การตรวจสอบสูตรและข้อกำหนดสารประสานเนื้อ

ถามโดย: isarapey เมื่อ: July 22, 2021 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

จากรายการส่วนผสมสำหรับสูตรเครื่องสำอางดังนี้: Ume Extract (Anti-Glycation) 2%, Horse Placenta 3%, Pep®-Radiance (Nonapeptide-1) 1%, Alpha Arbutin (Switzerland) 2%, Superoxide Dismutase Liposome (SOD) 1%, PiteraEx™ (Saccharomyces Lysate Extract) 1%, Galactomyces Ferment Filtrate (aka. Pitera) 40%, Plankton Artemia Extract 2%, Snow Algae 2%, Nano Gold (Nanocarrier, Colloidal Gold 1-50nm) 2%, Sodium Metabisulfite 0.2%, Benzethonium Chloride 0.1%, Isododecane (Germany) 25%, Xanthan Gum (ชนิดเจลใส, เนื้อเนียนไม่ยืด) 0.5%, น้ำกลั่น จนครบ 100%. สูตรนี้สามารถทำได้ไหมคะ เหมาะสมหรือยังหรือว่าต้องเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนตัวไหนเพื่อให้เสริมกันในสูตรหรือไม่คะ วิธีผสมทำยังไงคะ

คำตอบ

หัวข้อ: การตรวจสอบสูตร

ขอบคุณที่ส่งสูตรมาให้ตรวจสอบค่ะ

สูตรที่คุณเสนอมาประกอบด้วยส่วนผสมดังนี้:

  • Ume Extract (Anti-Glycation) 2%
  • Horse Placenta 3%
  • Pep®-Radiance (Nonapeptide-1) 1%
  • Alpha Arbutin (Switzerland) 2%
  • Superoxide Dismutase Liposome (SOD) 1%
  • PiteraEx™ (Saccharomyces Lysate Extract) 1%
  • Galactomyces Ferment Filtrate (aka. Pitera) 40%
  • Plankton Artemia Extract 2%
  • Snow Algae 2%
  • Nano Gold (Nanocarrier, Colloidal Gold 1-50nm) 2%
  • Sodium Metabisulfite 0.2%
  • Benzethonium Chloride 0.1%
  • Isododecane (Germany) 25%
  • Xanthan Gum 0.5%
  • น้ำกลั่น จนครบ 100%

จากส่วนผสมที่ให้มา สูตรนี้ประกอบด้วยส่วนที่เป็นน้ำในปริมาณมาก (น้ำกลั่น, Galactomyces Ferment Filtrate และสารสกัด/สารออกฤทธิ์ส่วนใหญ่) และส่วนที่เป็นน้ำมัน (Isododecane)

ความเป็นไปได้และความเหมาะสม:
สูตรตามรายการที่ให้มา ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากขาดส่วนประกอบที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือ สารประสานเนื้อ (Emulsifier) สารประสานเนื้อทำหน้าที่ช่วยให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้และไม่แยกชั้น หากไม่มีสารประสานเนื้อ สูตรของคุณมีแนวโน้มที่จะแยกออกเป็นชั้นๆ

การเลือกใช้สารออกฤทธิ์ถือว่าดี มีการผสมผสานคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์หลากหลาย ทั้งด้านการต้านไกลเคชั่น (Anti-Glycation), การลดเลือนริ้วรอย (Anti-Aging), การปรับผิวให้กระจ่างใส (Whitening), และการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ส่วนผสมเหล่านี้โดยทั่วไปเสริมฤทธิ์กันได้ดี

ข้อแนะนำ:
เพื่อให้สูตรนี้สามารถทำได้และมีความคงตัว จำเป็นต้องเพิ่มสารประสานเนื้อที่เหมาะสม เข้าไปในสูตร การเลือกชนิดของสารประสานเนื้อจะขึ้นอยู่กับเนื้อสัมผัสที่ต้องการ (เช่น เซรั่มบางเบา, โลชั่น, ครีม) และข้อกำหนดเฉพาะของส่วนผสมต่างๆ คุณอาจพิจารณาเพิ่มสารช่วยสร้างเนื้อ (Co-emulsifiers หรือ Stabilizers) เพื่อเสริมความคงตัวด้วย

วิธีการผสม:
วิธีการผสมจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารประสานเนื้อที่ใช้ และประเภทของอิมัลชั่นที่คุณต้องการทำ (อิมัลชั่นชนิด O/W หรือ W/O) หากสมมติว่าคุณต้องการทำอิมัลชั่นชนิด O/W (ซึ่งพบบ่อยในเซรั่ม/โลชั่นที่มีส่วนน้ำมาก) ขั้นตอนทั่วไปจะประกอบด้วย:

  1. เตรียมส่วนน้ำ: ผสมน้ำกลั่น, Galactomyces Ferment Filtrate, และส่วนผสมที่ละลายน้ำได้อื่นๆ (สารสกัด, เปปไทด์, Alpha Arbutin, SOD, Sodium Metabisulfite, Benzethonium Chloride) กระจาย Xanthan Gum ในน้ำหรือกลีเซอรีนเล็กน้อยก่อนเติมลงในส่วนน้ำทั้งหมดเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อน จากนั้นคนให้เข้ากันจนขึ้นเนื้อเจล ส่วนน้ำนี้อาจต้องนำไปให้ความร้อน ขึ้นอยู่กับชนิดของสารประสานเนื้อ
  2. เตรียมส่วนน้ำมัน: ผสม Isododecane และสารประสานเนื้อที่เลือกใช้ ส่วนนี้อาจต้องนำไปให้ความร้อนเช่นกัน
  3. การทำอิมัลชั่น: ค่อยๆ เติมส่วนน้ำมันลงในส่วนน้ำ (หรือกลับกัน ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของสารประสานเนื้อ) พร้อมกับปั่นด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง (เช่น ใช้เครื่อง Homogenizer หรือเครื่องปั่นความเร็วสูง) จนกระทั่งได้เนื้ออิมัลชั่นที่เข้ากันดี
  4. การทำให้เย็นและการเติมส่วนผสมที่ไวต่อความร้อน: ปั่นต่อไปเบาๆ ขณะที่อิมัลชั่นเย็นตัวลง เติมส่วนผสมที่ไวต่อความร้อน (เช่น เปปไทด์บางชนิด หรือสารสกัดบางตัว) เมื่ออุณหภูมิลดลงต่ำกว่าอุณหภูมิที่แนะนำ
  5. การปรับสุดท้าย: ตรวจสอบและปรับค่า pH หากจำเป็น เพื่อความคงตัวและประสิทธิภาพของส่วนผสม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อเข้ากันดีเป็นเนื้อเดียว

โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงแนวทางทั่วไป คุณจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะสำหรับสารประสานเนื้อที่คุณเลือกใช้

สรุปคือ สูตรของคุณมีส่วนผสมออกฤทธิ์ที่ดี แต่จำเป็นต้องเพิ่มสารประสานเนื้อเพื่อให้สูตรมีความคงตัวและสามารถนำไปไปใช้ได้จริงค่ะ