การผสมโพรไบโอติกในเบสหมากฝรั่ง: การเติมโดยตรงเทียบกับการหุ้มแคปซูล

ถามโดย: ไม่ระบุชื่อ เมื่อ: January 29, 2026 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง

คำถาม

หากต้องการทำหมากฝรั่งโดยมีโพรไบโอติกเป็นหนึ่งในส่วนประกอบ:

  • สามารถเทผงโพรไบโอติกลงในเบสหมากฝรั่งโดยตรงได้หรือไม่?
  • หรือจำเป็นต้องทำการหุ้มแคปซูล (encapsulation) ก่อน?

คำตอบ

ในการผสม Lactobacillus salivarius (200 billion/g) (Freeze-dried) ลงในเบสหมากฝรั่ง (Gum Base) สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตของเชื้อจุลินทรีย์ให้ยังคงอยู่ (Viability) โดยมีคำแนะนำดังนี้ครับ:

1. การเติมโดยตรง vs การหุ้มแคปซูล (Encapsulation)

ในทางเทคนิคคุณสามารถเทผงจุลินทรีย์ลงในเบสหมากฝรั่งได้โดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิในขั้นตอนการผลิตเป็นสำคัญ:

  • การเติมโดยตรง (Direct Addition): แนะนำให้ทำเฉพาะในกรณีที่กระบวนการผสมเบสหมากฝรั่งใช้อุณหภูมิต่ำ หรืออุ่นๆ (ไม่ควรเกิน 40 องศาเซลเซียส) หากเบสร้อนเกินไปขณะเติม จุลินทรีย์จะตายและสูญเสียคุณประโยชน์ไปทั้งหมด
  • การหุ้มแคปซูล (Encapsulation): หากกระบวนการผลิตของคุณจำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงในการหลอมละลายเบสหมากฝรั่ง คุณ จำเป็น ต้องใช้จุลินทรีย์ที่ผ่านการทำ Encapsulation มาแล้ว เพื่อเป็นเกราะป้องกันความร้อนและความชื้น ช่วยให้จุลินทรีย์รอดชีวิตระหว่างการผลิตและคงสภาพอยู่ได้นานขึ้น

2. การควบคุมอุณหภูมิ (สำคัญมาก)

โพรไบโอติกเป็นสิ่งมีชีวิต ซึ่งความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจ:

  • หากคุณเติมผงโดยตรง ควรรอให้เบสหมากฝรั่งเย็นตัวลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แต่ยังพอมีความนิ่มให้ผสมได้) ก่อนจะนวดผสมผงโพรไบโอติกลงไป
  • ควรควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ต่ำกว่า 35-40 องศาเซลเซียส

3. ความชื้นและความคงตัว

จุลินทรีย์แบบ Freeze-dried จะถูกกระตุ้นให้ทำงานเมื่อเจอความชื้น:

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเบสหมากฝรั่งและส่วนผสมอื่นๆ (เช่น สารให้ความหวาน หรือ กลิ่นผสมอาหาร) มีปริมาณน้ำ (Water Activity) ต่ำมาก
  • หากหมากฝรั่งมีความชื้น จุลินทรีย์อาจตื่นตัวก่อนเวลาและตายลงในที่สุด ซึ่งจะทำให้ลดอายุการเก็บรักษาและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

4. คำแนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • การผสม: ควรผสมให้ผงกระจายตัวอย่างทั่วถึงในเบสหมากฝรั่ง เพื่อให้หมากฝรั่งแต่ละชิ้นมีปริมาณจุลินทรีย์ที่สม่ำเสมอ
  • การเก็บรักษา: หมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของโพรไบโอติกควรเก็บในที่เย็นและแห้ง และควรใช้บรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันความชื้นได้ดี (เช่น แผงบลิสเตอร์ หรือซองฟอยล์) เพื่อป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์เสื่อมสภาพตามกาลเวลา

Lactobacillus salivarius เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับสุขภาพช่องปาก เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในช่องปากโดยธรรมชาติ การรักษาปริมาณเชื้อให้ยังคงมีชีวิตอยู่ด้วยการควบคุมอุณหภูมิในการผลิตจึงเป็นหัวใจสำคัญของประสิทธิภาพครับ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง