การทำเจลครีม: ปริมาณส่วนผสมสำหรับเนื้อสัมผัสและประสิทธิภาพ

ถามโดย: su-perman เมื่อ: May 27, 2019 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สวัสดีค่ะ พอดีได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีส่วนประกอบตามด้านล่างนี้ค่ะ อยากซื้อส่วนผสมมาทำใช้เอง แต่ไม่รู้จะต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมค่ะ รบกวนช่วยวิเคราะห์ให้ได้มั้ยคะ เนื้อเจลไม่เหมือนว่างหางเจลทั่วไป มีความนุ่ม ลื่น ใส ทาบนผิวหน้าแล้วลื่นมากทาง่าย ให้ความชุ่มชื้นได้ดีมากจนถึงเช้า ไม่ใช่ทาแล้ว แปปเดียวซึมหายวาบค่ะ และรักษาสิวได้ดีค่ะ

  • ส่วนประกอบ:
    • Aqua
    • Aloe Barbadensis Leaf Juice (คิดว่าจะใส่สัก 3 เปอร์เซ็นต์)
    • Glycerin
    • Hydroxyethyl Cellulose
    • Carbomer
    • Propylene Glycol
    • Rose Water
    • Triethanolamine
    • Hamamelis Virginiana extract

คำตอบ

การทำเจลครีมของคุณเอง: ทำความเข้าใจส่วนผสม

เป็นเรื่องที่ดีที่คุณสนใจที่จะทำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของคุณเองค่ะ การสร้างเนื้อสัมผัสและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ให้เหมือนกับผลิตภัณฑ์ที่คุณชอบนั้นต้องอาศัยการคิดค้นสูตรอย่างละเอียด และแม้ว่าฉันจะไม่สามารถให้เปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต้นฉบับได้ แต่ฉันสามารถอธิบายบทบาทของส่วนผสมแต่ละชนิดที่คุณระบุไว้และให้ข้อมูลอัตราการใช้ทั่วไปเพื่อช่วยให้คุณทดลองได้ค่ะ

นี่คือรายละเอียดของส่วนผสมและหน้าที่ของมัน:

  • Aqua (น้ำ): เป็นส่วนประกอบหลักของเจลครีมของคุณ ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นและเป็นตัวทำละลายสำหรับส่วนผสมอื่นๆ ที่ละลายน้ำได้
  • Aloe Barbadensis Leaf Juice (สารสกัดว่านหางจระเข้): มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิว ให้ความชุ่มชื้น และลดการอักเสบ สารสกัดว่านหางจระเข้ (ความเข้มข้น 10:1) มีอัตราการใช้ทั่วไปที่ 1-10% แนวคิดของคุณที่จะใช้ 3% อยู่ในช่วงนี้และเทียบเท่ากับว่านหางจระเข้สด 30% ส่วนผสมนี้มีส่วนสำคัญในการให้ความชุ่มชื้นและช่วยเรื่องสิวที่คุณสังเกตเห็น
  • Glycerin: เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความสามารถในการให้ความชุ่มชื้นได้ดีมาก กลีเซอรีนมักใช้ในเครื่องสำอางในอัตรา 1-100% แต่โดยทั่วไปจะใช้ในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่าในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
  • Hydroxyethyl Cellulose (HEC): เป็นโพลิเมอร์ที่ไม่ใช่ไอออนิก ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นและสารก่อเจล ช่วยสร้างเนื้อเจลและทำให้รู้สึกนุ่มลื่น มี HEC หลายเกรดที่ให้ความหนืดต่างกัน อัตราการใช้ทั่วไปคือ 0.5-3%
  • Carbomer: เป็นสารก่อเจลอีกชนิดที่นิยมใช้ในการสร้างเนื้อเจลที่ใส ต้องใช้สารที่เป็นด่าง เช่น Triethanolamine ในการทำให้เกิดเจล คาร์โบเมอร์มีส่วนช่วยในโครงสร้างและความรู้สึกของเจล มีคาร์โบเมอร์หลายประเภท บางชนิดทนต่ออิเล็กโทรไลต์ได้ดีกว่าหรือกระจายตัวได้ง่ายกว่า อัตราการใช้ทั่วไปคือ 0.1-3%
  • Propylene Glycol: ทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้น (ดึงน้ำ) ตัวทำละลาย และช่วยปรับปรุงการเกลี่ยและความรู้สึกของผลิตภัณฑ์ มีส่วนช่วยในการให้ความชุ่มชื้น อัตราการใช้ทั่วไปคือ 1-20%
  • Rose Water (น้ำกุหลาบ): มักใช้เพื่อคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิวและกลิ่นหอม สามารถให้ความชุ่มชื้นได้ด้วย สามารถใช้ในเปอร์เซ็นต์สูงได้ถึง 100% เป็นส่วนประกอบหลัก
  • Triethanolamine: เป็นส่วนผสมที่เป็นด่าง ใช้เพื่อทำให้ Carbomer เป็นกลางและปรับค่า pH ของสูตร ทำให้เกิดเจล โดยทั่วไปใช้ในเปอร์เซ็นต์ต่ำ (0.1-2.5%) ขึ้นอยู่กับปริมาณ Carbomer ที่ใช้
  • Hamamelis Virginiana Extract (สารสกัดวิชฮาเซล): มีคุณสมบัติในการสมานผิวและลดการอักเสบ ซึ่งสามารถช่วยกระชับรูขุมขนและปลอบประโลมผิว ส่วนผสมนี้มีส่วนช่วยในการช่วยเรื่องสิว สารสกัดวิชฮาเซลแบบกลั่นที่ไม่มีแอลกอฮอล์สามารถใช้ได้ในอัตรา 10-100%

เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่คล้ายกับผลิตภัณฑ์ที่คุณชอบ คุณจะต้องปรับสมดุลปริมาณของสารก่อเจล (Hydroxyethyl Cellulose และ Carbomer) และสารให้ความชุ่มชื้น (Glycerin, Propylene Glycol, Aloe Vera) อย่างระมัดระวัง ชนิดและปริมาณของ HEC และ Carbomer จะส่งผลอย่างมากต่อความหนืดและความรู้สึกของเจล Triethanolamine มีความสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้น Carbomer

การทดลองด้วยเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ ของสารก่อเจลก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นพร้อมสังเกตเนื้อสัมผัสเป็นวิธีที่นิยมในการคิดค้นสูตร อย่าลืมปรับปริมาณ Triethanolamine ตามปริมาณ Carbomer ที่ใช้

แม้ว่าฉันจะไม่สามารถให้สูตรที่แม่นยำได้ แต่การทำความเข้าใจบทบาทและช่วงอัตราการใช้ทั่วไปของส่วนผสมแต่ละชนิดควรเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทดลองคิดค้นสูตรของคุณเองค่ะ