ปัญหาและคำถามเกี่ยวกับการพัฒนาสูตรครีมกันแดด

Asked by: wanchai0907 On: November 28, 2016 Product Type: Cosmetics

Question

กำลังทดลองทำครีมกันแดดแบบ Physical โดยใช้สูตรตามนี้ครับ ลอกมาจากหน้าเว็บ Titanium Dioxide 15nm Liquid มีอะไรผิดไหมครับ

สูตร:

  1. DI Water 73%
  2. Pro Polymer™ (Gel Maker) 1%
  3. Phenoxyethanol SA (Optiphen Plus) 1%
  4. Titanium Dioxide 15nm Liquid 25%

ผมผสมตามขั้นตอนที่บอกในหน้าเว็บ แต่เนื้อครีมที่ได้มีลักษณะคล้ายนมบูดเนื้อข้น เหมือนสารกันแดดไม่เข้ากับเนื้อครีมครับ (เกี่ยวกับการอุ่นอุณหภูมิไม่ถึง 70 ํC ไหมครับ เนื่องจากประมาณอุณหภูมิเอา ไม่มีตัววัดครับ)

สอบถามเพิ่มเติม:

  1. หากอุณหภูมิมากกว่า 70 ํC มีผลอะไรไหมครับ หรือทนอุณหภูมิได้กี่องศาเซลเซียสครับ
  2. สารกันแดดทุกตัว ต้องอุ่นทุกตัวไหมครับ มีตัวไหนสามารถผสมที่อุณหภูมิห้องไหมครับ
  3. Titanium Dioxide กับ Zinc Oxide ตัวไหนดีกว่ากัน และตัวไหนทำให้วอกครับ
  4. แนะนำสีเติมแต่งที่ทำให้เวลาทาแล้วไม่ขาววอกและดูเป็นธรรมชาติให้หน่อยครับ (หรือต้องผสม BB)
  5. แนะนำน้ำหอมที่ใช้ผสมหน่อยครับ

หมายเหตุ: กำลังทดลองทำครีมกันแดดเพื่อผลิตขายอะครับ

ลักษณะครีมกันแดดที่ต้องการ:

  • ต้องการ SPF40-50 / PA+++
  • เนื้อครีมบางเบาไม่เนอะหนะ
  • ไม่ทำให้หน้ามันระหว่างวัน
  • กันน้ำได้
  • ทาแล้วไม่ขาววอกและแลดูเป็นธรรมชาติ
  • เนื้อข้นพอประมาณ เพื่อสามารถบรรจุในขวดสูญญากาศได้
  • ต้องการวัตถุดิบที่ง่ายในการผสม
  • วัตถุดิบที่ใช้ราคาไม่แพง สามารถผลิตขายได้ในราคาไม่แพงได้

Answer

หัวข้อ: ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสูตรครีมกันแดดและคำถามที่เกี่ยวข้อง

สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แชร์สูตรครีมกันแดดและคำถามของคุณครับ เป็นเรื่องที่ดีมากที่คุณกำลังทดลองพัฒนาสูตรสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ

เกี่ยวกับสูตรที่คุณให้มา:

  1. DI Water 73%
  2. Pro Polymer™ (Gel Maker) 1%
  3. Phenoxyethanol SA (Optiphen Plus) 1%
  4. Titanium Dioxide 15nm Liquid 25%

ปัญหาที่คุณพบเกี่ยวกับเนื้อครีมที่มีลักษณะคล้ายนมบูดเนื้อข้น น่าจะเกิดจากความไม่เข้ากันของส่วนผสมและประเภทของระบบอิมัลชั่นที่คุณพยายามสร้างขึ้น

Titanium Dioxide 15nm Liquid ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ ระบบอิมัลชั่นแบบ Water-in-oil (W/O) และ ไม่แนะนำสำหรับระบบ Oil-in-water (O/W) นอกจากนี้ยังระบุว่า ไม่สามารถใช้ในสูตรที่มีอิเล็กโทรไลต์ได้ สูตรของคุณมีส่วนประกอบของน้ำสูงมาก (73%) และใช้ Pro Polymer ซึ่งเป็นสารสร้างเนื้อเจลในส่วนของน้ำ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าคุณกำลังพยายามสร้างอิมัลชั่นแบบ O/W หรือเจล ซึ่งไม่เข้ากันกับการใช้งานที่แนะนำของ Titanium Dioxide ชนิดนี้ เนื้อที่แยกตัวเป็นสัญญาณว่า Titanium Dioxide ไม่กระจายตัวหรือเข้ากับอิมัลชั่นในระบบที่คุณเลือกได้อย่างเหมาะสม

ทีนี้มาตอบคำถามเฉพาะของคุณครับ:

คำตอบสำหรับคำถามของคุณ

  1. อุณหภูมิระหว่างการผสม: คำแนะนำให้ทำความร้อนถึง 70°C ในหน้าผลิตภัณฑ์ Titanium Dioxide 15nm Liquid หมายถึงสูตรตัวอย่างที่เป็นอิมัลชั่นแบบ Water-in-oil ที่ใช้ Cyclomethicone ในระบบ W/O นั้น การทำความร้อนช่วยให้การกระจายตัวดีขึ้น สำหรับสูตรของคุณ ความไม่เข้ากันของส่วนผสมคือปัญหาหลัก ไม่ใช่อุณหภูมิที่คุณใช้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า Phenoxyethanol SA (Optiphen Plus) ควรเติมที่อุณหภูมิ ต่ำกว่า 60°C เพื่อรักษาประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การใช้อุณหภูมิสูงกว่า 70°C อาจทำให้ส่วนผสมบางอย่างเสื่อมสภาพได้ แต่ปัญหาหลักในกรณีนี้คือความเข้ากันได้ของส่วนผสม

  2. การอุ่นสารกันแดดตัวอื่น: ความจำเป็นในการทำความร้อนขึ้นอยู่กับสารกันแดดแต่ละชนิดและการกระจายตัวหรือการละลายในสูตร สารกระจายตัวบางชนิดหรือผงบางชนิดต้องใช้ความร้อนเพื่อรวมเข้ากับเฟสบางอย่างอย่างเหมาะสม ในขณะที่บางชนิดสามารถเติมได้ที่อุณหภูมิห้อง ควรตรวจสอบคำแนะนำของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดเสมอ

  3. Titanium Dioxide กับ Zinc Oxide: ทั้งสองเป็นสารกันแดดประเภท Physical ที่ทำงานโดยการสะท้อนและกระจายรังสี UV

    • Titanium Dioxide ป้องกันรังสี UVB และ UVA ช่วงคลื่นสั้นเป็นหลัก
    • Zinc Oxide ให้การป้องกันแบบ Broad-spectrum ครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB รวมถึงป้องกัน UVA ช่วงคลื่นยาวได้ดีเยี่ยม
      เพื่อให้ได้การป้องกันแบบ Broad-spectrum ที่ครอบคลุม (UVA และ UVB) แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้ ทั้ง Titanium Dioxide และ Zinc Oxide ในสูตรของคุณ เกี่ยวกับปัญหาหน้าวอก ทั้งสองชนิดสามารถทำให้เกิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความเข้มข้นสูงหรือขนาดอนุภาคใหญ่ อย่างไรก็ตาม การใช้ชนิดที่เป็น นาโน หรือ มีการเคลือบ/กระจายตัวเป็นพิเศษ (เช่น Titanium Dioxide 15nm Liquid หรือ Zinc Oxide 35nm Liquid/200nm EasyDisperse) จะช่วยลดปัญหาหน้าวอกได้อย่างมากเมื่อเทียบกับชนิดที่ไม่ใช่นาโนหรือไม่เคลือบ
  4. สีเติมแต่งที่ช่วยลดหน้าวอก: เพื่อแก้ไขปัญหาหน้าวอกจากสารกันแดด Physical และให้ดูเป็นธรรมชาติ คุณสามารถใส่ สีสำหรับเครื่องสำอาง (cosmetic pigments) หรือใช้ เบสรองพื้น/BB/CC cream ที่ออกแบบมาเพื่อปรับสี สิ่งเหล่านี้สามารถเติมเพื่อปรับสีของครีมกันแดดให้เข้ากับสีผิวต่างๆ ได้

  5. แนะนำน้ำหอม: คุณสามารถใช้น้ำหอมเกรดเครื่องสำอาง (fragrance oils) ในสูตรครีมกันแดดของคุณได้ เลือกกลิ่นที่เข้ากับลักษณะผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการ เติมน้ำหอมในขั้นตอนสุดท้ายของการผสม โดยให้แน่ใจว่าอุณหภูมิ ต่ำกว่า 60°C (เนื่องจากสารกันเสีย Phenoxyethanol SA)

เคล็ดลับเพื่อให้ได้คุณสมบัติครีมกันแดดตามที่คุณต้องการ

เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่คุณต้องการสำหรับผลิตภัณฑ์ของคุณ (SPF 40-50 / PA+++, เนื้อบางเบาไม่เหนอะหนะ, ไม่ทำให้หน้ามัน, กันน้ำได้, ทาแล้วไม่ขาววอกดูเป็นธรรมชาติ, เนื้อข้นพอประมาณ, ผสมง่าย, ราคาไม่แพง):

  • SPF/PA: ใช้ความเข้มข้นของ Titanium Dioxide และ Zinc Oxide ในปริมาณที่เหมาะสม อ้างอิงตามแนวทางหรือทำการทดสอบเพื่อยืนยันระดับ SPF/PA
  • เนื้อสัมผัส: เลือกอิมัลซิไฟเออร์และสารสร้างเนื้อที่เหมาะสม สำหรับเนื้อบางเบาไม่เหนอะหนะ ลองพิจารณาใช้ซิลิโคนหรือเอสเทอร์เนื้อบางเบาในส่วนของน้ำมัน (หากทำอิมัลชั่น W/O หรือ O/W) และเลือกสารสร้างเนื้อที่ให้ความหนืดตามต้องการโดยไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • กันน้ำ: ใส่ฟิล์มฟอร์มมิ่งโพลีเมอร์ (film-forming polymers) หรือแว็กซ์ชนิดพิเศษที่ช่วยกันน้ำลงในสูตรของคุณ
  • ดูเป็นธรรมชาติ/ไม่ขาววอก: ใช้สารกันแดด Physical ชนิดนาโนหรือชนิดเคลือบ และเติมสีสำหรับผิว (skin-tone colored pigments) หรือเบสปรับสี
  • ผสมง่าย: การใช้ Titanium Dioxide และ Zinc Oxide ชนิดเหลวที่กระจายตัวมาแล้ว (เช่น 15nm Liquid หรือ 35nm Liquid) จะช่วยให้ขั้นตอนการผสมง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้ผง
  • ราคาไม่แพง: ประเมินต้นทุนของส่วนผสมต่างๆ และอัตราการใช้ที่จำเป็น

จากปัญหาที่พบในสูตรปัจจุบันของคุณและชนิดของ Titanium Dioxide ที่ใช้ คุณอาจต้องปรับปรุงสูตรอย่างมาก อาจจะต้องเปลี่ยนระบบอิมัลชั่น หรือเลือกใช้สารกระจายตัวของสารกันแดด Physical ชนิดอื่นที่เข้ากันได้กับเฟสน้ำสูงหรือระบบ O/W ที่คุณต้องการ

หวังว่าข้อเสนอแนะโดยละเอียดนี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดของคุณนะครับ!