ตรวจสอบสูตรน้ำตบและครีมบำรุงผิว เลียนแบบ La Mer
ถามโดย: bibi.phimlada
เมื่อ: January 20, 2026
ประเภทผลิตภัณฑ์:
เครื่องสำอาง
คำถาม
รบกวนช่วยตรวจสอบสูตรน้ำตบและครีมที่เลียนแบบ La Mer ดังนี้:
สูตรน้ำตบ 100ml:
Distilled Water61.9gRose Water (Organic)10gSea Kelp Bioferment15gGalactomyces5gGlycerin3gVitamin B52gHyaluron (High MW)0.5gAllantoin0.5gFlora Solve1gPhenoxyethanol1gWhite Orchid Leaf Oil3 หยดCedarwood Oil (Virginian)1 หยด
สูตรครีม 50g:
- Water phase:
Distilled Water27.65g,Glycerin1.5g,EDTA0.05g,Allantoin0.25g,Vitamin B51g - Oil phase:
Jojoba Oil3.5g,Shea Butter2.5g,Emulsifying Beeswax2.5g,Squalane (Olive)1.5g - Cool down:
Sea Kelp Bioferment7.5g,Vitamin E0.25g,Phenoxyethanol0.5g,White Orchid Leaf Oil2 หยด,Cedarwood Oil1 หยด
คำถาม:
White Orchid Leaf OilกับCedarwood Oilเข้ากันไหมในสูตรน้ำตบ 100ml และสูตรครีม 50g?- สูตรน้ำตบและสูตรครีมโดยรวมเหมาะสมและใช้ได้ผลดีหรือไม่?
- ควรเพิ่ม
Lemon Peel Bioferment (Lemon Skin™)ในสูตรใดและในปริมาณเท่าใดจึงเหมาะสม?
คำตอบ
สำหรับสูตรที่เลียนแบบ La Mer ทั้งสองสูตรที่คุณจัดทำขึ้น มีข้อแนะนำและบทวิเคราะห์ดังนี้ครับ:
1. ความเข้ากันของ White Orchid Leaf Oil และ Cedarwood Oil
การผสมผสานระหว่าง White Orchid Leaf Oil และ Cedarwood Oil (Virginian) ถือว่าเข้ากันได้ดีมากครับ
- ด้านกลิ่น: กล้วยไม้ขาวให้กลิ่นหอมดอกไม้ที่อ่อนโยนและหรูหรา ในขณะที่ Cedarwood ให้กลิ่นแนวไม้ที่อบอุ่นและมั่นคง ในทางสุคนธบำบัด Cedarwood จะทำหน้าที่เป็น "Base Note" ช่วยตรึงกลิ่นดอกไม้ให้ติดทนนานขึ้น
- ความเหมาะสม: กลิ่นผสมนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสปาและดูแพง ซึ่งเข้ากับคอนเซปต์ของสูตรที่คุณต้องการ
2. วิเคราะห์ภาพรวมของสูตร
สูตรน้ำตบ (100ml)
- เนื้อสัมผัส: การใช้ Hyaluronic Acid (High Molecular Weight) ที่ 0.5% จะทำให้น้ำตบมีความหนืดพอสมควร (คล้ายเจลเหลว) หากต้องการความเหลวแบบน้ำมากขึ้น อาจลดเหลือ 0.2% หรือผสมกับ Hyaluron โมเลกุลเล็กครับ
- การละลายน้ำ: การใช้ Flora Solve™ 1% เพียงพอสำหรับการละลายน้ำมันหอมระเหย 4 หยด ช่วยให้สูตรใสและไม่แยกชั้น
- สารบำรุง: การรวมตัวของ Sea Kelp Extract, Galactomyces Ferment Filtrate และ Vitamin B5 ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูผิวได้ดีมากครับ
สูตรครีม (50g)
- ระบบประสาน: การใช้ Emulsifying Beeswax ที่ 5% (2.5g ใน 50g) เหมาะสมสำหรับการทำเนื้อครีมที่เข้มข้นและคงตัว
- ความเสถียร: การใส่ Disodium EDTA เป็นขั้นตอนที่ดีมาก เพราะช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของสูตรและเสริมประสิทธิภาพของสารกันเสีย
- Sea Kelp: การใส่ Sea Kelp Extract ในขั้นตอน Cool down ถูกต้องแล้วครับ เพื่อรักษาคุณค่าของสารสกัดจากการหมักไม่ให้โดนความร้อนทำลาย
3. การเพิ่ม Lemon Peel Bioferment (Lemon Skin™)
Lemon Peel Bioferment (Lemon Skin™) เป็นสารสกัดที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใสได้ดีเยี่ยม
- ควรเพิ่มในสูตรไหน? สามารถเพิ่มได้ทั้งสองสูตร แต่แนะนำให้ใส่ใน สูตรน้ำตบ จะช่วยให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ดีในขั้นตอนแรกของการบำรุง
- ปริมาณที่แนะนำ: 2% ถึง 5%
- สำหรับน้ำตบ (100ml): ใส่ 2-5 กรัม (โดยไปลดปริมาณน้ำกลั่นลงในสัดส่วนที่เท่ากัน)
- สำหรับครีม (50g): ใส่ 1-2.5 กรัม ในขั้นตอน Cool Down
- ประโยชน์: จะช่วยเสริมธีม "การหมัก" (Fermentation) ร่วมกับ Sea Kelp และ Galactomyces และเพิ่มคุณสมบัติเรื่องความขาวกระจ่างใสเข้าไปด้วยครับ
ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
- การวัดค่า pH: ควรปรับค่า pH ของทั้งสองสูตรให้อยู่ในช่วง 5.0–5.5 เพื่อให้เหมาะกับผิวและสารสกัดทำงานได้ดีที่สุด
- สารกันเสีย: การใช้ Phenoxyethanol ที่ 1% ของน้ำหนักรวมถือว่าเหมาะสมแล้วครับ (ในสูตรครีม 0.5g จาก 50g คือ 1% พอดี)
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึง
Sea Kelp Extract
เครื่องสำอาง
Lemon Peel Bioferment (Lemon Skin™)
เครื่องสำอาง
Galactomyces Ferment Filtrate (aka Pitera)
เครื่องสำอาง
Cedarwood Oil (Virginian)
Fragrance/Flavor
White Orchid Leaf Oil
Fragrance/Flavor