การตั้งตำรับเซรั่ม Lactobionic Acid: การผสมโดยตรงเทียบกับการเตรียมสารละลายเข้มข้น

ถามโดย: dinaontherun เมื่อ: April 27, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ขอสอบถามว่าผง Lactobionic acid สามารถผสมกับน้ำและกลีเซอรีนเพื่อทำเป็นเซรั่มได้โดยตรงเลยหรือไม่ หรือว่าต้องเตรียมเป็นสารละลายเข้มข้น 90% ก่อน?

หากต้องเตรียมเป็นสารละลายก่อน จะต้องใช้ผง 9 กรัม ต่อน้ำกลั่น 1 กรัม ใช่หรือไม่?

เนื่องจากกำลังเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการตั้งตำรับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ

คำตอบ

คุณสามารถผสมผง Lactobionic Acid ลงในน้ำและ Glycerin เพื่อทำเซรั่มได้โดยตรงครับ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นสารละลายเข้มข้น 90% ก่อน ในความเป็นจริงแล้ว การเติมผงลงในส่วนของน้ำโดยตรงเป็นวิธีมาตรฐานและทำได้ง่ายกว่าสำหรับการตั้งตำรับครับ

1. การผสมโดยตรง vs. การเตรียมสารละลาย 90%

  • การผสมโดยตรง: เป็นวิธีที่แนะนำครับ คุณควรละลายผงลงในส่วนผสมของน้ำและกลีเซอรีน สำหรับมือใหม่ ลำดับที่แนะนำคือ: น้ำ → กลีเซอรีน → ผง Lactobionic Acid จากนั้นผสมจนละลายหมด สามารถใช้อุณหภูมิอุ่นๆ ช่วยได้ แต่โดยปกติแล้วจะละลายได้เองครับ
  • การคำนวณสารละลาย 90%: การคำนวณของคุณถูกต้องแล้วครับ (ผง 9 กรัม + น้ำ 1 กรัม = สารละลายรวม 10 กรัม คิดเป็น 90% w/w) อย่างไรก็ตาม สารละลายเข้มข้น 90% จะมีความหนืดสูงมากและจัดการได้ยาก ปกติจะเตรียมไว้เป็น "Stock Solution" เพื่อความสะดวกในระดับอุตสาหกรรมเท่านั้น ไม่จำเป็นสำหรับการทำเซรั่มทั่วไปครับ

2. คำแนะนำในการตั้งตำรับสำหรับมือใหม่

เนื่องจากคุณกำลังเริ่มต้นเรียนรู้การตั้งตำรับ นี่คือข้อควรระวังทางเทคนิคที่สำคัญสำหรับเซรั่ม Lactobionic Acid:

  • อัตราการใช้: อัตราการใช้ที่แนะนำสำหรับ Lactobionic Acid คือ 0.5% ถึง 5% การใช้เกิน 5% อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้
  • ค่า pH ที่เหมาะสม: เพื่อให้เซรั่มมีประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวแต่ยังคงความอ่อนโยน ควรตั้งค่า pH อยู่ที่ประมาณ 3.5–4.2 เนื่องจาก Lactobionic Acid เป็น Polyhydroxy Acid (PHA) ซึ่งมีความอ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่า AHA ทั่วไป (เช่น Glycolic Acid)
  • การปรับค่า pH: เนื่องจาก Lactobionic Acid มีความเป็นกรดสูง จะทำให้ค่า pH ของน้ำลดลงมาก คุณจำเป็นต้องปรับค่า pH ให้สูงขึ้นโดยใช้ด่าง (เช่น สารละลาย Sodium Hydroxide) เพื่อให้ได้ช่วง pH ที่ต้องการ
  • การรักษาสภาพ (สารกันเสีย): เนื่องจากเซรั่มมีส่วนประกอบของน้ำและกลีเซอรีน จำเป็น ต้องใส่สารกันเสียเพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ ตัวอย่างสารกันเสียที่เหมาะกับช่วง pH นี้คือ Mild Preserved™ COS ครับ

3. ความเข้ากันได้ของส่วนผสม

  • Glycerin: Glycerin (USP/Food Grade) สามารถเข้ากับ Lactobionic Acid ได้ดีเยี่ยม และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้นและให้สัมผัสที่ดีแก่ผิว
  • สารสร้างเนื้อเจล: หากคุณต้องการเนื้อเซรั่มแบบเจล ควรเลือกสารสร้างเนื้อเจลที่ทนต่อกรดได้ดี เพราะสารสร้างเนื้อเจลบางชนิด (เช่น Carbomer มาตรฐาน) จะสูญเสียความหนืดในสภาวะที่มีค่า pH ต่ำครับ
งานอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิงที่รองรับข้อสรุปสำคัญในคำตอบนี้

Green, B. A., Edison, B. L., Sigler, M. L., & Rizer, R. L. (2008). Antiaging effects of topical lactobionic acid: Results of a controlled usage study. Cosmetic Dermatology.

Supports the efficacy and anti-aging benefits of lactobionic acid.

Draelos, Z. D. (2010). Cosmetic Dermatology: Products and Procedures. Wiley-Blackwell.

Discusses the tolerability and moisturizing properties of PHAs like lactobionic acid compared to AHAs.