การพัฒนาสูตรโลชั่น O/W เนื้อบางเบา และการคำนวณปริมาณสารประสาน

Asked by: Anonymous On: February 10, 2026 Product Type: Cosmetics

Question

ต้องการพัฒนาสูตรโลชั่น (O/W Emulsion) ให้มีเนื้อสัมผัสบางเบาและซึมไว รบกวนสอบถามว่าสูตรดังต่อไปนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ และควรคำนวณปริมาณ emulsifier อย่างไร

Phase A

  • DI Water — q.s. to 100%
  • EDTA — 0.10%
  • Aloe vera Extract — 2.00%
  • Collagen — 1.00%
  • Hyaluronic Acid — 0.20%

Phase B

  • Sweet Almond Oil — 4.00%
  • Isopropyl Myristate — 2.00%
  • Hydrogenated Polydecene — 2.00%

Phase C

  • Sodium Polyacryloyldimethyl Taurate — 0.80%
  • Trideceth-10 — 0.40%

Phase D

  • Niacinamide — 3.00%
  • Alpha-Arbutin — 1.50%
  • Kojic Acid — 0.50%
  • Lactobionic Acid — 2.00%
  • mixberry Fruit Extract — 1.00%

Phase E

  • Phenoxyethanol — 0.80%
  • Fragrance — 0.20%

Answer

สูตรโลชั่นที่คุณจัดเตรียมมามีการเลือกใช้ส่วนผสมที่ช่วยให้เนื้อสัมผัสบางเบาและซึมไวได้ดีมากครับ ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์และคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ของสูตร:

1. เนื้อสัมผัสและการซึมซาบ (Texture & Absorption)

  • ส่วนน้ำมัน (8%): ปริมาณน้ำมันรวม 8% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมมากสำหรับโลชั่นเนื้อบางเบา การใช้ Sweet Almond Oil ร่วมกับ Isopropyl Myristate (สารช่วยกระจายตัวไว) และ Hydrogenated Polydecene (ให้ความลื่นแต่ไม่เหนอะหนะ) จะช่วยให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว
  • พอลิเมอร์: การใช้ Sodium Polyacryloyldimethyl Taurate (ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักใน Viscolam AT 100P) จะช่วยให้เนื้อโลชั่นแตกตัวเป็นน้ำ (water-break) เมื่อทาลงบนผิว ให้ความรู้สึกสดชื่น

2. การคำนวณปริมาณ Emulsifier (Phase C)

ส่วนผสมใน Phase C ทำหน้าที่เป็นทั้งสารสร้างเนื้อและสารประสาน (Emulsifier)

  • ปริมาณการใช้: ปัจจุบันคุณใช้รวมกันที่ 1.2% สำหรับน้ำมัน 8% และมีสารสกัดรวมถึง Active ต่างๆ ใน Phase D ค่อนข้างมาก ปริมาณนี้อาจน้อยเกินไปสำหรับการรักษาความเสถียรในระยะยาว
  • คำแนะนำ: แนะนำให้ใช้พอลิเมอร์สำเร็จรูปอย่าง Viscolam AT 100P ในปริมาณ 1.5% - 2.0% เพื่อให้สูตรมีความคงตัวสูง ไม่แยกชั้น แม้จะมีสารกลุ่ม Electrolyte จากสารสกัดและกรดต่างๆ

3. ความเสถียรและสารสำคัญ (Phase D)

  • ความเสถียรของ Kojic Acid: Kojic Acid มีข้อเสียคือไม่เสถียรเมื่อละลายน้ำและเกิดการ Oxidation (เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) ได้ง่ายมาก แนะนำให้เติมสารป้องกันการเปลี่ยนสีอย่าง ActiveProtec™ OX ที่ 1.0% เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและสีของผลิตภัณฑ์
  • การควบคุมค่า pH:
    • Lactobionic Acid (PHA) จะทำให้ค่า pH ของสูตรลดลง (เป็นกรด)
    • Niacinamide ทำงานได้ดีที่ pH 5.0–6.0 หาก pH ต่ำกว่า 5.0 อาจทำให้ Niacinamide เปลี่ยนโครงสร้างและทำให้ผิวเกิดอาการแดง (flushing) ได้
    • คำแนะนำ: ควรวัดค่า pH สุดท้ายและปรับให้อยู่ในช่วง 5.0–5.5 (หากจำเป็นให้ใช้ Triethanolamine ในการปรับ)

4. ขั้นตอนการผสมที่แนะนำ

  1. Phase A: ผสมน้ำ, EDTA และ Hyaluronic Acid ให้ละลายเข้ากันดี จากนั้นเติมส่วนผสมอื่นๆ ใน Phase A
  2. Phase B: ผสมส่วนน้ำมันให้เข้ากัน
  3. การประสานเนื้อ: เติม Phase C ลงใน Phase A ปั่นให้เกิดเนื้อเจล จากนั้นค่อยๆ เติม Phase B ลงไปพร้อมกับปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อโลชั่น
  4. Phase D & E: เมื่อได้เนื้อโลชั่นที่เนียนแล้ว จึงเติมสารสำคัญใน Phase D และสารกันเสีย/น้ำหอมใน Phase E โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าสารกลุ่มผงละลายหมดแล้ว

รายชื่อส่วนผสมที่แนะนำ

  • Viscolam AT 100P: สารสร้างเนื้อและประสานสูตร ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้ความร้อน
  • Hydrogenated Polydecene (Light, 6cSt): ให้ความนุ่มลื่นคล้าย Mineral Oil แต่บางเบากว่า
  • Lactobionic Acid: ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนและเติมความชุ่มชื้น
  • Kojic Acid: สารเพื่อความกระจ่างใส
  • ActiveProtec™ OX: สารช่วยป้องกันการเปลี่ยนสี (Oxidation) ของ Kojic Acid โดยเฉพาะ

Related Products Mentioned