สูตรครีมหน้าเนียนใส: ตรวจสอบความเข้ากันได้และข้อเสนอแนะ

ถามโดย: thamon_an เมื่อ: November 01, 2017 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

สำหรับสูตรครีมหน้าเนียนใส สำหรับผิวธรรมดา (ขาดการบำรุง) โดยใช้ส่วนผสมดังนี้:

  • Water
  • Repair Activator 10%
  • Ectoine 1.6%
  • Lemon Peel Bioferment 2%
  • Yeast Radiance™ 2%
  • Rosa Hybrid Cell Extract 2%
  • Coenzyme Q10 Extra 1%
  • Raspberry (Seed) Oil (Virgin) 10%
  • Plankton GP4G™ 1%
  • Phytosphingosine SA 0.2%
  • Satin Cream Maker™ 2%
  • Phospholipid 2%
  • Phenoxyethanol SA (Optiphen Plus) 1%
  • Disodium EDTA 0.2%

ควรเพิ่มหรือลดตัวไหนบ้างคะ และส่วนผสมทุกตัวเข้ากันได้ไหมคะ?

คำตอบ

การประเมินสูตรครีมหน้าเนียนใสสำหรับผิวธรรมดา (ขาดการบำรุง)

สูตรที่คุณให้มามีส่วนผสมออกฤทธิ์ (Active Ingredients) ที่ดีหลายชนิดที่มุ่งเน้นการปรับปรุงเนื้อผิว ความกระจ่างใส และสุขภาพผิวโดยรวม ซึ่งรวมถึง:

  • Repair Activator (Bifida Ferment Lysate) สำหรับการซ่อมแซม DNA และลดเลือนริ้วรอย
  • Ectoine สำหรับการปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ผิว
  • Lemon Peel Bioferment สำหรับผิวที่กระจ่างใสขึ้นและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  • Yeast Radiance™ เพื่อผิวที่เปล่งปลั่ง
  • Coenzyme Q10 Extra เพื่อคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและลดเลือนริ้วรอย
  • น้ำมันราสเบอร์รี่ (สกัดเย็น) สำหรับกรดไขมันจำเป็นและการบำรุงผิว
  • Plankton GP4G™ สำหรับการกระตุ้นเซลล์ผิวและลดเลือนริ้วรอย
  • Phytosphingosine SA สำหรับการลดเลือนริ้วรอยและปรับขนาดรูขุมขน
  • Phenoxyethanol SA (Optiphen Plus) และ Disodium EDTA สำหรับสารกันเสียและช่วยให้สูตรคงตัว
  • Satin Cream Maker™ และ Phospholipid เป็นสารประสานเนื้อครีม/ปรับเนื้อสัมผัส

โดยรวมแล้ว การเลือกส่วนผสมออกฤทธิ์เหล่านี้ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้หลากหลาย ซึ่งดีสำหรับผิวที่ขาดการบำรุงและต้องการความเรียบเนียนกระจ่างใส

ความเข้ากันได้ของส่วนผสมและข้อเสนอแนะ

จากคุณสมบัติของส่วนผสมต่างๆ มีข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับความเข้ากันได้และการปรับปรุงดังนี้:

  • Phytosphingosine SA: ส่วนผสมนี้ต้องการสภาวะเฉพาะเพื่อให้ละลายและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ ต้องมี Octyldodecanol (12-14% สำหรับการใช้ 0.2%) และต้องใช้ความร้อนในส่วนของน้ำมันที่อุณหภูมิ 80-90°C พร้อมกับการปั่นผสม สูตรปัจจุบันใช้ Satin Cream Maker™ ซึ่งเป็นสารประสานเนื้อครีมที่ไม่ใช้ความร้อน และไม่ได้ระบุ Octyldodecanol นี่คือปัญหาความเข้ากันได้หลัก Phytosphingosine SA อาจไม่ละลายอย่างถูกต้องในระบบนี้ ทำให้ประโยชน์ที่คาดหวังในการลดเลือนริ้วรอยและรูขุมขนลดลงอย่างมาก หากต้องการใช้ Phytosphingosine SA อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเปลี่ยนวิธีการผสมและสารประสานเนื้อครีมไปใช้กระบวนการร้อนที่รวม Octyldodecanol ด้วย หรือหากต้องการกระบวนการที่ไม่ใช้ความร้อน ควรเปลี่ยน Phytosphingosine SA เป็นส่วนผสมอื่นที่เข้ากันได้กับกระบวนการเย็นและให้ประโยชน์ใกล้เคียงกัน
  • Yeast Radiance™: สูตรใช้ 2% ในขณะที่อัตราการใช้ที่แนะนำเพื่อให้เห็นผลชัดเจนหลัง 28 วันคือ 3% แม้ว่า 2% อาจให้ประโยชน์อยู่บ้าง แต่การเพิ่มเป็น 3% อาจช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านความกระจ่างใสได้
  • สารสกัดจากกุหลาบ (Rosa Hybrid Cell Extract) และ Phospholipid: ชนิดที่เจาะจงของส่วนผสมเหล่านี้ไม่ได้ระบุรายละเอียดในสูตร เพื่อให้แน่ใจถึงความเข้ากันได้และประสิทธิภาพสูงสุด ควรยืนยันข้อมูลจำเพาะและคำแนะนำการใช้งานที่แน่นอนของส่วนผสมเหล่านี้ หาก Phospholipid เป็นชนิดที่กระจายตัวในน้ำมัน ควรผสมในส่วนของน้ำมัน
  • ส่วนผสมอื่นๆ: Repair Activator, Ectoine, Lemon Peel Bioferment, Coenzyme Q10 Extra (หากเป็นชนิดละลายน้ำแบบ Encapsulate), น้ำมันราสเบอร์รี่, Plankton GP4G™, Phenoxyethanol SA และ Disodium EDTA ดูเหมือนจะเข้ากันได้กับระบบที่เป็นเบสของน้ำและ Satin Cream Maker™ โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำการผสมและข้อจำกัดด้านอุณหภูมิของแต่ละส่วนผสม (เช่น การเติมส่วนผสมที่ไวต่อความร้อนในขั้นตอนสุดท้ายขณะที่สูตรเย็นลงต่ำกว่า 40°C) ค่า pH ของสูตรสุดท้ายควรอยู่ในช่วงที่ Phenoxyethanol SA ทำงานได้ดี (2.0-6.0)

สรุปแล้ว สูตรนี้มีการเลือกส่วนผสมออกฤทธิ์ที่ดี แต่การใส่ Phytosphingosine SA โดยไม่มีตัวทำละลายและวิธีการผสมที่จำเป็น ทำให้เกิดปัญหาความเข้ากันได้ที่สำคัญซึ่งต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ การปรับกระบวนการผลิตหรือเปลี่ยน Phytosphingosine SA จะเป็นสิ่งที่จำเป็น.