วิธีทำครีม Urea 20% สำหรับผิวแห้งมากและขนคุด

ถามโดย: argue.argon เมื่อ: June 15, 2014 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ขอวิธีทำครีม Urea 20% (สำหรับ 100 กรัม) ที่เหมาะสำหรับผิวแห้งมากและปัญหาขนคุด พร้อมส่วนประกอบ ขั้นตอนการเตรียม และข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคงตัว การเสริมประสิทธิภาพการให้ความชุ่มชื้น สารกันเสีย และสุขอนามัย

คำตอบ

วิธีทำครีม Urea 20% (สำหรับ 100 กรัม)

ครีม Urea ความเข้มข้น 20% มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (keratolytic) และให้ความชุ่มชื้นสูง เหมาะสำหรับผิวแห้งมากและมีปัญหาขนคุด

ส่วนประกอบ:

  • Urea (High Purity, Cosmetics, Powder): 20 กรัม
  • น้ำบริสุทธิ์: 10-15 กรัม (ใช้ปริมาณที่พอเหมาะให้ Urea ละลายหมด)
  • เนื้อครีม หรือ โลชั่นเบสสำเร็จรูป: 65-70 กรัม (ปรับตามปริมาณน้ำที่ใช้ละลาย Urea โดยรวมน้ำที่ละลาย Urea กับเบสแล้วให้ได้ 80 กรัม)

ขั้นตอนการเตรียม:

  1. ละลาย Urea: ชั่ง Urea 20 กรัม และน้ำบริสุทธิ์ตามปริมาณที่ต้องการ ค่อยๆ เติม Urea ลงในน้ำ คนหรือกวนจน Urea ละลายหมด อาจอุ่นน้ำเล็กน้อย (ไม่เกิน 60°C) เพื่อช่วยให้ละลายเร็วขึ้น เมื่อละลายหมดแล้วปล่อยให้เย็นลง
  2. ผสมกับเบส: ชั่งเนื้อครีมหรือโลชั่นเบสสำเร็จรูปตามปริมาณที่คำนวณไว้ ค่อยๆ เทสารละลาย Urea ที่เตรียมไว้ลงในเบส พร้อมกับคนหรือกวนอย่างต่อเนื่อง
  3. ผสมให้เข้ากัน: คนหรือกวนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี จนเนื้อครีมเนียนเป็นเนื้อเดียว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีผลึก Urea เหลืออยู่
  4. บรรจุ: ตักครีมที่ได้ใส่ภาชนะที่สะอาดและเหมาะสม

ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม:

ความคงตัวของ Urea

Urea สามารถสลายตัวได้เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะในสภาวะที่อุณหภูมิสูงกว่า 35°C และเมื่อค่า pH สูงขึ้น การสลายตัวนี้อาจทำให้เกิดกลิ่นแอมโมเนียได้ เพื่อเพิ่มความคงตัวและยืดอายุการเก็บของครีม Urea สามารถใช้ Gluconolactone (เช่น Natural PHA (Gluconolactone)) ในปริมาณประมาณ 15% ของปริมาณ Urea (เช่น ถ้าใช้ Urea 20% ให้ใช้ Gluconolactone ประมาณ 3%) เพื่อช่วยควบคุมค่า pH ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม (4-5.5) ซึ่งจะช่วยให้ Urea คงตัวได้ดีขึ้น

การเสริมประสิทธิภาพการให้ความชุ่มชื้น

ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ Urea (High Purity, Cosmetics, Powder) การใช้ Urea ร่วมกับ Sodium PCA (เช่น Sodium PCA 50%) และ Sodium Lactate (เช่น Sodium Lactate (60% Liquid, Natural)) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความชุ่มชื้นสูงสุด เนื่องจากสารทั้งสามเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Natural Moisturizing Factor (NMF) ใต้ผิวตามธรรมชาติ คุณสามารถพิจารณาเพิ่มสารเหล่านี้ในสูตรของคุณได้ตามอัตราส่วนที่แนะนำสำหรับการใช้งานในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

สารกันเสีย

หากเบสครีมหรือโลชั่นที่คุณใช้ไม่มีสารกันเสีย หรือการเติมสารละลาย Urea ทำให้ความเข้มข้นของสารกันเสียเดิมลดลง ควรเติมสารกันเสียที่เหมาะสมลงในสูตรเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ เนื่องจากครีมมีส่วนประกอบของน้ำ

สุขอนามัย

รักษาความสะอาดของอุปกรณ์และภาชนะทั้งหมดที่ใช้ในการเตรียม เพื่อป้องกันการปนเปื้อน

การทดลอง

แนะนำให้ทดลองทำในปริมาณน้อยๆ ก่อน เพื่อทดสอบกระบวนการ เนื้อสัมผัส และความคงตัวของครีมที่ได้ ก่อนตัดสินใจทำในปริมาณมาก

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-24

คำแนะนำเดิมยังใช้ได้: ครีม Urea 20% ยังอยู่ในช่วงการใช้ที่ MySkinRecipes รองรับในปัจจุบัน และเหมาะสำหรับผิวกายที่แห้งมาก หยาบกร้าน หรือผิวลักษณะขนคุด เพราะให้ทั้งความชุ่มชื้นสูงและช่วยผลัด/ละลายผิวชั้นนอกอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ควรสื่อว่าเป็นครีมบำรุงหน้าที่อ่อนโยนสำหรับใช้ทุกวัน และไม่ควรใช้รอบดวงตา เยื่อบุ แผลเปิด ผิวหลังโกนใหม่ ผิวอักเสบมาก หรือผิวแตกจนมีเลือด ควรทดสอบการแพ้ก่อน และลดความถี่หรือหยุดใช้หากแสบหรือระคายเคือง

สำหรับสูตรสำเร็จ 100 กรัม ต้องคำนวณส่วนผสมทั้งหมดให้รวมกันได้ 100 กรัมเสมอ ควรละลาย Urea ให้หมดในเฟสน้ำก่อนนำไปผสมกับครีมหรือโลชั่นเบส และควรหลีกเลี่ยงการให้ความร้อนนาน หากต้องอุ่นให้ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ และไม่เกินคำแนะนำในแคตตาล็อกประมาณ 60°C

เพื่อให้ Urea 20% คงตัวดีขึ้นในระยะยาว คำแนะนำเดิมเรื่องการใช้ Natural PHA (Gluconolactone) ชนิดบริสุทธิ์ที่ประมาณ 15% ของปริมาณ Urea ยังเหมาะสมอยู่ ดังนั้นถ้าใช้ Urea 20% จะเท่ากับ Gluconolactone บริสุทธิ์ประมาณ 3% หลังจาก Urea และ Gluconolactone ละลายและสมดุลแล้ว ควรวัด pH จริงของสูตรสำเร็จ ไม่ควรอาศัยเพียงการคำนวณตามทฤษฎี ควรคุม pH สำเร็จให้อยู่ประมาณ 4.0–5.5 เพื่อลดการสลายตัวของ Urea และลดโอกาสเกิดกลิ่นแอมโมเนีย โดยต้องไม่ทำให้สูตรเป็นกรดมากเกินไป

อย่าสับสนระหว่าง Natural PHA (Gluconolactone) ชนิดบริสุทธิ์ที่ใช้ในที่นี้เพื่อช่วยคงตัว Urea กับ NaturePreserve™ Ultra ซึ่งเป็นสารกันเสียแบบผสม Gluconolactone/Sodium Benzoate และมีอัตราใช้กับช่วง pH แนะนำของตนเอง

Sodium PCA 50% และ Sodium Lactate (60% Liquid, Natural) ยังสามารถใช้เป็นสารเพิ่มความชุ่มชื้นกลุ่ม NMF ร่วมกับ Urea ได้ แต่ควรใช้ภายในอัตราที่แนะนำ ในสูตร Urea 20% ควรใช้ Sodium Lactate อย่างระมัดระวัง เพราะเมื่อใช้ในระดับสูงอาจเพิ่มผลด้านการผลัดผิว/เร่ง turnover และเพิ่มโอกาสระคายเคืองหรือความไวต่อแสงแดด

หากเติมสารละลาย Urea ลงในครีมหรือโลชั่นเบสสำเร็จรูป ระบบกันเสียเดิมของเบสอาจถูกเจือจางจนไม่เพียงพอ ควรใช้ระบบกันเสียที่เหมาะสม และหากทำเพื่อจำหน่าย ต้องยืนยันด้วยการทดสอบประสิทธิภาพสารกันเสียและการทดสอบความคงตัว ควรบรรจุในหลอดหรือขวดปั๊ม/airless มากกว่ากระปุก ปิดฝาให้แน่น เก็บให้พ้นความร้อนและแสง และควรทิ้งหากมีกลิ่นแอมโมเนีย pH สูงขึ้น เนื้อเหลวลง สีเปลี่ยน หรือเกิดการแยกชั้น

เอกสารอ้างอิง: ข้อมูลแคตตาล็อก MySkinRecipes ของ Urea, Natural PHA (Gluconolactone), NaturePreserve™ Ultra, Sodium PCA 50% และ Sodium Lactate; Piquero-Casals J. et al., “Urea in Dermatology,” Dermatology and Therapy, 2021, DOI: 10.1007/s13555-021-00611-y; US Patent US4672078A, “Urea stabilized with a lactone in various compositions.”