การใช้ผงคอลลาเจนเกรดอาหารในสูตรโลชั่น

ถามโดย: immorstwang เมื่อ: July 15, 2019 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

อยากทราบว่าคอลลาเจนที่เป็น collagen peptide food grade แบบผงที่ชงกับน้ำ สามารถผสมใน โลชั่น ในสูตรเลยได้ไหม จะทำให้สูตรเสียง่ายไหมคะ

(อย่างเช่น Soy Lecithin ที่ต้อง hydrogenated ก่อน เพราะจะทำให้มีปัญหาเรื่องความเสถียร)

พอดีมีสารกันเสียในสูตรอยู่แล้วค่ะแต่เป็นแบบ natural
กลัวจะคุมไม่อยู่ เพราะไปอ่านที่นึงเค้าว่า แบบผงชงถ้าใช้ไม่หมดเก็บไว้ใช้ต่อจะเสีย

shelf life จะนานไหม

ขอบคุณค่ะ

คำตอบ

การใช้ผงคอลลาเจนเปปไทด์เกรดอาหารในโลชั่น

โดยทั่วไป ไม่แนะนำ ให้ใช้ผงคอลลาเจนเปปไทด์เกรดอาหาร ซึ่งมีไว้สำหรับชงดื่ม โดยตรงในสูตรโลชั่นเครื่องสำอาง

เหตุผลคือ:

  1. ความเสถียรและความเข้ากันได้: ส่วนผสมเครื่องสำอาง รวมถึงคอลลาเจนเปปไทด์ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้ภายนอก ได้รับการแปรรูปและทดสอบมาโดยเฉพาะเพื่อความเสถียรและความเข้ากันได้ในสูตรเครื่องสำอางที่ซับซ้อน เช่น โลชั่น ส่วนผสมเหล่านี้มีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับความสามารถในการละลาย (ในน้ำหรือน้ำมัน), ความไวต่ออุณหภูมิระหว่างการผสม (มักจะต่ำกว่า 40°C) และช่วง pH ที่เหมาะสม
  2. ความเสี่ยงของการปนเปื้อนจุลินทรีย์: ผงเกรดอาหารไม่ได้ผลิตภายใต้มาตรฐานการควบคุมจุลินทรีย์ที่เข้มงวดเท่ากับส่วนผสมเครื่องสำอางที่เติมลงในสูตรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ การนำส่วนผสมที่ไม่ใช่เกรดเครื่องสำอาง โดยเฉพาะโปรตีนอย่างคอลลาเจน เข้ามาในโลชั่น จะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากในการนำแบคทีเรียหรือเชื้อราเข้าสู่โลชั่นของคุณ โปรตีนสามารถเป็นแหล่งอาหารสำหรับจุลินทรีย์ได้
  3. ความท้าทายในการกันเสีย: แม้ว่าคุณจะมีสารกันเสียจากธรรมชาติในสูตร แต่สารกันเสียจากธรรมชาติบางครั้งอาจมีความแข็งแรงน้อยกว่าหรือมีช่วงการทำงานที่แคบกว่าเมื่อเทียบกับสารสังเคราะห์ สารกันเสียจากธรรมชาติอาจไม่เพียงพอที่จะจัดการกับความเสี่ยงของการปนเปื้อนจุลินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นและแหล่งอาหารที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้คอลลาเจนเปปไทด์เกรดอาหาร ทำให้สูตรมีแนวโน้มที่จะเสียได้ง่าย
  4. ความสมบูรณ์ของสูตร: การเติมผงที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอิมัลชันเครื่องสำอางอาจรบกวนความเสถียรของโลชั่นของคุณ ซึ่งอาจนำไปสู่การแยกชั้น การเปลี่ยนแปลงของเนื้อสัมผัส หรือประสิทธิภาพที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป ความกังวลของคุณเกี่ยวกับผงที่เปิดแล้วเสียนั้นถูกต้อง และเน้นให้เห็นถึงความไวของวัสดุดังกล่าวต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์เมื่อสัมผัสกับความชื้น
  5. อายุการเก็บรักษา: อายุการเก็บรักษาของโลชั่นที่มีคอลลาเจนเกรดอาหารจะไม่สามารถคาดเดาได้ และมีแนวโน้มที่จะสั้นกว่าสูตรที่ได้รับการกันเสียอย่างเหมาะสมโดยใช้ส่วนผสมเกรดเครื่องสำอางอย่างมาก

สำหรับการทำสูตรเครื่องสำอางที่เสถียรและปลอดภัย ควรใช้คอลลาเจนเปปไทด์เกรดเครื่องสำอาง หรือเปปไทด์อื่นๆ ที่ออกแบบและทดสอบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้ภายนอก ส่วนผสมเหล่านี้มาพร้อมกับเอกสารข้อมูลทางเทคนิคที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอัตราการใช้ วิธีการผสม และความเสถียรในเบสเครื่องสำอาง

ตัวอย่างคอลลาเจน/เปปไทด์เกรดเครื่องสำอาง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เช่น Collagen HP (ผงละลายน้ำ), Egg Shell Membrane Collagen (ของเหลวละลายน้ำ) หรือ LipX®-Collagen (รูปแบบกระจายตัวในน้ำมันสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการคิดค้นสูตรมาเพื่อให้มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพในระบบเครื่องสำอางเมื่อใช้อย่างถูกต้อง

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดต ณ วันที่ 2026-05-31: คำแนะนำเดิมยังคงถูกต้อง: ไม่ควรนำคอลลาเจนเปปไทด์เกรดชงดื่ม/เกรดอาหารใส่ลงในโลชั่นโดยตรง เว้นแต่สูตรจะมีระบบกันเสียที่เหมาะสมและผ่านการตรวจสอบด้านจุลินทรีย์แล้ว ปัจจุบันมีทางเลือกเกรดเครื่องสำอาง เช่น Collagen HP สำหรับเฟสน้ำ, Egg Shell Membrane Collagen ซึ่งเป็นของเหลวละลายน้ำและควรเติมในขั้นตอนสุดท้าย และ LipX®-Collagen สำหรับสูตรน้ำมัน/สูตรไม่มีน้ำ เช่น ลิปบาล์ม ควรหลีกเลี่ยงความร้อนเกิน 40°C ระหว่างการผสม และใช้ตามช่วง pH/อัตราการใช้ที่ระบุของวัตถุดิบแต่ละชนิด เนื่องจากคอลลาเจน/โปรตีนสามารถเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในสูตรที่มีน้ำได้ โลชั่นสำเร็จรูปจึงยังต้องมีระบบกันเสียที่เหมาะสม และหากต้องการกำหนดอายุสินค้าอย่างมั่นใจ ควรทดสอบจุลินทรีย์หรือ challenge test; อายุของวัตถุดิบไม่ได้เท่ากับอายุของสูตรสำเร็จเสมอไป