือ เครื่องวัดแบบดิจิทัลอาจต้องการการดูแลรักษาหัววัด (Electrode) เช่น การเก็บรักษาในน้ำยาเฉพาะ (pH Electrode Storage Solution) และต้องมีการสอบเทียบ (Calibration) ด้วยสารละลายมาตรฐานก่อนใช้งานเพื่อให้ค่าที่ได้แม่นยำครับ/ค่ะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการใช้งานกระดาษวัดค่า pH นะครับ/ค่ะ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ถามได้เลยครับ/ค่ะ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต 24-05-2026: กระดาษวัด pH / แถบ 4 สี ยังเหมาะสำหรับการเช็กค่าแบบคร่าว ๆ โดยเฉพาะงานทดลองปริมาณน้อยที่การใช้มิเตอร์อาจทำให้เสียเนื้อสูตรมากเกินไป สำหรับสูตรเหลว เช่น essence หรือ serum ให้ตัวอย่างเปียกครบทุกช่องสี รอตามเวลาที่ผู้ผลิตแถบกำหนด แล้วอ่านสีภายใต้แสงขาวที่เพียงพอ หากสีอยู่กึ่งกลางระหว่างค่าบนตาราง ให้รายงานเป็นค่าประมาณ เช่น pH 4–5 หรือประมาณ pH 4.5 ไม่ควรถือว่าเป็นค่าทศนิยมที่แม่นยำจริง

สำหรับครีม เจล หรืออิมัลชันที่หนืด การแตะกระดาษโดยตรงอาจถูกรบกวนจากการเปียกไม่สม่ำเสมอ ความทึบ สีในสูตร เฟสน้ำมัน สารลดแรงตึงผิว และเนื้อสัมผัส จึงควรใช้เป็นเพียงค่าประมาณเท่านั้น สามารถแบ่งตัวอย่างเล็กน้อยมาเจือจางหรือกระจายตัวด้วย Purified Water เพื่อให้ตรวจได้ง่ายขึ้น แต่ค่าที่ได้คือ pH ของตัวอย่างที่ถูกเจือจาง/กระจายตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ pH ที่แท้จริงของครีมเดิมแบบไม่เจือจาง

หากต้องใช้ค่า pH เพื่อเลือกสารกันเสีย ควบคุมเสถียรภาพของ active ลดความเสี่ยงการระคายเคือง ปล่อยผ่านการผลิต หรือแก้ปัญหาสูตร ควรใช้ Digital pH meter ที่สอบเทียบแล้วแทนการอาศัยกระดาษวัดเพียงอย่างเดียว ควรสอบเทียบด้วย pH Calibration Buffer ที่ครอบคลุมช่วง pH ที่คาดว่าจะวัด ล้างหัววัดระหว่างตัวอย่าง และเก็บหัววัดใน pH Electrode Storage Solution (3M KCL) ไม่ควรปล่อยหัววัดแห้งหรือแช่ในน้ำบริสุทธิ์ระยะยาว สีที่ละลายหรือไหลออกจากกระดาษวัด pH เล็กน้อยพบได้ เพราะเป็นสี indicator ที่ออกแบบมาให้เปียก/ละลายระหว่างทดสอบ แต่ไม่ควรนำกระดาษที่ใช้แล้วจุ่มกลับลงในผลิตภัณฑ์หลัก และควรทิ้งส่วนตัวอย่างที่ใช้ทดสอบแล้ว หากต้องการค่าที่เป็นรายงานทางการ สามารถใช้บริการ pH Measurement Report โดยส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวัดได้

อ้างอิง: ASTM E70 / การวัด pH ด้วย glass electrode; USP <791> หลักการวัด pH และการสอบเทียบด้วย buffer