การพัฒนาสูตรครีมมาส์กหน้าพร้อมสารออกฤทธิ์หลากหลายชนิด

ถามโดย: rayrai-chi-cha เมื่อ: May 06, 2017 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

ต้องการคำแนะนำในการพัฒนาสูตรครีมมาส์กหน้าโดยใช้ส่วนผสมดังต่อไปนี้ เพื่อให้ได้คุณสมบัติในการลดรอยสิว รอยดำ ให้ความชุ่มชื้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดการระคายเคือง:

  • Sodium PCA
  • Sodium Lactate
  • WaterLock™
  • Double Hyaluron Liquid
  • Ethyl Ascorbic Acid
  • Kojic Acid Dipalmitate
  • Pure-Oryzanol™
  • Astaxanthin
  • Dipotassium Glycyrrhizate
  • Allantoin
  • Palmitamide MEA
  • Oligopeptide-68
  • Phenoxyethanol SA
  • Disodium EDTA

มีแนวทางการผสมส่วนผสมเหล่านี้อย่างไรเพื่อให้ได้สูตรครีมมาส์กที่มีความคงตัวและมีประสิทธิภาพ?

คำตอบ

สวัสดีค่ะ

สำหรับการทำครีมมาส์กหน้าโดยใช้ส่วนผสมที่คุณลูกค้าเลือกมา ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดรอยสิว รอยดำ ให้ความชุ่มชื้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดการระคายเคือง สามารถทำได้ค่ะ ส่วนผสมที่คุณลูกค้าเลือกมานั้นมีประโยชน์ที่หลากหลายและตรงกับความต้องการค่ะ

คำแนะนำสำหรับการทำครีมมาส์กหน้า

ในการทำครีมมาส์กให้มีเนื้อครีม จะต้องใช้สารประสานเนื้อครีม (emulsifier) เพื่อรวมส่วนของน้ำและน้ำมันเข้าด้วยกัน เนื่องจากส่วนผสมที่คุณลูกค้าเลือกมีทั้งที่ละลายในน้ำและละลายในน้ำมัน จึงเหมาะกับการใช้สารประสานเนื้อครีมประเภท Oil-in-Water (O/W)

การเลือกสารประสานเนื้อครีม

สำหรับเนื้อครีมมาส์กที่ต้องการความคงตัวและเนื้อสัมผัสที่ดี สามารถพิจารณาสารประสานเนื้อครีมอย่าง Emulsifying Wax 1000 หรือ Sucrose Cream Maker ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการสร้างเนื้อครีม การเลือกสารประสานเนื้อครีมที่เฉพาะเจาะจงอาจส่งผลต่อเนื้อสัมผัสและความคงตัวของมาส์กในขั้นสุดท้าย คุณลูกค้าอาจทดลองเพื่อหาสารที่ชอบที่สุดได้ค่ะ

ข้อควรพิจารณาสำหรับสารออกฤทธิ์ (Active Ingredients)

สารออกฤทธิ์ที่คุณลูกค้าเลือกมามีประโยชน์ที่หลากหลายตรงตามความต้องการค่ะ:

  • ให้ความชุ่มชื้น: Sodium PCA, Sodium Lactate, WaterLock™, และ Double Hyaluron Liquid เป็นสาร Humectant และสารให้ความชุ่มชื้นที่ดีเยี่ยม จะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นและป้องกันการสูญเสียน้ำ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับมาส์กหน้า
  • ลดรอยสิวและรอยดำ: Ethyl Ascorbic Acid (อนุพันธ์วิตามินซีที่มีความคงตัว) และ Kojic Acid Dipalmitate เป็นที่รู้จักกันดีในด้านคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดการสร้างเม็ดสี ซึ่งช่วยให้รอยดำและรอยสิวจางลง
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ: Pure-Oryzanol™, Ethyl Ascorbic Acid, และ Astaxanthin ให้การปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
  • ลดการระคายเคือง: Dipotassium Glycyrrhizate, Allantoin, และ Palmitamide MEA เป็นสารต้านการอักเสบและปลอบประโลมผิวที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดการระคายเคืองและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว

ข้อควรทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์:

  • Oligopeptide-68: ไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับเปปไทด์ชนิดนี้ในฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ ควรตรวจสอบข้อมูลการใช้งานและข้อกำหนดจากผู้จำหน่ายโดยตรง
  • Dipotassium Glycyrrhizate: แม้จะเป็นสารลดการระคายเคืองที่ดี แต่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ยืนยันว่า ไม่มี ผลในการทำให้ผิวขาวขึ้น
  • การละลายและค่า pH: ควรให้ความสำคัญกับการละลายและค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับสารออกฤทธิ์แต่ละชนิด:
    • Pure-Oryzanol™ และ Kojic Acid Dipalmitate ละลายในน้ำมัน ควรเติมในส่วนของน้ำมัน และอาจต้องใช้ความร้อนช่วยในการละลาย
    • Palmitamide MEA ก็ละลายในน้ำมัน/ไกลคอลบางชนิดโดยใช้ความร้อน
    • Ethyl Ascorbic Acid ละลายในน้ำ แต่ต้องการค่า pH ที่เฉพาะเจาะจง (3.5-6.0) และควรใช้ร่วมกับสารจับประจุ (chelating agent) เช่น Disodium EDTA ไม่ควรใช้ร่วมกับ Vitamin B3 หรือ Zinc PCA ในสูตรเดียวกันโดยตรง
    • Allantoin ละลายในน้ำได้จำกัดที่อุณหภูมิห้อง การใช้ความร้อนหรือตัวทำละลายอย่าง Glycerin จะช่วยได้ ทำงานได้ดีในช่วง pH 3-8
    • สารที่ละลายในน้ำส่วนใหญ่ เช่น Sodium PCA, Sodium Lactate, WaterLock™, Double Hyaluron Liquid, และ Dipotassium Glycyrrhizate สามารถเติมในส่วนของน้ำได้

ระบบสารกันเสีย

การใช้ทั้ง Phenoxyethanol SA และ Disodium EDTA เป็นแนวทางที่ดีค่ะ

  • Phenoxyethanol SA เป็นสารกันเสียแบบ Broad-spectrum ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันแบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อรา เหมาะสำหรับใช้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 60°C และในช่วง pH 2.0-6.0
  • Disodium EDTA เป็นสารจับประจุที่ช่วยให้สูตรคงตัวโดยการจับกับไอออนของโลหะ และสามารถเสริมประสิทธิภาพของระบบสารกันเสียได้ แนะนำเป็นพิเศษเมื่อใช้ Ethyl Ascorbic Acid โดยทั่วไปใช้ในความเข้มข้นต่ำ (0.1-0.2%)

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่า pH สุดท้ายของมาส์กอยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับสารออกฤทธิ์และสารกันเสียของคุณ (โดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 4.0-6.0 ซึ่งเหมาะสมกับ Ethyl Ascorbic Acid และ Allantoin ด้วย)

ขั้นตอนการเตรียมสูตรโดยทั่วไป

  1. เตรียมส่วนของน้ำมัน โดยรวมสารที่ละลายในน้ำมัน (Pure-Oryzanol™, Kojic Acid Dipalmitate, Palmitamide MEA, Astaxanthin ชนิดละลายในน้ำมันหากใช้) และสารประสานเนื้อครีมเข้าด้วยกัน ค่อยๆ ให้ความร้อนเพื่อช่วยละลายสารที่เป็นของแข็งหากจำเป็น (เช่น Kojic Acid Dipalmitate, Palmitamide MEA)
  2. เตรียมส่วนของน้ำ โดยรวมน้ำ, Disodium EDTA, และสารที่ละลายในน้ำ (Sodium PCA, Sodium Lactate, WaterLock™, Double Hyaluron Liquid, Dipotassium Glycyrrhizate, Ethyl Ascorbic Acid, Allantoin - ละลาย Allantoin ในน้ำร้อนหรือใช้ตัวทำละลายก่อนหากจำเป็น)
  3. รวมส่วนของน้ำมันและน้ำที่ให้ความร้อนเข้าด้วยกัน และปั่นให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมที่คงตัว
  4. ปล่อยให้เนื้อครีมเย็นลง
  5. เมื่ออุณหภูมิเย็นลงต่ำกว่า 60°C ให้เติมสารที่ไวต่อความร้อนและสารกันเสีย (Phenoxyethanol SA)
  6. ปรับค่า pH หากจำเป็น ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับสารออกฤทธิ์และสารกันเสีย (โดยทั่วไปควรอยู่ระหว่าง 4.0-6.0)

ด้วยการพิจารณาคุณสมบัติและความเข้ากันได้ของส่วนผสมแต่ละชนิดอย่างรอบคอบ คุณจะสามารถสร้างครีมมาส์กหน้าที่มีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการของคุณได้ค่ะ