เปรียบเทียบสูตรเซรั่ม: ความเข้ากันได้และความเหนอะหนะ

ถามโดย: arin_khem เมื่อ: August 01, 2019 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการเปรียบเทียบสูตรเซรั่มสองสูตรที่กำลังพิจารณาอยู่ครับ รบกวนแนะนำเรื่องความเข้ากันได้ของส่วนผสม และสูตรไหนจะมีความเหนอะน้อยกว่ากัน สำหรับสภาพผิวของผมครับ

สูตรแรก:

  • Double Hyaluron Liquid 10%
  • Ectoin 2%
  • Niacinamide 5%
  • Glycosaminoglycans Complex 3%
  • Copper Peptide 3%
  • Adenosine Liposome 3%
  • Pure-EGCG™ (Green Tea Extract, 98% EGCG) 1%
  • Squalane 10%
  • Galactomyces Ferment Filtrate (aka. Pitera) 30% (กลัวว่าใช้เยอะกว่านี้จะเหนอะผิว)
  • Alpha Arbutin (Switzerland) 2%
  • Zinc PCA 1%
  • Laurocapram (Water Soluble penetration enhancer) 2%
  • Pro Polymer™ (Gel Maker) 0.5%
  • Ethoxydiglycol 2%
  • น้ำกลั่น 25.5%

สูตรที่สอง:

  • HydroAlgae 2%
  • Sodium Lactate Plus 5%
  • Palmaria Palmata Extract 5%
  • Glycosaminoglycans Complex 3%
  • Plankton GP4G™ 2%
  • Creatine 100 1%
  • Niacinamide 5%
  • Ectoin 2%
  • Galactomyces Ferment Filtrate (aka. Pitera) 30% (กลัวว่าใช้เยอะกว่านี้จะเหนอะผิว)
  • Adenosine Liposome 3%
  • Zinc PCA 1%
  • Laurocapram (Water Soluble penetration enhancer) 2%
  • Pro Polymer™ (Gel Maker) 0.5%
  • Ethoxydiglycol 2%
  • น้ำกลั่น 35.5%

คำถาม:

  1. สูตรทั้งสองสามารถผสมรวมกันได้หรือไม่?
  2. สูตรไหนจะมีความเหนอะน้อยกว่ากันครับ?

สภาพผิว: ผิวผสม มีสิวเล็กน้อยที่ตรงข้างๆคิ้ว รูขุมขนแอบกว้าง อายุยังไม่เลข3 แต่อยากจะหาอะไรไว้ปกป้องผิว ให้ผิวแข็งแรงครับ

และถ้าสั่งผลิตจากทางเว็บไซต์ จะสามารถผสมให้ได้เลยไหมครับ?

คำตอบ

สวัสดีครับ จากสูตรที่คุณลูกค้าสอบถามมาทั้งสองสูตร สามารถผสมได้ครับ โดยส่วนผสมส่วนใหญ่เข้ากันได้ดี อย่างไรก็ตาม มีข้อควรพิจารณาเล็กน้อยเกี่ยวกับความเข้ากันได้ของส่วนผสมบางตัว โดยเฉพาะเรื่องค่า pH ครับ

ความเข้ากันได้ของสูตร:

  • ส่วนผสมส่วนใหญ่ในทั้งสองสูตรสามารถนำมาผสมรวมกันได้
  • ข้อควรระวัง: ในสูตรแรกมีส่วนผสมของ Alpha Arbutin (2%), Niacinamide (5%) และ Pure-EGCG™ (Green Tea Extract) (1%) รวมถึง Galactomyces Ferment Filtrate (30%) ซึ่ง Alpha Arbutin จะทำงานได้ดีและเสถียรที่สุดในช่วง pH 6-7 ในขณะที่ EGCG เป็นสารที่มีความเป็นกรด และ Galactomyces Ferment Filtrate ก็อาจมีค่า pH ค่อนข้างต่ำ การผสมส่วนผสมเหล่านี้เข้าด้วยกันอาจทำให้ค่า pH ของสูตรโดยรวมต่ำลง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสถียรและประสิทธิภาพของ Alpha Arbutin และ Niacinamide ได้ (Niacinamide เสถียรในช่วง pH 5-7 แต่ที่ pH ต่ำมากๆ อาจเปลี่ยนรูปได้)
  • สูตรที่สองไม่มี Alpha Arbutin จึงลดความกังวลเรื่องความไม่เข้ากันของ pH ในจุดนี้ไปได้

โดยสรุป ส่วนผสมส่วนใหญ่เข้ากันได้ แต่ในสูตรแรกควรระมัดระวังเรื่องค่า pH ที่อาจส่งผลต่อ Alpha Arbutin ครับ

ความเหนอะของสูตร:

  • ทั้งสองสูตรมีส่วนผสมที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิวในปริมาณสูง ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้ (เช่น Hyaluron, Glycosaminoglycans, Galactomyces, Sodium Lactate Plus, Ectoin, สารสกัดต่างๆ) อาจทำให้รู้สึกเหนอะผิวได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ในปริมาณมาก
  • ความแตกต่าง: สูตรแรกมีส่วนผสมของ Squalane 10% ซึ่งเป็นน้ำมันที่ซึมง่ายและช่วยเคลือบผิว ทำให้ผิวรู้สึกนุ่มลื่น และช่วยลดความรู้สึกเหนอะหนะจากส่วนผสมที่ละลายน้ำได้ดีได้
  • สูตรที่สองไม่มีส่วนผสมของน้ำมันในปริมาณมากเท่าสูตรแรก และมีส่วนผสมที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นที่ละลายน้ำได้หลากหลายกว่า (เช่น HydroAlgae, Sodium Lactate Plus, Plankton GP4G, Creatine) ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเหนอะกว่าสูตรแรกเล็กน้อย

ดังนั้น สูตรแรกมีแนวโน้มที่จะมีความเหนอะน้อยกว่าสูตรที่สอง เนื่องจากมี Squalane ช่วยปรับเนื้อสัมผัสให้ลื่นขึ้นครับ

สำหรับสภาพผิวของคุณลูกค้าที่เป็นผิวผสม มีสิวเล็กน้อย รูขุมขนกว้าง และต้องการเน้นเรื่องการปกป้องและเสริมเกราะป้องกันผิว ทั้งสองสูตรมีส่วนผสมที่ดีและน่าสนใจครับ เช่น Niacinamide และ Zinc PCA ที่ช่วยเรื่องสิว รูขุมขน และเสริมเกราะป้องกันผิว, Ectoin, Galactomyces, สารสกัดต่างๆ ที่ช่วยบำรุงและปกป้องผิว

การสั่งผลิตจากเว็บไซต์:

ในส่วนของการสั่งผลิตและให้ทางเว็บไซต์ผสมให้เลยนั้น ข้อมูลนี้อยู่นอกเหนือความสามารถของเครื่องมือที่ใช้ตอบคำถามในขณะนี้ครับ แนะนำให้คุณลูกค้าติดต่อสอบถามกับทางเว็บไซต์โดยตรงเพื่อยืนยันว่ามีบริการรับผสมสูตรตามที่ต้องการหรือไม่ครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้เลยครับ