การปรับสูตรครีมกันแดด Physical เพื่อให้เนื้อบางเบาและลดคราบขาว
คำถาม
ฉันมีสูตรครีมกันแดด Physical Sunscreen 2 สูตร ที่ใช้ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide แต่เนื้อครีมหนืดและทิ้งคราบขาวค่ะ มีวิธีปรับปรุงสูตรให้เนื้อบางเบาและลดคราบขาวได้อย่างไรบ้างคะ
สูตรของฉันคือ:
สูตรที่ 1 (Water-based ใช้ Light Cream Maker):
- Zinc Oxide 5%
- Titanium Dioxide 5%
- Cyclomethicone 15%
- Dimethicone 20%
- Light Cream Maker 1.5%
- Water 53.5%
- สารกันเสีย ~1%
สูตรที่ 2 (Water-based ใช้ Warp Cream Maker):
- Zinc Oxide 5%
- Titanium Dioxide 5%
- Cyclomethicone 10%
- Warp Cream Maker 7%
- Water 63%
- สารกันเสีย ~1%
คำตอบ
การปรับสูตรครีมกันแดด Physical Sunscreen เพื่อให้เนื้อบางเบาและลดคราบขาว
คุณได้ทดลองทำครีมกันแดด Physical Sunscreen 2 สูตร แล้วพบว่าเนื้อครีมหนืดและทิ้งคราบขาวบนผิว นี่เป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับครีมกันแดดที่ใช้สารกรองทางกายภาพ (Physical Filters) อย่าง Zinc Oxide และ Titanium Dioxide โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ในความเข้มข้นสูง ขนาดอนุภาคและการเคลือบของ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide มีผลอย่างมากต่อเนื้อสัมผัสและคราบขาว การใช้เกรดที่ออกแบบมาเพื่อความโปร่งใสหรือกระจายตัวได้ดีในเฟสน้ำมัน/ซิลิโคน (เช่น Zinc Oxide 35nm Liquid, Titanium Dioxide 15nm Liquid หรือ Titanium Dioxide Transparent) สามารถช่วยลดคราบขาวได้เมื่อเทียบกับเกรดสีทั่วไป
เพื่อแก้ไขปัญหาเนื้อหนืดและคราบขาว การเพิ่ม Emollient เป็นแนวทางที่แนะนำตามคำแนะนำที่ได้รับ Emollient ช่วยปรับปรุงการเกลี่ยและสัมผัสของครีม ทำให้เนื้อบางเบาขึ้น และช่วยให้สารกรองทางกายภาพกระจายตัวได้สม่ำเสมอมากขึ้น จึงลดคราบขาวที่มองเห็นได้
คุณสามารถลดปริมาณน้ำในสูตรเดิมของคุณ แล้วเพิ่ม Emollient เช่น LipidSoft หรือ LipidSoft CC เข้าไปแทน LipidSoft CC เป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากมีเนื้อบางเบาและช่วยให้สูตรเกลี่ยง่ายโดยไม่เหนอะหนะ การลดน้ำลงประมาณ 10% แล้วเพิ่ม Emollient เข้าไปแทน เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
นี่คือสูตรที่ปรับปรุงแล้วพร้อมคำแนะนำ:
สูตรที่ 1 (ปรับปรุง): Water-based Sunscreen SPF23 ชนิดใช้ Light Cream Maker
(ลดน้ำ 10% และเพิ่ม Emollient)
- Zinc Oxide 5%
- Titanium Dioxide 5%
- Cyclomethicone 15%
- Dimethicone 20%
- Light Cream Maker 1.5%
- LipidSoft CC (หรือ Emollient อื่นๆ ที่เหมาะสม) 10%
- Water 43.5% (ลดจาก 53.5%)
- สารกันเสีย (เช่น Mild Preserved Eco) ~1% (ปรับปริมาณรวมและใส่ตามคำแนะนำของสารกันเสียที่ใช้)
สูตรที่ 2 (ปรับปรุง): Water-based Sunscreen SPF23 ชนิดใช้ Warp Cream Maker
(ลดน้ำ 10% และเพิ่ม Emollient)
- Zinc Oxide 5%
- Titanium Dioxide 5%
- Cyclomethicone 10%
- Warp Cream Maker 7%
- LipidSoft CC (หรือ Emollient อื่นๆ ที่เหมาะสม) 10%
- Water 53% (ลดจาก 63%)
- สารกันเสีย (เช่น Mild Preserved Eco) ~1% (ปรับปริมาณรวมและใส่ตามคำแนะนำของสารกันเสียที่ใช้)
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปอร์เซ็นต์รวมของส่วนผสมทั้งหมดในสูตรของคุณเท่ากับ 100% หลังจากเพิ่มสารกันเสีย ปริมาณสารกันเสียที่ใช้โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1% แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของสารกันเสียที่คุณเลือกใช้เสมอ
ข้อควรพิจารณาอื่นๆ
- การลดน้ำ: คุณสามารถสร้างสูตรที่มีน้ำน้อยหรือไม่ใช้น้ำเลยได้ (สูตรที่ใช้ซิลิโคนเป็นหลัก) สูตรเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำได้ดีขึ้น แต่จะขาดความรู้สึกชุ่มชื้นเย็นสบายผิวแบบสูตรที่มีน้ำ คุณสามารถดูตัวอย่างสูตรที่ใช้ซิลิโคนเป็นหลักได้
- สารกันเสีย: ตามที่ได้ยืนยันไป สูตรใดๆ ที่มีน้ำจำเป็นต้องมีสารกันเสียเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและคงตัว ปริมาณที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของสารกันเสียนั้นๆ
- เนื้อครีมแบบมูส: โดยทั่วไปแล้ว การสร้างเนื้อครีมแบบมูสที่คงตัวสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีอายุการเก็บรักษานาน (ปกติ 12-24 เดือน) เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื้อครีมแบบมูสส่วนใหญ่อาศัยการอัดอากาศชั่วคราวซึ่งจะยุบตัวลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งไม่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความคงตัวในระยะยาว
การเพิ่ม Emollient เช่น LipidSoft CC และลดเฟสน้ำลงตามสัดส่วน จะช่วยให้เนื้อสัมผัสบางเบาขึ้น เกลี่ยง่ายขึ้น และลดคราบขาวจาก Zinc Oxide และ Titanium Dioxide ได้อย่างมาก การใช้ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide เกรดที่ออกแบบมาเพื่อลดคราบขาว (เช่น ชนิดลิควิด หรือชนิดเคลือบเพื่อความโปร่งใส) ก็สามารถช่วยได้เพิ่มเติม