ขอสูตร Test เจลว่านหางจระเข้สำหรับสิวผด สิวอุดตัน และสิวอักเสบ

ถามโดย: mycat.kun เมื่อ: June 20, 2018 ประเภทผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอาง Answered

คำถาม

รบกวนขอสูตร Test ช่วยสิวผด อุดตัน อักเสบ

รบกวนแนะนำส่วนผสมในส่วนของ Test Pure Aloe Vera Gel (ไม่ใช่เครื่องสำอาง) ที่ช่วยเรื่องสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผดด้วยค่ะ

ปัจจุบันใช้:

Pure Aloe Vera Gel (ไม่ใช่เครื่องสำอาง) -

  • whitening: Active Resveratrol™: Active Resveratrol™ 5%
  • whitening: N-Acetyl-D Glucosamine (GlucoBright™): N-Acetyl-D Glucosamine (GlucoBright™) 4%
  • Moisturizing: Vitamin B5 (Panthenol): Vitamin B5 5%
  • Anti-Irritant: Bisabolol (German Chamomile Extract): Bisabolol (German Chamomile Extract) 1%
  • Anti-Irritant: Vitamin B12: Vitamin B12 (Cyanocobalamin) 3%
  • Anti-oxidant: Green Tea EGCG (สารสกัดชาเขียว): Hi-EGCG™ (Green Tea Extract) 3%
  • Anti-oxidant: Co-Enzyme Q10 (โคเอ็นไซม์คิวเทน): Coenzyme Q10 Extra 1%
  • anti-aging/Anti-Acne: Vitamin B3 (Safe-B3™): Vitamin B3 (Safe-B3™) 5%
  • anti-aging: Soy Extract (Isoflavones / Genistein): Soy Extract 5%
  • Skin-Feel: AminoSilk™ : AminoSilk™ 3%
  • Penetrate: Phospholipid (Hydrogenated Lecithin): Phospholipid (Hydrogenated Lecithin) 2%

Vitamin C E Ferulic (Lite) - 100 กรัม (Bottle อายุ 180วันหลังเปิด)

ตามประวัติการซื้อ และมีการใช้ผลิตภัณฑ์พอกหน้าจากมะขามและผงสมุนไพรจากที่อื่นซึ่งตอนแรกใช้แล้วสิวอักเสบลดลง พอได้ตัว Test กับ vit c E มาใช้โดยใช้ตัว vit c E ในตอนเช้าและเย็นและใช้ตัว Pure Aloe Vera Gel ในตอนเย็น แต่สิวอุดตันและสิวผดกลับเพิ่มมากขึ้น มันเป็นเพราะอะไรและควรแก้ไขอย่างไรคะ

ลักษณะผิวคือ มันมากช่วงทีโซนส่วนอื่นไม่ถึงกับแห้ง สิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวผด รอยแดงจากสิว

คำตอบ

ปัญหาเรื่องสิวอุดตันและสิวผดที่เพิ่มขึ้นหลังจากปรับเปลี่ยนขั้นตอนการดูแลผิว โดยเฉพาะหลังจากการใช้ผลิตภัณฑ์ Vitamin C E Ferulic และเจลว่านหางจระเข้ผสมส่วนผสมต่างๆ ต่อเนื่อง อาจเกิดจากหลายปัจจัยค่ะ

สภาพผิวของคุณที่มีความมันมากบริเวณทีโซนและมีแนวโน้มเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวผด และรอยแดงจากสิวง่าย อาจไวต่อส่วนผสมบางชนิดหรือการใช้ส่วนผสมหลายชนิดพร้อมกัน

การใช้ส่วนผสมออกฤทธิ์หลายรายการในคราวเดียว ทั้งในเจลว่านหางจระเข้ที่คุณผสมเอง (Active Resveratrol™, GlucoBright™, Vitamin B5, Bisabolol, Vitamin B12, Hi-EGCG™, Coenzyme Q10 Extra, Soy Extract, AminoSilk™, Phospholipid) และผลิตภัณฑ์ Vitamin C E Ferulic อาจทำให้ผิวเกิดความเครียดหรืออุดตันได้ง่าย ส่วนผสมบางอย่าง เช่น Vitamin E ใน Vitamin C E Ferulic หรือส่วนประกอบอื่นๆ ในเบสเจลว่านหางจระเข้ หรือสารแอคทีฟบางตัว อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันเพิ่มขึ้นสำหรับผิวที่มันและเป็นสิวง่าย

เพื่อแก้ไขปัญหาสิวอุดตันและสิวผดอย่างตรงจุด และหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา การปรับลดขั้นตอนการดูแลผิวให้เรียบง่ายลงตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นแนวทางที่ดีค่ะ คุณอาจลองหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซับซ้อนทั้งหมดชั่วคราว แล้วใช้เพียงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนและมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน

เมื่อผิวเริ่มสงบลงแล้ว ค่อยๆ เริ่มแนะนำส่วนผสมที่เน้นแก้ไขปัญหาสิวอุดตันและสิวผดโดยเฉพาะ ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสำหรับผิวที่มันและเป็นสิวง่าย ได้แก่:

  • Salicylic Acid (BHA): เป็นกรดที่ละลายได้ในน้ำมัน สามารถซึมเข้าไปในรูขุมขนเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ ทำให้รูขุมขนสะอาดขึ้นและลดการเกิดสิวหัวดำและสิวหัวขาว มีหลายรูปแบบ เช่น แบบผงหรือของเหลวที่สามารถนำไปผสมในเซรั่มหรือเจลได้ ความเข้มข้นที่แนะนำสำหรับผลิตภัณฑ์ทาทิ้งไว้บนผิวคือไม่เกิน 2%
  • Azelaic Acid (Liquid Azelaic™): ช่วยลดการอักเสบ มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว และช่วยปรับการสร้างเคราตินให้เป็นปกติ ซึ่งป้องกันการอุดตันในรูขุมขน นอกจากนี้ยังช่วยลดรอยแดงและรอยสิวได้ Liquid Azelaic™ เป็นรูปแบบที่ละลายน้ำได้และอ่อนโยนกว่า Azelaic Acid ทั่วไป สามารถใช้ได้ที่ความเข้มข้น 5% ถึง 10%
  • Acne-TT™ (Standardized Tea Tree Extract): สารสกัดนี้มี Terpinen-4-ol ในความเข้มข้นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติต้านจุลชีพและต้านการอักเสบที่เป็นประโยชน์ต่อสิว สามารถช่วยลดการอักเสบและต่อสู้กับแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวได้

เมื่อเริ่มใช้ส่วนผสมใหม่หรือนำส่วนผสมเดิมกลับมาใช้ ควรเริ่มทีละรายการในสูตรที่เรียบง่าย เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของผิว เริ่มจากความเข้มข้นต่ำๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นหากผิวรับได้และจำเป็น และที่สำคัญคือควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดเสมอ โดยเฉพาะเมื่อใช้ส่วนผสมที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิวอย่าง Salicylic Acid หรือ Azelaic Acid.

การปรับขั้นตอนให้เรียบง่ายและเลือกใช้ส่วนผสมที่ตรงกับปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้คุณเข้าใจผิวของตัวเองได้ดีขึ้นและจัดการกับปัญหาสิวอุดตันและสิวผดได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

อัปเดตคำตอบ
อัปเดตการตรวจสอบ: พฤษภาคม 2026

ส่วนนี้ถูกเพิ่มหลังจากตรวจสอบคำตอบเดิมเทียบกับข้อมูลสินค้าและความรู้ล่าสุด ณ ช่วงเวลาที่ระบุ

อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2026:

เนื่องจากมีการใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่หลายตัวและสารออกฤทธิ์จำนวนมากพร้อมกัน เราจึงไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าตัวใดเป็นสาเหตุของสิวอุดตันโดยไม่แยกทดสอบทีละรายการ คำแนะนำแรกคือการปรับลดขั้นตอนการดูแลผิวให้เรียบง่ายที่สุด และทดสอบผลิตภัณฑ์เพียงครั้งละหนึ่งตัวต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์

ขั้นตอนที่แนะนำ:

  1. พักผิว (Reset): ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ให้ใช้เพียงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน และครีมกันแดด โดยให้หยุดใช้ Vitamin C E Ferulic และเจลว่านหางจระเข้ที่ผสมสารหลายชนิดในช่วงนี้
  2. เริ่มใช้ทีละอย่าง: หลังจากพักผิวแล้ว ให้เริ่มกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ทีละตัว โดยเว้นระยะห่างตัวละ 2-4 สัปดาห์เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของผิวอย่างแม่นยำ
  3. การดูแลที่ตรงจุด: สำหรับผิวมันที่มีสิวอุดตัน Salicylic Acid (BHA) ยังคงเป็นสารออกฤทธิ์ที่ตรงจุดที่สุด เพราะช่วยจัดการกับสิ่งสกปรกและน้ำมันที่สะสมในรูขุมขน ควรเริ่มใช้ BHA อย่างช้าๆ (เช่น 2-3 คืนต่อสัปดาห์) และเพิ่มความถี่เมื่อผิวปรับตัวได้
  4. สารเสริมประสิทธิภาพ: Liquid Azelaic™ สามารถใช้เป็นตัวช่วยเสริมที่อ่อนโยนสำหรับผิวมันและผิวที่เป็นสิวง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีรอยแดงหรือรอยสิวร่วมด้วย แต่อาจไม่สามารถทดแทน BHA ในการจัดการสิวอุดตันหัวปิดได้โดยตรง สำหรับ Acne-TT™ (สารสกัด Tea Tree) อาจช่วยเสริมการดูแลสิวได้ แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในบางราย

Vitamin E (Tocopherol) ในเซรั่มวิตามินซีอาจเป็นหนึ่งในตัวการที่น่าสงสัยสำหรับผู้ที่มีผิวมันมากและอุดตันง่าย แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นสาเหตุเดียว นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการผสมสารออกฤทธิ์จำนวนมากลงใน Pure Aloe Vera Gel พร้อมกัน การใช้สูตรที่เรียบง่ายกว่าจะช่วยให้ระบุการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันได้ดีกว่าค่ะ