การปรับปรุงฟองในสูตรผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
คำถาม
รบกวนสอบถามค่ะ สูตรไม่ค่อยมีฟอง รบกวนเช็คสูตรได้ไหมคะ ส่วนผสมคือ
- water
- Glycerin
- Sles
- cocamidopropyl betain
- cocamind Dea
- Preservative
- sugar thick
- Fragrance
- Tween 20
คิดเองว่าควรพิจารณาใส่ Apple Foam และ PEG7 ดีไหมคะ หรือว่าควรเป็นอย่างอื่น รบกวนสอบแนะนำได้ไหมค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
คำตอบ
การปรับปรุงฟองในสูตรผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย
ดูเหมือนว่าคุณกำลังพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายและประสบปัญหาฟองน้อย เรามาดูส่วนผสมของคุณและผลกระทบต่อการเกิดฟองกันค่ะ
สูตรของคุณประกอบด้วยส่วนประกอบหลักดังนี้:
- น้ำ (water)
- Glycerin (กลีเซอรีน)
- SLES (Sodium Laureth Sulfate): สารลดแรงตึงผิวประจุลบหลัก ดีสำหรับการทำความสะอาดและสร้างฟอง
- Cocamidopropyl Betaine: สารลดแรงตึงผิวร่วมชนิด Amphoteric ที่ช่วยเสริมคุณภาพฟองและความอ่อนโยน
- Cocamide DEA: สารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ มักใช้เป็นสารเสริมฟองและสารเพิ่มความข้น
- สารกันเสีย (Preservative)
- SugarThick™ (PEG-120 Methyl Glucose Dioleate): สารเพิ่มความข้นที่โดยทั่วไปไม่รบกวนการเกิดฟอง
- หัวน้ำหอม (Fragrance)
- Polysorbate 20 (Tween 20): สารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ มักใช้เป็นตัวช่วยละลาย
ทำไมสูตรของคุณอาจมีฟองน้อย
หลายปัจจัยสามารถส่งผลให้ฟองน้อยได้:
- ความเข้มข้นและสัดส่วนของสารลดแรงตึงผิว: ปริมาณรวมของสารลดแรงตึงผิว (SLES, Cocamidopropyl Betaine, Cocamide DEA) และสัดส่วนที่สัมพันธ์กันเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเกิดฟอง หากความเข้มข้นรวมต่ำเกินไป หรือความสมดุลระหว่างสารลดแรงตึงผิวหลัก (SLES) และสารลดแรงตึงผิวร่วมไม่เหมาะสม อาจทำให้ฟองไม่ดีได้
- ประสิทธิภาพของ Cocamide DEA: แม้ว่า Cocamide DEA จะเป็นสารเสริมฟอง แต่ประสิทธิภาพอาจแตกต่างกันไป ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ในความเข้มข้นที่มีประสิทธิภาพ
- ระดับของ Polysorbate 20: Polysorbate 20 เป็นตัวช่วยละลายเป็นหลัก สารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุเช่นนี้สร้างฟองได้น้อยกว่าชนิดประจุลบหรือ Amphoteric หากใช้ในความเข้มข้นสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสารลดแรงตึงผิวหลัก อาจทำให้ฟองลดลงได้
- ส่วนผสมอื่นๆ: Glycerin ในปริมาณสูง หรือการมีน้ำมันหรือสารทำให้ผิวนุ่มลื่น (หากมีนอกเหนือจากรายการพื้นฐาน) ก็สามารถลดฟองได้เช่นกัน
การพิจารณาการเพิ่มส่วนผสมที่คุณแนะนำ
- Apple Foam™ (Sodium Cocoyl Apple Amino Acids): เป็นสารลดแรงตึงผิวประจุลบที่อ่อนโยน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการสร้างฟองที่ดีและมีปริมาณฟองสูง การเพิ่ม Apple Foam™ สามารถช่วยเพิ่มฟองในสูตรของคุณได้อย่างแน่นอน และปรับปรุงความอ่อนโยน
- PEG-7 Glyceryl Cocoate: เป็นสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุและสารทำให้ผิวนุ่มลื่น มักใช้เพื่อปรับสภาพผิวและเป็นตัวช่วยละลาย แม้จะมีประโยชน์ต่อความรู้สึกของผิว แต่ไม่ใช่สารเสริมฟอง และเช่นเดียวกับ Polysorbate 20 อาจทำให้ฟองลดลงได้หากใช้ในปริมาณสูง
คำแนะนำในการปรับปรุงฟอง
- ปรับสัดส่วนสารลดแรงตึงผิว: ทบทวนเปอร์เซ็นต์ของ SLES, Cocamidopropyl Betaine และ Cocamide DEA การเพิ่มความเข้มข้นรวมของสารลดแรงตึงผิว หรือปรับอัตราส่วน (เช่น เพิ่ม Cocamidopropyl Betaine เทียบกับ SLES) สามารถปรับปรุงฟองได้
- เพิ่ม Apple Foam™: การใส่ Apple Foam™ (รหัสสินค้า: 5948) เป็นกลยุทธ์ที่ดีในการเพิ่มปริมาณฟองและปรับปรุงคุณภาพของฟอง
- ปรับการใช้ตัวช่วยละลายให้เหมาะสม: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้ Polysorbate 20 ในปริมาณน้อยที่สุดที่เพียงพอต่อการละลายหัวน้ำหอม การใช้ในปริมาณสูงอาจเป็นอันตรายต่อฟองได้
- ตรวจสอบค่า pH: Cocamidopropyl Betaine ทำงานได้ดีที่ pH ประมาณ 7.0 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่า pH ของสูตรของคุณเหมาะสมกับระบบสารลดแรงตึงผิวของคุณ
- ประเมิน PEG-7 Glyceryl Cocoate: แม้จะมีประโยชน์ต่อผิว แต่การเพิ่ม PEG-7 Glyceryl Cocoate อาจไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดสำหรับการเสริมฟองเพียงอย่างเดียว และอาจทำให้ฟองลดลงได้ ควรเน้นการปรับปรุงสารลดแรงตึงผิวหลักของคุณและเพิ่มสารเสริมฟองโดยเฉพาะอย่าง Apple Foam™ ก่อน
สรุปคือ การปรับระบบสารลดแรงตึงผิวหลักของคุณและเพิ่มสารเสริมฟอง เช่น Apple Foam™ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มฟองในสูตรผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายของคุณ การทบทวนระดับของตัวช่วยละลาย เช่น Polysorbate 20 ก็มีความสำคัญเช่นกัน
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026
ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ
อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-31: คำแนะนำหลักยังคงใช้ได้อยู่ค่ะ หากเป้าหมายคือ “เพิ่มฟอง” Apple-Foam™ ยังเหมาะกว่า PEG-7 Glyceryl Cocoate โดยข้อมูลปัจจุบันระบุว่า Apple-Foam™ เป็นสารทำความสะอาดประจุลบที่อ่อนโยน ให้ฟองดี/ฟองเยอะ ใช้ประมาณ 5–30% แต่ไม่ใช่สารทำความสะอาดที่แรงเมื่อใช้เดี่ยว ๆ ส่วน PEG-7 Glyceryl Cocoate ปัจจุบันจำหน่ายในชื่อ Coco Wash™ และเน้นให้ความนุ่มลื่น/บำรุงผิว หรือใช้ในสูตรแนวล้างเครื่องสำอางมากกว่า จึงไม่ควรคาดหวังให้เป็นตัวเพิ่มฟองหลัก และอาจช่วยให้ฟองนุ่มขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้ฟองสูงขึ้นเสมอไป
สำหรับระบบ SLES + Cocamidopropyl Betaine ควรตรวจสอบปริมาณ active surfactant และค่า pH ก่อน โดย Cocamidopropyl Betaine ยังระบุว่าให้ฟองดีที่สุดใกล้ pH 7 และควรใช้ Polysorbate 20 เท่าที่จำเป็นสำหรับละลายหัวน้ำหอมเท่านั้น เพราะ solubilizer/หัวน้ำหอมที่มากเกินไปอาจกดฟองได้ ส่วน SugarThick™ ยังเหมาะสำหรับเพิ่มความข้นในสูตรสารทำความสะอาดและระบุว่าไม่รบกวนฟอง แต่คำแนะนำการผสมปัจจุบันสำคัญคือ ควรทำให้ละลาย/กระจายตัวที่ประมาณ 50–60°C และให้เข้ากันสมบูรณ์ก่อนเติมเกลือ/อิเล็กโทรไลต์ หัวน้ำหอม และปรับ pH ขั้นสุดท้าย