คำตอบแบบสั้น
ในรายการวัตถุดิบที่เลือกมา Beta Cyclodextrin (Cyclodextrin) เป็นตัวที่มีโอกาสช่วยเรื่องการปกป้องกลิ่น/ปล่อยกลิ่นช้าลงได้มากที่สุด แต่จากสูตรและวิธีที่ใช้อยู่ตอนนี้ อาจยังไม่ได้ทำให้เกิดการจับกลิ่นกับผ้าได้ดีหลังซัก
ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ใส่น้ำหอมมากหรือน้อยอย่างเดียว เพราะผงซักฟอกในขั้นตอนซักหลักถูกออกแบบมาให้ละลาย ชะล้างน้ำมัน/สิ่งสกปรก และถูกล้างออก สูตรของคุณส่วนใหญ่เป็นเกลือ/สารช่วยซักที่ละลายน้ำ จึงช่วยเรื่องการซักและสภาพน้ำได้ แต่ไม่ได้ช่วยยึดกลิ่นไว้บนผ้าโดยตรง
ตรวจเช็กเปอร์เซ็นต์สูตร
สูตรที่แจ้งมาคือ:
น้ำหนักรวม = 120 g
ดังนั้น fragrance oil 15 g = 12.5% ของสูตร ไม่ใช่ 6%
ถ้าต้องการสูตรที่มีน้ำหอม 6% จริง:
- สูตรรวม 120 g ควรใช้น้ำหอมประมาณ 7.2 g
- ถ้าต้องการใช้น้ำหอม 15 g ที่ระดับ 6% สูตรรวมต้องเป็น 250 g
ก่อนเพิ่มน้ำหอม ควรตรวจสอบก่อนว่าน้ำหอมเหมาะกับการใช้กับผ้า/งานซักผ้า และอยู่ในขีดจำกัดการใช้งานที่เหมาะสม เช่น IFRA หรือข้อมูลการใช้งานจากผู้ผลิตน้ำหอม
บทบาทของวัตถุดิบที่เลือกในสูตรลักษณะนี้
เป็นตัวที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นมากที่สุดในรายการนี้ Cyclodextrin มีโพรงด้านในที่ชอบสารมัน/สารระเหยบางชนิด จึงสามารถช่วยกักหรือปกป้องโมเลกุลน้ำหอมบางส่วน และช่วยให้ปล่อยกลิ่นช้าลงได้
แต่ การผสมน้ำหอม + cyclodextrin + Natrasorb + เกลือแบบแห้งรวมกัน ไม่เท่ากับการ encapsulate ที่แท้จริง น้ำหอมบางส่วนอาจแค่เคลือบอยู่บนผงพา และไม่ได้จับกับ cyclodextrin อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งโมเลกุลน้ำหอมทุกชนิดไม่ได้เข้ากับ cyclodextrin ได้เท่ากัน ขึ้นกับขนาดโมเลกุล ความมีขั้ว ความระเหย และโครงสร้างของน้ำหอมนั้นๆ
ช่วยด้าน pH/buffer และสภาพน้ำได้ ในมุมมองสูตรซักผ้าอาจช่วยเสริมบทบาท builder/ช่วยจับแร่ธาตุบางส่วน แต่ ไม่ใช่ตัวหลักในการล็อกกลิ่นบนผ้า
ช่วยเพิ่มความเป็นด่าง เสริมประสิทธิภาพการซัก และช่วยเรื่อง water softening/builder มากกว่าเรื่องการคงกลิ่น ควรตรวจสอบด้วยว่า “washing soda” ที่ใช้เป็น sodium carbonate แบบ anhydrous หรือ sodium carbonate decahydrate เพราะชนิด decahydrate มีน้ำผลึก ทำให้ปริมาณ sodium carbonate ที่ออกฤทธิ์จริงต่อกรัมน้อยกว่า
เป็นผงด่างอ่อน/ช่วย buffer ได้ ช่วยด้าน pH และสภาพน้ำบางส่วน แต่ ไม่ใช่เทคโนโลยีสำหรับทำให้กลิ่นเกาะผ้า
ไม่คาดว่าจะช่วยให้กลิ่นติดผ้าได้ดีขึ้น แนะนำทำการทดลองหนึ่งชุดโดยลดหรือถอด Epsom salt ออก แล้วเทียบผลด้านกลิ่นและการซัก เพราะ magnesium salt ไม่ใช่ตัวหลักในการตรึงกลิ่น และอาจเพิ่ม ionic load ในระบบน้ำซัก
Natrasorb ในสูตรของคุณ
Natrasorb ช่วยดูดซับน้ำหอมให้กลายเป็นผงที่ไหลตัวดีได้ แต่การดูดซับน้ำมันให้เป็นผง ไม่เท่ากับ การทำให้กลิ่นทนต่อการซักและยังคงอยู่บนผ้าหลังแห้ง กลิ่นในกระปุกอาจแรง แต่ไม่ได้แปลว่าจะเหลือกลิ่นมากบนผ้าหลังซักเสมอไป
วิธีทดลองใช้ cyclodextrin ในสูตรผง
ให้มองเป็น แนวทางทดลองในแลบ/งานทดลองขนาดเล็ก ไม่ใช่สูตรสุดท้ายที่รับประกันผล:
แก้เปอร์เซ็นต์น้ำหอมให้ถูกก่อน
ทำ batch เล็ก เช่น 100 g แล้วเทียบระดับน้ำหอม เช่น 3%, 6%, และระดับปัจจุบัน 12.5% อย่าเพิ่งสรุปว่าการเพิ่มน้ำหอมอย่างเดียวจะแก้ปัญหาได้
pre-complex หรือ pre-adsorb น้ำหอมกับ cyclodextrin ก่อนใส่เกลืออื่นๆ
ไม่ควร dry blend ทุกอย่างรวมกันทันที ให้ทำ slurry ของ Beta Cyclodextrin (Cyclodextrin) ด้วยน้ำเล็กน้อย หรือ water/ethanol จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำหอมระหว่างผสมให้ทั่ว เป้าหมายคือทำให้เปียก กระจายตัว ลดการจับก้อน และช่วยให้เกิด complex/การดูดซับบน carrier ไม่ใช่การ “ละลาย” น้ำหอมในน้ำ
ทดลองอัตราน้ำหอมต่อ cyclodextrin ที่ต่ำลง
สูตรตอนนี้คือ cyclodextrin 6 g : fragrance 15 g ซึ่งน่าจะหนักน้ำหอมเกินไปสำหรับการ complex ส่วนประกอบน้ำหอมทั้งหมดได้ดี ให้ลองคัดกรองที่ประมาณ cyclodextrin 1 ส่วน : น้ำหอม 0.2–0.5 ส่วนโดยน้ำหนัก
ทำให้แห้งอย่างอ่อนโยนก่อนผสมกับเกลือที่ละลายน้ำ
เมื่อได้ carrier ที่มี cyclodextrin/น้ำหอมแล้ว จึงทำให้แห้ง แล้วค่อยนำไปผสมกับส่วนผงอื่นๆ
พัก carrier ก่อนประเมินผล
ในการทดลอง อาจพัก carrier ที่ทำไว้ในภาชนะปิด 24–48 ชั่วโมง แล้วค่อยเทียบกลิ่นในผง กลิ่นบนผ้าเปียก และกลิ่นบนผ้าแห้งสนิท
ทดสอบสูตรมี/ไม่มี Epsom salt
ทำ batch หนึ่งที่มี Epsom salt และอีก batch ที่ไม่มี ถ้ากลิ่นหรือการซักดีขึ้นเมื่อไม่มี ก็อาจตัดออกได้
สูตรผงหรือสูตรน้ำดีกว่า?
การเปลี่ยนเป็นสูตรน้ำไม่ได้ทำให้กลิ่นติดผ้าดีขึ้นโดยอัตโนมัติ หากทำสูตรน้ำ ต้องมีระบบช่วยกระจายน้ำหอม/solubilizer หรือ emulsifier ที่เหมาะสม และต้องมีระบบกันเสียที่เหมาะสมด้วย ไม่ควรนำผงสูตรนี้ผสมน้ำแล้วเติมน้ำหอมตรงๆ
ถ้าต้องการกลิ่นแรงบนผ้าแห้งจริงๆ แนวทางที่มีโอกาสได้ผลมากกว่ามักเป็นการส่งกลิ่นในขั้นตอน final-rinse, dryer, หรือ leave-on fabric treatment เพราะขั้นตอนซักหลักเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดสำหรับการทำให้กลิ่นคงอยู่ เนื่องจากระบบถูกออกแบบมาเพื่อชะล้างน้ำมันและล้างออก
จุดที่ควรเช็กก่อนทดลองรอบถัดไป
- ใช้ผงกี่กรัมหรือกี่ช้อนต่อการซักหนึ่งรอบ?
- เครื่องซักผ้าเป็นแบบ HE/front-loader หรือ top-loader ใช้น้ำมาก?
- มีการล้างกี่รอบ?
- ใช้ oxygen bleach, vinegar, fabric softener หรือ extra rinse หรือไม่?
- น้ำหอมได้รับการออกแบบ/อนุญาตให้ใช้กับงานซักผ้าหรือสัมผัสผ้าหรือไม่?
- น้ำหอมเป็นกลิ่น top notes ที่ระเหยง่ายเป็นหลัก หรือมีโน้ตที่ติดทนเหมาะกับงานซักผ้ามากกว่า?
สรุปคือ Beta Cyclodextrin ช่วยได้ในบางกรณี แต่ต้อง pre-complex/pre-disperse น้ำหอมอย่างเหมาะสม และต้องทดลองที่อัตราส่วนสมจริง ส่วนเกลือในสูตรทำหน้าที่ด้านการซักและสภาพน้ำเป็นหลัก ไม่ใช่ตัวล็อกกลิ่น หากต้องการกลิ่นแรงมากหลังผ้าแห้ง การใช้ระบบ final-rinse หรือ leave-on/dryer มักมีโอกาสให้ผลดีกว่าสูตรผงซักหลัก