การพัฒนาสูตรกันแดดผสมรองพื้นแบบ Reef Friendly

ถามโดย: sarisa.200347 เมื่อ: May 17, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สวัสดีค่ะ

ปัจจุบันมีสูตรกันแดดตามที่แนบ โดยลูกค้าต้องการปรับสูตรให้เป็น “กันแดดผสมรองพื้น” ที่เป็นเบสแต่งหน้าได้พร้อมคอนเซปต์ Reef Friendly / Coral Friendly มากขึ้น

สูตรปัจจุบัน:

Part A

  • Water — 42.45%
  • Disodium EDTA — 0.20%
  • Butylene Glycol — 0.20%

Part B

Part C

  • Multicare MP40KC — 5.00%

Part D

  • Water — 5.00%
  • Allantoin — 0.20%
  • Niacinamide — 1.00%

Part E

  • สารสกัด — 0.25%

Part F

  • Water — 2.00%
  • Isododecane — 2.00%
  • AminoSil™ (Lauroyl Lysine) — 2.60%
  • Sicare 2215 — 2.60% (คิดว่าจะใช้ SiliSolve™ แทนค่ะ)
  • Sicare 9900 — 15.00%

Part G

จึงอยากสอบถามคำแนะนำจากทาง MySkin ดังนี้ค่ะ:

  1. จากสูตรปัจจุบัน สามารถใช้ ReadyMix™ Beige Iron Oxides (Isononyl Isononanoate Based) เพียงสีเดียว เพื่อทำเฉดรองพื้นได้หรือไม่ หากใช้สีเดียว จะให้การปกปิดและความเสถียรของสีเพียงพอหรือไม่ หรือควรผสม Iron Oxides เพิ่มเติมเพื่อบาลานซ์เฉดสีผิว
  2. หากต้องการเพิ่มสารบำรุงต่อไปนี้ สามารถใส่ร่วมในสูตรได้หรือไม่ และควรใช้ที่เปอร์เซ็นต์เท่าใด:
  1. จากสูตรปัจจุบัน มีวัตถุดิบตัวใดที่ควรปรับ ลด หรือเปลี่ยน เพื่อให้สูตร:
  • มีความเป็น Reef Friendly มากขึ้น
  • เนื้อเกลี่ยง่ายขึ้น
  • ลดการเป็นคราบ/ตกร่อง
  • เหมาะกับการเป็นกันแดดผสมรองพื้นมากขึ้น
  1. หากต้องการให้สูตรมี SPF Protection ที่ดี พร้อมผิวสัมผัสบางเบา ทาง MySkin มีคำแนะนำเพิ่มเติมเรื่อง:
  • Silicone balance
  • Pigment dispersion
  • Emulsifier
  • Film former
  • หรือสารตัวอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

พร้อมคำแนะนำในการขึ้นสูตรค่ะ รบกวนช่วยดูความเหมาะสมและแนะนำแนวทางการปรับสูตรให้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

คำตอบ

สำหรับการปรับสูตรกันแดดให้เป็น "กันแดดผสมรองพื้น" ที่มีคอนเซปต์ Reef Friendly และมีเนื้อสัมผัสที่ดียิ่งขึ้น ทาง MySkinRecipes มีคำแนะนำทางเทคนิคดังนี้ค่ะ

1. การใช้ ReadyMix™ Beige Iron Oxides และการปกปิด

  • การปรับเฉดสี: ReadyMix™ Beige Iron Oxides (Isononyl Isononanoate Based) เป็นตัวเลือกที่ดีในการเริ่มทำสีเบจให้สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม การใช้เพียงสีเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการปรับเฉดให้เข้ากับทุกสีผิว แนะนำให้เตรียมแม่สีแยก (เหลือง/แดง/ดำ) ไว้สำหรับปรับแก้ Undertone ของแต่ละล็อต
  • การปกปิด (Coverage): ReadyMix™ Beige ให้ "สี" แต่ไม่ได้ให้ "ความทึบแสง" ที่เพียงพอสำหรับการเป็นรองพื้น เนื่องจาก Titanium Dioxide Transparent (15nm, Dimethicone Coated) ที่คุณใช้อยู่เน้นความโปร่งแสงเพื่อไม่ให้วอก หากต้องการการปกปิดแบบรองพื้น จำเป็นต้องเพิ่ม Titanium Dioxide เกรด Pigment (ขนาดอนุภาคใหญ่ขึ้น เช่น 200nm) เพื่อสร้างความทึบแสง (Opacity)
  • ความเสถียร: ผงสีและ Titanium Dioxide ไม่ละลาย ในสูตร แต่ต้องทำการกระจายตัว (Disperse) ให้ดี หากกระจายตัวไม่สมบูรณ์จะทำให้เกิดการเป็นเส้น (Streaking) หรือสีไม่สม่ำเสมอเมื่อทาบนผิว

2. การเพิ่มสารบำรุงและเปอร์เซ็นต์ที่แนะนำ

  • Aloe Vera Extract (10:1 FullAssay™): สามารถใส่ในส่วนน้ำได้ที่ 0.5–3.0% ควรระวังเนื่องจากสารสกัดนี้เป็น Electrolyte ซึ่งอาจทำให้ความหนืดของสูตรลดลงในบางระบบ
  • Vitamin B3 (Niacinamide): สูตรเดิมมี 1.0% หากต้องการเน้นการบำรุงสามารถเพิ่มเป็น 2.0–4.0% ได้ โดยควรคุมค่า pH ของสูตรให้อยู่ในช่วง 5.0–6.0 เพื่อความเสถียรและลดการระคายเคือง
  • Hyaluronic Acid: แนะนำให้ใช้ที่ระดับ 0.05–0.20% (คำนวณจากเนื้อสาร Active) หากใส่มากเกินไปจะทำให้เนื้อสูตรเหนอะหนะ หรือเกิดการลอกเป็นขุย (Pilling) เมื่อทาเมคอัพทับ

3. การปรับสูตรเพื่อ Reef Friendly และเนื้อสัมผัส

  • Reef Friendly: เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซปต์นี้อย่างเข้มงวด ควรพิจารณาเปลี่ยนมาใช้สารกันแดดกลุ่ม Mineral ทั้งหมด เนื่องจากสารกันแดดกลุ่ม Organic เช่น Ethylhexyl Salicylate และ Ethylhexyl Triazone อาจไม่ผ่านเกณฑ์ Reef-safe ในบางมาตรฐาน นอกจากนี้ Titanium Dioxide ขนาด 15nm จัดเป็น "Nano-size" ซึ่งอาจขัดกับมาตรฐาน Non-nano ในบางตลาด
  • ลดการตกร่องและเกลี่ยง่าย: แนะนำให้เพิ่ม Silicone Elastomer Powder ประมาณ 0.5–2.0% เพื่อช่วยให้เนื้อสัมผัสมีความนุ่มลื่นแบบแมตต์ ช่วยอำพรางริ้วรอย (Soft-focus) และลดการที่เม็ดสีไปตกร่องตามริ้วรอยบนใบหน้า
  • SiliSolve™ (PEG-10 Dimethicone): สารตัวนี้เป็น Emulsifier สำหรับระบบ Water-in-Silicone (W/Si) ไม่ใช่ ตัวเปลี่ยนแบบ 1:1 สำหรับสารเดิมที่คุณใช้ หากจะใช้ SiliSolve™ ต้องปรับโครงสร้างสูตรใหม่เป็นระบบ W/Si ซึ่งเหมาะกับสูตรที่มีน้ำสูงและมีน้ำมันน้อย (ไม่ควรเกิน 3%)

4. คำแนะนำด้านกระบวนการผสม

  • การกระจายผงสี: ควรผสมผงสีและสารกันแดดแบบ Physical ลงในส่วนน้ำมันหรือซิลิโคนก่อน แล้วใช้การปั่นด้วยความเร็วสูง (High Shear) เพื่อให้กระจายตัวได้ดีที่สุดก่อนนำไปทำอิมัลชัน
  • การผสมระบบ W/Si: หากใช้ SiliSolve™ ให้ค่อยๆ เทส่วนน้ำ (ที่มี EDTA, Niacinamide, Aloe) ลงในส่วนซิลิโคนช้าๆ ในขณะที่ปั่นผสมอย่างต่อเนื่อง
  • การทดสอบ SPF: การเปลี่ยนสารกันแดด ระบบ Emulsifier หรือการเพิ่มผงสี จำเป็นต้องทดสอบค่า SPF และ UVA-PF ใหม่ เนื่องจากความสม่ำเสมอของฟิล์มบนผิวมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการปกป้อง

เอกสารอ้างอิง (Citations)

  • NOAA ระบุถึงสารเคมีในกันแดดหลายชนิด รวมถึงอนุภาคนาโนและสารกันแดด Organic บางตัวที่มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล [0]
  • กฎหมาย Palau’s Responsible Tourism Education Act สั่งแบนสารกันแดดที่มีส่วนผสมที่เป็นพิษต่อปะการัง ซึ่งระบบ Mineral-only มักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า [1]
  • Downs et al. (2016) รายงานถึงผลกระทบของสารกันแดดบางชนิดต่อสุขภาพของปะการัง [2]
  • Bissett et al. (2004) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ Niacinamide ในการปรับปรุงสภาพผิวและสีผิวให้สม่ำเสมอ [4]
งานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิงที่รองรับข้อสรุปสำคัญในคำตอบนี้

NOAA. Skincare Chemicals and Coral Reefs.

Supports the avoidance of certain UV filters and nano-minerals for reef safety.

Palau’s Responsible Tourism Education Act.

Context for reef-toxic ingredient bans in sunscreen products.

Downs CA, et al. (2016). Toxicopathological Effects of White Powder and UV Filters on Coral. Archives of Environmental Contamination and Toxicology.

Scientific basis for coral impact from specific UV filters.

DOI: 10.1007/s00244-015-0227-7 PMID: 26487337
Bissett DL, et al. (2004). Topical niacinamide reduces yellowing, wrinkling, red blotchiness, and hyperpigmented spots in aging facial skin. International Journal of Cosmetic Science.

Supports the use of Niacinamide for skin appearance benefits in foundation products.

DOI: 10.1111/j.1467-2494.2004.00228.x