การแก้ปัญหาหน้าขาววอกและความเหนียวเหนอะหนะในสูตรครีมกันแดด Physical

ถามโดย: siranant.pooliam เมื่อ: June 25, 2013 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ดิฉันมีสูตรครีมกันแดดที่ใช้ Oil Free Titanium Dioxide 20% และกำลังประสบปัญหาหลักสองประการคือ:

1. จะแก้ปัญหาเหนียวเหนอะหนะนี้ได้ไหม?
2. ปัญหาทาแล้วหน้าขาววอก จะใส่สารตัวไหนเพื่อลดได้บ้างไหม?

คำตอบ

การแก้ปัญหาหน้าขาววอกและความเหนียวเหนอะหนะในสูตรครีมกันแดด

สวัสดีค่ะ เข้าใจปัญหาเรื่องครีมกันแดดที่ทาแล้วหน้าวอกและเหนอะหนะนะคะ สูตรที่คุณมีใช้ Oil Free Titanium Dioxide เป็นสารกันแดดหลัก ซึ่งเป็น Physical Sunscreen ค่ะ

ปัญหาเหล่านี้มักเกิดขึ้นได้กับสูตรที่ใช้ Physical Sunscreen โดยเฉพาะที่ความเข้มข้นสูงอย่าง 20% ในสูตรนี้ และเนื้อสัมผัสก็ได้รับอิทธิพลจากสารสร้างเนื้อเจลอย่าง Sepiplus 400 และ Caprylic/Capric Triglyceride ด้วยค่ะ

การแก้ปัญหาความเหนียวเหนอะหนะ

ความเหนอะหนะอาจเกิดจากการกระจายตัวของ Titanium Dioxide และเนื้อของสูตรโดยรวมค่ะ การเพิ่มสารที่ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่ายและให้ความรู้สึกเบาขึ้นจะช่วยได้ค่ะ

  • Cyclopentasiloxane: เป็นซิลิโคนชนิดที่ระเหยง่าย ให้ความรู้สึกนุ่มลื่น ไม่เหนอะหนะ และช่วยให้เนื้อสูตรเกลี่ยง่ายขึ้น สามารถเพิ่มในส่วนของน้ำมันในสูตรได้ค่ะ
  • LipidSoft™ D5: เป็นสารทดแทน Cyclomethicone ที่ให้คุณสมบัติใกล้เคียงกันคือให้ความรู้สึกเบา ลื่น และช่วยปรับเนื้อสัมผัสให้ดีขึ้นโดยไม่เหนอะหนะ
  • Dimethicone (Very Light/3): เป็นซิลิโคนชนิดไม่ระเหย แต่มีความหนืดต่ำมาก ให้ความรู้สึกเบาและนุ่มลื่นเคลือบผิวได้ยาวนานกว่า Cyclopentasiloxane โดยไม่ทำให้เหนอะหนะ

การปรับลดปริมาณ Sepiplus 400 เล็กน้อย (หากยังคงความคงตัวของสูตรได้) ก็อาจช่วยลดความเหนอะหนะได้เช่นกันค่ะ

การแก้ปัญหาหน้าขาววอก

ปัญหาหน้าขาววอกเป็นลักษณะเด่นของ Physical Sunscreen อย่าง Titanium Dioxide เนื่องจากเป็นผงสีขาวที่เคลือบอยู่บนผิวเพื่อสะท้อนรังสี UV ค่ะ

วิธีลดปัญหาหน้าขาววอกโดยยังใช้ Titanium Dioxide คือการเลือกใช้ Titanium Dioxide ชนิดโปร่งแสง (Transparent Titanium Dioxide) ที่มีขนาดอนุภาคเล็กมาก (ระดับนาโน) และมีการเคลือบผิวอนุภาคด้วยสารบางชนิด เช่น Dimethicone หรือ Hydrogen Dimethicone เพื่อช่วยลดการกระจายแสงและทำให้ทาแล้วไม่ขาววอกเท่าชนิดปกติ

  • Titanium Dioxide Transparent (15nm, Dimethicone Coated): เป็นตัวอย่างของ Titanium Dioxide ชนิดโปร่งแสงที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในสูตรกันแดดที่ต้องการความใส ไม่ทำให้เกิดความขาวบนผิว แต่ยังคงประสิทธิภาพในการกันแดดได้ดี

อย่างไรก็ตาม การใช้ Titanium Dioxide ชนิดโปร่งแสงในความเข้มข้นสูงเพื่อให้ได้ SPF สูง อาจยังคงทิ้งความรู้สึกบางอย่างบนผิวได้บ้าง และประสิทธิภาพการกันแดดอาจแตกต่างจากชนิด Pigment เล็กน้อย ควรทดสอบประสิทธิภาพการกันแดดของสูตรที่ปรับปรุงแล้วด้วยค่ะ

โดยสรุป การปรับปรุงสูตรนี้เพื่อลดความเหนอะหนะและหน้าขาววอก สามารถทำได้โดยการเพิ่มสารที่ช่วยปรับเนื้อสัมผัสให้เบาขึ้นและเลือกใช้ Titanium Dioxide ชนิดโปร่งแสงที่เหมาะสมค่ะ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-24

หลักการเดิมยังถูกต้องว่า Titanium Dioxide ในปริมาณสูงอาจทำให้เนื้อฝืด เป็นผง และเกิดหน้าขาววอกได้ แต่ควรอธิบายเพิ่มเติมว่า Titanium Dioxide ไม่ได้ละลายในสูตร หน้าที่ของการพัฒนาสูตรคือทำให้ผงถูก wetting, กระจายตัว, แตก agglomerate และคงตัวเป็นฟิล์มบนผิวอย่างสม่ำเสมอ หากกระจายตัวไม่ดีหรือกลับมาจับตัวกัน จะทำให้รู้สึกหนืด/ฝืดและเห็นความขาวมากขึ้นได้

หากต้องการลดความขาววอก ควรเลือก Titanium Dioxide ชนิด transparent/nano หรือชนิด dispersion ที่เข้ากับเฟสของสูตร เช่น Titanium Dioxide Transparent (15nm, Dimethicone Coated) สำหรับสูตรน้ำมัน/ซิลิโคน, Titanium Dioxide Transparent (15nm, Water-Dispersion) สำหรับสูตรที่มีน้ำมากหรือ oil-in-water, หรือ Titanium Dioxide Transparent แบบ C12-15 Alkyl Benzoate base สำหรับใส่ในเฟสน้ำมัน นอกจากนี้ Titanium Zinc NanoLiquid™ DEC หรือ Titanium Zinc NanoLiquid™ CYCLO เป็นทางเลือกเมื่ออยากได้การปกป้องจากทั้ง Titanium Dioxide และ Zinc Oxide ทางเลือกเหล่านี้ช่วยลดความขาวได้ แต่ถ้าใช้ mineral sunscreen ในระดับสูง ก็ยังไม่สามารถรับประกันว่าจะใสสนิทไม่วอกเลย

หากต้องการลดความเหนอะ/ฝืด สามารถทดลองใช้สารให้ slip และ dry feel เช่น LipidSoft™ D5, Dimethicone (Very Light/5), Cyclopentasiloxane หรือ KF-995 โดยต้องดูความเข้ากันกับระบบอิมัลชัน หากจะจำหน่ายในตลาดที่มีข้อจำกัดเรื่อง Cyclopentasiloxane/D5 โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ควรพิจารณาทางเลือกทดแทน D5 เช่น LipidSoft™ D5 แทนการพึ่ง D5 ในระดับสูงในผลิตภัณฑ์ leave-on กันแดด

ข้อความเดิมที่สื่อว่า chemical sunscreen อันตรายหรือปลอดภัยน้อยกว่า physical sunscreen โดยรวม ไม่ควรใช้เป็นข้อสรุปแบบกว้าง ๆ เพราะ sunscreen ทั้งแบบ mineral, organic และ hybrid สามารถปลอดภัยได้เมื่อเลือกชนิดและระดับ UV filter ตามกฎหมายของตลาดเป้าหมาย และทดสอบสูตรสำเร็จอย่างถูกต้อง การเปลี่ยนชนิด Titanium Dioxide, dispersion, emollient, emulsifier หรือ film former อาจเปลี่ยนค่า SPF/UVA ได้ จึงต้องทดสอบ SPF, UVA/PA, ความคงตัว, จุลินทรีย์, ความเข้ากับบรรจุภัณฑ์ และ water resistance หากมีการเคลม ก่อนจำหน่ายหรือสื่อสารเคลมใด ๆ หากต้องการลดความเสี่ยงในการพัฒนาสูตร อาจเริ่มจากเบสกันแดดสำเร็จรูป เช่น Pure Physical Sunscreen (SPF50+, PA3+, Water-in-Oil, Non-White) แล้วทดสอบอีกครั้งหลังปรับแต่งสูตร