การปรับสูตรครีมกันแดด Physical เพื่อให้เนื้อบางเบาและลดคราบขาว

ถามโดย: kiddy.kid เมื่อ: May 21, 2014 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ฉันมีสูตรครีมกันแดด Physical Sunscreen 2 สูตร ที่ใช้ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide แต่เนื้อครีมหนืดและทิ้งคราบขาวค่ะ มีวิธีปรับปรุงสูตรให้เนื้อบางเบาและลดคราบขาวได้อย่างไรบ้างคะ

สูตรของฉันคือ:

  • สูตรที่ 1 (Water-based ใช้ Light Cream Maker):

    • Zinc Oxide 5%
    • Titanium Dioxide 5%
    • Cyclomethicone 15%
    • Dimethicone 20%
    • Light Cream Maker 1.5%
    • Water 53.5%
    • สารกันเสีย ~1%
  • สูตรที่ 2 (Water-based ใช้ Warp Cream Maker):

    • Zinc Oxide 5%
    • Titanium Dioxide 5%
    • Cyclomethicone 10%
    • Warp Cream Maker 7%
    • Water 63%
    • สารกันเสีย ~1%

คำตอบ

การปรับสูตรครีมกันแดด Physical Sunscreen เพื่อให้เนื้อบางเบาและลดคราบขาว

คุณได้ทดลองทำครีมกันแดด Physical Sunscreen 2 สูตร แล้วพบว่าเนื้อครีมหนืดและทิ้งคราบขาวบนผิว นี่เป็นปัญหาที่พบบ่อยสำหรับครีมกันแดดที่ใช้สารกรองทางกายภาพ (Physical Filters) อย่าง Zinc Oxide และ Titanium Dioxide โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ในความเข้มข้นสูง ขนาดอนุภาคและการเคลือบของ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide มีผลอย่างมากต่อเนื้อสัมผัสและคราบขาว การใช้เกรดที่ออกแบบมาเพื่อความโปร่งใสหรือกระจายตัวได้ดีในเฟสน้ำมัน/ซิลิโคน (เช่น Zinc Oxide 35nm Liquid, Titanium Dioxide 15nm Liquid หรือ Titanium Dioxide Transparent) สามารถช่วยลดคราบขาวได้เมื่อเทียบกับเกรดสีทั่วไป

เพื่อแก้ไขปัญหาเนื้อหนืดและคราบขาว การเพิ่ม Emollient เป็นแนวทางที่แนะนำตามคำแนะนำที่ได้รับ Emollient ช่วยปรับปรุงการเกลี่ยและสัมผัสของครีม ทำให้เนื้อบางเบาขึ้น และช่วยให้สารกรองทางกายภาพกระจายตัวได้สม่ำเสมอมากขึ้น จึงลดคราบขาวที่มองเห็นได้

คุณสามารถลดปริมาณน้ำในสูตรเดิมของคุณ แล้วเพิ่ม Emollient เช่น LipidSoft หรือ LipidSoft CC เข้าไปแทน LipidSoft CC เป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากมีเนื้อบางเบาและช่วยให้สูตรเกลี่ยง่ายโดยไม่เหนอะหนะ การลดน้ำลงประมาณ 10% แล้วเพิ่ม Emollient เข้าไปแทน เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

นี่คือสูตรที่ปรับปรุงแล้วพร้อมคำแนะนำ:

สูตรที่ 1 (ปรับปรุง): Water-based Sunscreen SPF23 ชนิดใช้ Light Cream Maker

(ลดน้ำ 10% และเพิ่ม Emollient)

  1. Zinc Oxide 5%
  2. Titanium Dioxide 5%
  3. Cyclomethicone 15%
  4. Dimethicone 20%
  5. Light Cream Maker 1.5%
  6. LipidSoft CC (หรือ Emollient อื่นๆ ที่เหมาะสม) 10%
  7. Water 43.5% (ลดจาก 53.5%)
  8. สารกันเสีย (เช่น Mild Preserved Eco) ~1% (ปรับปริมาณรวมและใส่ตามคำแนะนำของสารกันเสียที่ใช้)

สูตรที่ 2 (ปรับปรุง): Water-based Sunscreen SPF23 ชนิดใช้ Warp Cream Maker

(ลดน้ำ 10% และเพิ่ม Emollient)

  1. Zinc Oxide 5%
  2. Titanium Dioxide 5%
  3. Cyclomethicone 10%
  4. Warp Cream Maker 7%
  5. LipidSoft CC (หรือ Emollient อื่นๆ ที่เหมาะสม) 10%
  6. Water 53% (ลดจาก 63%)
  7. สารกันเสีย (เช่น Mild Preserved Eco) ~1% (ปรับปริมาณรวมและใส่ตามคำแนะนำของสารกันเสียที่ใช้)

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปอร์เซ็นต์รวมของส่วนผสมทั้งหมดในสูตรของคุณเท่ากับ 100% หลังจากเพิ่มสารกันเสีย ปริมาณสารกันเสียที่ใช้โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1% แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของสารกันเสียที่คุณเลือกใช้เสมอ

ข้อควรพิจารณาอื่นๆ

  • การลดน้ำ: คุณสามารถสร้างสูตรที่มีน้ำน้อยหรือไม่ใช้น้ำเลยได้ (สูตรที่ใช้ซิลิโคนเป็นหลัก) สูตรเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มคุณสมบัติการกันน้ำได้ดีขึ้น แต่จะขาดความรู้สึกชุ่มชื้นเย็นสบายผิวแบบสูตรที่มีน้ำ คุณสามารถดูตัวอย่างสูตรที่ใช้ซิลิโคนเป็นหลักได้
  • สารกันเสีย: ตามที่ได้ยืนยันไป สูตรใดๆ ที่มีน้ำจำเป็นต้องมีสารกันเสียเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและคงตัว ปริมาณที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของสารกันเสียนั้นๆ
  • เนื้อครีมแบบมูส: โดยทั่วไปแล้ว การสร้างเนื้อครีมแบบมูสที่คงตัวสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีอายุการเก็บรักษานาน (ปกติ 12-24 เดือน) เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื้อครีมแบบมูสส่วนใหญ่อาศัยการอัดอากาศชั่วคราวซึ่งจะยุบตัวลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งไม่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความคงตัวในระยะยาว

การเพิ่ม Emollient เช่น LipidSoft CC และลดเฟสน้ำลงตามสัดส่วน จะช่วยให้เนื้อสัมผัสบางเบาขึ้น เกลี่ยง่ายขึ้น และลดคราบขาวจาก Zinc Oxide และ Titanium Dioxide ได้อย่างมาก การใช้ Zinc Oxide และ Titanium Dioxide เกรดที่ออกแบบมาเพื่อลดคราบขาว (เช่น ชนิดลิควิด หรือชนิดเคลือบเพื่อความโปร่งใส) ก็สามารถช่วยได้เพิ่มเติม