การวิเคราะห์สูตรเจลเขียนคิ้วและสารทดแทน

ถามโดย: justployyy เมื่อ: June 27, 2016 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

รบกวนพิจารณาสูตรเจลเขียนคิ้วต่อไปนี้ โดยระบุปริมาณการใช้โดยทั่วไปของแต่ละส่วนผสม และแนะนำสารทดแทนสำหรับส่วนผสมที่ไม่มีให้ด้วยค่ะ คุณสมบัติที่ต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปคือ เนื้อครีมค่อนข้างข้น สีชัด ติดทน กันน้ำ และเกลี่ยง่าย

ส่วนผสมดังนี้ค่ะ:

  • Aqua (Water)
  • Alcohol denat.
  • Butylene Glycol
  • Aluminum starch octenylsuccinate
  • Polyacrylamide
  • Phenoxyethanol
  • Ethylhexylglycerin
  • Polysorbate 60
  • C13-14 isoparaffin
  • Methylparaben
  • Carbomer
  • Sodium Hydroxide
  • Laureth-7
  • Parfum (Fragrance)
  • Sodium Hyaluronate
  • glycerin
  • Sodium citrate
  • Xanthan Gum
  • Titanium Dioxide (CI 77891)
  • Iron Oxides (CI 77491, CI 77492, CI 77499)

คำตอบ

การวิเคราะห์สูตรเจลเขียนคิ้ว

สูตรนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ได้เนื้อเจลครีมที่ข้น มีเม็ดสีชัด ติดทน กันน้ำ และเกลี่ยง่าย การผสมผสานสารเพิ่มความข้น สารก่อฟิล์ม และเม็ดสีต่างๆ มีส่วนช่วยให้ได้คุณสมบัติดังกล่าว

ส่วนผสมและหน้าที่

  • น้ำ (Aqua): ตัวทำละลายหลัก เป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเนื้อเจล
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 50-70%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Purified Water
  • Alcohol denat.: ตัวทำละลาย ช่วยละลายส่วนผสมอื่นๆ และช่วยให้ผลิตภัณฑ์แห้งเร็วขึ้น อาจช่วยให้ติดทนและกันเลอะ
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 5-15%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Ethyl Alcohol
  • Butylene Glycol: สารให้ความชุ่มชื้น (humectant) และตัวทำละลาย ช่วยปรับปรุงเนื้อสัมผัสและทำให้เกลี่ยง่ายขึ้น
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 2-10%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Butylene Glycol
  • Aluminum starch octenylsuccinate: แป้งดัดแปลงที่ทำหน้าที่เป็นสารปรับเนื้อสัมผัส สารดูดซับความมัน ช่วยลดความเหนอะหนะและให้ความรู้สึกนุ่มลื่นบนผิว
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 1-5%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Aluminum Starch Octenylsuccinate
  • Polyacrylamide, C13-14 isoparaffin, Laureth-7: ส่วนผสมนี้เป็นระบบสารเพิ่มความข้นและอิมัลซิไฟเออร์แบบพอลิเมอร์ที่ผ่านการทำให้เป็นกลางแล้ว (มักขายภายใต้ชื่อทางการค้า เช่น Sepigel 305) ช่วยเพิ่มความข้นอย่างมาก ทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ช่วยให้น้ำกับน้ำมันเข้ากัน และช่วยให้สูตรคงตัวและสร้างฟิล์มเพื่อความติดทนนาน
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 1-5% (ใช้เป็นสารผสม)
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Sepigel 305
    • สารทดแทน: พอลิเมอร์เพิ่มความข้นชนิดอื่น เช่น Aristoflex AVC หรือ Sepinov EMT10 อาจนำมาใช้ได้ แต่ต้องมีการปรับสูตร
  • Phenoxyethanol: สารกันเสียทั่วไป เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.5-1.0%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Phenoxyethanol
    • สารทดแทน: Phenoxyethanol SA (สารผสมกับ Ethylhexylglycerin) หรือสารกันเสียแบบ broad-spectrum อื่นๆ
  • Ethylhexylglycerin: สารเสริมประสิทธิภาพสารกันเสีย และสารให้ความชุ่มชื้น มักใช้ร่วมกับ Phenoxyethanol เพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันจุลินทรีย์ได้กว้างขึ้น
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.3-1.0%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Ethylhexylglycerin
  • Polysorbate 60: อิมัลซิไฟเออร์ชนิดไม่มีประจุ (non-ionic emulsifier) ช่วยให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้ดี และยังช่วยละลายน้ำหอมได้
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.5-2.0%
    • ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง: Polysorbate 85 (อิมัลซิไฟเออร์ที่คล้ายกัน)
    • สารทดแทน: Polysorbate ชนิดอื่นๆ (เช่น 80) หรืออิมัลซิไฟเออร์อื่นๆ ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของ oil phase
  • Methylparaben: สารกันเสียกลุ่มพาราเบน มีประสิทธิภาพต่อต้านเชื้อราและแบคทีเรีย
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.1-0.4%
    • ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง: Sodium Paraben (พาราเบนที่ละลายน้ำได้)
    • สารทดแทน: หากต้องการหลีกเลี่ยงพาราเบน ต้องใช้ระบบสารกันเสียแบบอื่น (เช่น เพิ่มปริมาณ Phenoxyethanol/Ethylhexylglycerin หรือใช้สารผสมอย่าง NaturePreserve Ultra)
  • Carbomer: พอลิเมอร์สังเคราะห์ที่ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นและสารก่อเจล ต้องทำให้เป็นกลางด้วยเบส (เช่น Sodium Hydroxide) เพื่อให้ได้ความหนืดที่ต้องการ ช่วยสร้างโครงสร้างเจลและเพิ่มความคงตัวของสูตร
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.1-1.0%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Carbomer 940
    • สารทดแทน: Carbomer เกรดอื่นๆ หรือสารเพิ่มความข้นใน water phase ชนิดอื่น เช่น Xanthan Gum (มีอยู่แล้วในสูตร) หรือ Hydroxyethyl Cellulose
  • Sodium Hydroxide: เบสที่ใช้ทำให้ Carbomer เป็นกลาง เพื่อให้เกิดโครงสร้างเจล
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับปริมาณ Carbomer (โดยทั่วไปประมาณ 0.05-0.2%)
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Sodium Hydroxide
  • Laureth-7: แอลกอฮอล์ที่ผ่านกระบวนการ Ethoxylation ใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์และสารลดแรงตึงผิว มักเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Sepigel 305
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: รวมอยู่ในสารผสม Sepigel 305 (หรือ 0.1-5% หากใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์แยกต่างหาก)
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Laureth-7
  • Parfum (Fragrance): เพิ่มกลิ่นหอม
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.1-1.0%
  • Sodium Hyaluronate: รูปแบบหนึ่งของ Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและอาจช่วยเพิ่มความหนืดเล็กน้อย
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.01-0.1%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Super-HYA (Sodium Acetylated Hyaluronate)
    • สารทดแทน: Sodium Hyaluronate ที่มีขนาดโมเลกุลหรือชนิดอื่นๆ
  • glycerin: สารให้ความชุ่มชื้นและตัวทำละลายทั่วไป คล้ายกับ Butylene Glycol ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับปรุงเนื้อสัมผัส
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 2-10%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Glycerin
  • Sodium citrate: ใช้เป็นสารบัฟเฟอร์เพื่อช่วยควบคุมค่า pH ของสูตร
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.1-0.5%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Sodium Citrate
  • Xanthan Gum: กัมธรรมชาติที่ได้จากการหมัก ใช้เป็นสารเพิ่มความข้นและสารช่วยให้คงตัว ป้องกันเม็ดสีตกตะกอน และช่วยสร้างเนื้อเจล
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 0.1-1.0%
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Xanthan Gum (ชนิดเจลใส)
    • สารทดแทน: กัมชนิดอื่น เช่น Guar Gum หรือ Cellulose Gum แต่อาจให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน
  • Titanium Dioxide (CI 77891): เม็ดสีขาวที่ช่วยเพิ่มความทึบแสงและปรับสีของ Iron Oxides ให้สว่างขึ้น
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: 1-10% (ขึ้นอยู่กับความเข้มของสีที่ต้องการ)
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Titanium Dioxide 200nm EasyDisperse
  • Iron Oxides (CI 77491, CI 77492, CI 77499): เม็ดสีหลักที่ใช้สร้างสีสำหรับเจลเขียนคิ้ว (Iron Oxides สีแดง, สีเหลือง และสีดำ) อัตราส่วนของทั้งสามสีนี้จะเป็นตัวกำหนดเฉดสีสุดท้าย
    • ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป: Iron Oxides ทั้งหมดรวมกัน 1-15% (อัตราส่วนแตกต่างกันไปตามเฉดสี)
    • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: Iron Oxides Red (Triethoxycaprylylsilane Coated), Iron Oxides Yellow (Triethoxycaprylylsilane Coated), Iron Oxides Black (Triethoxycaprylylsilane Coated)

การทำให้ได้คุณสมบัติตามที่ต้องการ

  • เนื้อเจลครีมที่ข้น: ได้จากการผสมผสานสารเพิ่มความข้นหลายชนิด ได้แก่ ระบบ Polyacrylamide (Sepigel 305), Carbomer และ Xanthan Gum การทำงานร่วมกันของพอลิเมอร์เหล่านี้ทำให้ได้ความหนืดที่ต้องการ
  • สีชัด: มาจาก Titanium Dioxide และ Iron Oxides ความเข้มข้นของเม็ดสีที่สูงขึ้นจะให้สีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การใช้เม็ดสีที่ผ่านการเคลือบผิวช่วยให้กระจายตัวได้ดีขึ้น ให้สีที่เข้มขึ้น และอาจช่วยให้กันน้ำได้
  • ติดทนนานและกันน้ำ: สารเพิ่มความข้นกลุ่มพอลิเมอร์ (Sepigel 305, Carbomer, Xanthan Gum) และอาจรวมถึง Aluminum Starch Octenylsuccinate มีส่วนช่วยในการสร้างฟิล์มและคุณสมบัติกันน้ำ C13-14 Isoparaffin ก็ช่วยสร้างฟิล์มที่กันน้ำได้เมื่อแห้ง การเพิ่มสารก่อฟิล์มโดยเฉพาะ เช่น Trimethylsiloxysilicate จะช่วยเพิ่มคุณสมบัติเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น
  • เกลี่ยง่าย: สารให้ความชุ่มชื้น เช่น Butylene Glycol และ Glycerin รวมถึงสารให้ความนุ่มลื่น เช่น C13-14 Isoparaffin ช่วยให้เนื้อเจลเกลี่ยได้ง่ายก่อนที่จะเซ็ตตัว Aluminum Starch Octenylsuccinate ยังช่วยลดความเหนอะหนะ

สรุปสารทดแทนที่เป็นไปได้

หากส่วนผสมบางอย่างไม่มี สามารถพิจารณาสารทดแทนเหล่านี้:

  • Polyacrylamide/C13-14 Isoparaffin/Laureth-7 (Sepigel 305): Aristoflex AVC หรือ Sepinov EMT10 (หมายเหตุ: เป็นพอลิเมอร์คนละชนิด อาจต้องมีการปรับสูตร)
  • Phenoxyethanol: Phenoxyethanol SA หรือสารกันเสียแบบ broad-spectrum อื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอาง
  • Polysorbate 60: Polysorbate 85 หรืออิมัลซิไฟเออร์ชนิดไม่มีประจุอื่นๆ ที่เหมาะสม
  • Methylparaben: Sodium Paraben หรือสารกันเสียแบบ broad-spectrum อื่นๆ (ต้องปรับระบบสารกันเสียหลัก)
  • Carbomer: Carbomer เกรดอื่นๆ หรือสารเพิ่มความข้นใน water phase ชนิดอื่น เช่น Hydroxyethyl Cellulose
  • Titanium Dioxide / Iron Oxides: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเม็ดสีทดแทนนั้นเป็นเกรดเครื่องสำอางและเหมาะสำหรับใช้บริเวณรอบดวงตา พิจารณาชนิดที่ผ่านการเคลือบผิวเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

โปรดจำไว้ว่า การทดแทนส่วนผสมอาจต้องมีการปรับปริมาณส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อรักษาเนื้อสัมผัส ความคงตัว และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย ควรทดลองทำในปริมาณน้อยก่อนเสมอเมื่อมีการทดแทนสาร