การพัฒนาสูตรลิปกลอสติดทน ไม่เหนอะหนะ

ถามโดย: staff เมื่อ: March 03, 2014 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ขอวิธีการทำลิปกลอสแบบ ติดทน ไม่เหนอะ ไม่แห้ง ค่ะ

จากความเข้าใจที่ว่าเบสคล้ายลิปสติกแต่ไม่มีแว็กซ์ และเนื้อสัมผัสควบคุมโดยส่วนประกอบที่เป็นของเหลว ส่วนประกอบสำคัญมีอะไรบ้าง และควรปรับสัดส่วนอย่างไรเพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่ต้องการ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนประกอบเหล่านี้ส่งผลต่อเนื้อสัมผัส ความติดทน และความรู้สึก (เหนอะหนะ, แห้ง) อย่างไร:

  • Squalene (Synthetic, For Lip Gloss)
  • น้ำมันธรรมชาติ (เช่น Jojoba Oil (Clear - Deodorized), Fractionated Coconut Oil)
  • Isododecane (Germany)

มีแนวทางการปรับสัดส่วนทั่วไปอย่างไร?

คำตอบ

วิธีทำลิปกลอสติดทน ไม่เหนอะหนะ ไม่แห้ง

จากข้อมูลที่ให้มา การทำลิปกลอสที่ติดทน ไม่เหนอะหนะ และไม่ทำให้ปากแห้ง เกี่ยวข้องกับการปรับสัดส่วนของส่วนประกอบพื้นฐาน โดยเฉพาะ Squalene, น้ำมันธรรมชาติ และ Isododecane

เบสของลิปกลอสจะคล้ายกับเบสของลิปสติก แต่จะไม่มีส่วนผสมของ Wax ซึ่งใช้เพื่อให้ลิปสติกมีเนื้อแข็ง ความหนืดของลิปกลอสหลักๆ จะควบคุมโดยความสมดุลของส่วนประกอบที่เป็นของเหลว

ส่วนประกอบสำคัญและบทบาท:

  • Squalene (Synthetic, For Lip Gloss): ส่วนประกอบนี้สำคัญมากในการควบคุมความหนืดและความแข็งของลิปกลอส การพูดคุยในฟอรั่มและความเห็นของผู้ใช้ชี้ให้เห็นว่า การเพิ่มปริมาณ Squalene จากสูตรตัวอย่าง (ซึ่งทำให้เนื้อลิปกลอสเป็นน้ำมันและแห้งเร็ว) อาจจำเป็นเพื่อให้ได้เนื้อที่ข้นขึ้น ติดทนขึ้น และไม่เป็นน้ำมันมากเกินไป
  • น้ำมันธรรมชาติ (เช่น Jojoba Oil (Clear - Deodorized), Fractionated Coconut Oil): น้ำมันเหล่านี้ช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น อย่างไรก็ตาม หากใช้น้ำมันธรรมชาติมากเกินไปอาจทำให้ลิปกลอสเหนอะหนะได้ การเลือกใช้น้ำมันที่มีความเสถียรสูงและไม่เหม็นหืนง่ายก็สำคัญต่ออายุการเก็บรักษา
  • Isododecane (Germany): ส่วนประกอบนี้ช่วยให้ลิปกลอสรู้สึกบางเบาและลื่นทาง่าย แต่หากใช้มากเกินไปอาจทำให้รู้สึกแห้งหรือสากปากได้
  • Vitamin E (Tocopheryl Acetate): ใส่เพื่อประโยชน์ในการบำรุงริมฝีปากและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงริมฝีปากและป้องกันน้ำมันเหม็นหืน

เพื่อให้ได้เนื้อลิปกลอสตามที่ต้องการ (ติดทน ไม่เหนอะหนะ ไม่แห้ง) คุณจะต้องทดลองปรับสัดส่วนของ Squalene, น้ำมันธรรมชาติ และ Isododecane โดยเริ่มจากสูตรตัวอย่างที่ให้มาในโพสต์ต้นฉบับเป็นพื้นฐาน และปรับเปลี่ยนดังนี้:

  • หากลิปกลอสเป็นน้ำมันมากเกินไปและแห้งเร็ว ให้ลองเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของ Squalene
  • หากรู้สึกเหนอะหนะ ให้ลดปริมาณน้ำมันธรรมชาติลงเล็กน้อย
  • หากรู้สึกแห้งหรือสากปาก ให้ลด Isododecane ลงเล็กน้อย และ/หรือเพิ่มน้ำมันธรรมชาติเล็กน้อย (พร้อมกับสังเกตความเหนอะหนะ)

ส่วนประกอบอื่นๆ:

  • สี: คุณสามารถใส่สีได้โดยใช้เม็ดสี เช่น กลุ่ม Lake (เช่น FD&C Yellow No.5 Lake, FD&C Red No.3 AL Lake) และ Iron Oxides (Yellow Iron Oxides EasyMix™, Red Iron Oxides EasyMix™, Black Iron Oxides EasyMix™) สีกลุ่ม Lake และ Iron Oxides ให้สีที่เข้มข้น ใช้ตามช่วงที่แนะนำ (โดยทั่วไป 0.5-3%)
  • ประกายมุก: หากต้องการให้มีประกายและความเงางาม ให้ใส่ Mica Shimmer (เช่น Silver Sparkle Mica, Gold Glitter Mica, Red Pink Super Sparkle Mica) สามารถใช้ในปริมาณที่สูงขึ้นได้ (1-10% หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ต้องการ)
  • Titanium Dioxide (Titanium Dioxide 200nm EasyDisperse™): สามารถใส่เพื่อลดความเข้มของสีหรือเพิ่มความทึบแสงได้

วิธีการผสม:

ต่างจากลิปสติก ลิปกลอสอาจไม่จำเป็นต้องใช้ความร้อนเพื่อละลาย Wax อย่างไรก็ตาม การอุ่นเบาๆ สามารถช่วยให้ส่วนผสมเข้ากันได้ง่ายขึ้น และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย ผสมส่วนประกอบพื้นฐาน (น้ำมัน, Squalene, Isododecane) หากมีการอุ่น ให้ให้ความร้อนเบาๆ จนส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นเติม Vitamin E Acetate หลังจากนำออกจากความร้อนแล้ว ใส่สีที่ต้องการ (Lake, Iron Oxides, Mica, Titanium Dioxide) ลงในเบสที่เป็นของเหลว และคนหรือปั่นให้เข้ากันดีเพื่อให้สีกระจายตัวสม่ำเสมอก่อนเทใส่ภาชนะ

การหาสูตรที่เหมาะสมที่สุดต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนและทดลองทำในปริมาณน้อยๆ เพื่อให้ได้ความสมดุลที่ลงตัวของความติดทน ไม่เหนอะหนะ และให้ความรู้สึกสบายริมฝีปาก